← All chapters

Inscriptions of the Sand City

Chapter 60Free

ตอนที่ 60 — เสียงสะท้อนในกระจกแห่งอดีต

อากาศที่นี่หนักอึ้ง ราวกับถูกอัดแน่นด้วยฝุ่นทรายที่ละเอียดจนมองไม่เห็น แต่กลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของสรรพสิ่ง กานต์พยายามลืมตา แต่นัยน์ตาข้างที่ยังมองเห็นกลับพร่ามัว ถูกบดบังด้วยม่านหมอกแห่งความสับสนและเศษเสี้ยวของภาพที่กระจัดกระจาย ภาพเหล่านั้นคือเงาสะท้อนของเขาเอง เงาสะท้อนที่แตกสลาย ราวกับถูกทุบด้วยค้อนของชะตากรรม

เขาอยู่ที่ไหนกันแน่?

สมองของเขากำลังกรีดร้องด้วยคำถาม แต่ทุกคำตอบที่ผุดขึ้นมากลับเลือนรางและบิดเบี้ยว ทะเลทรายกระจกเงา... คำนั้นผุดขึ้นมาในความคิด เขาจำได้เลือนรางว่าได้กระโดดลงสู่รอยแยกมิติพร้อมกับเซนอส เพื่อหนีการไล่ล่าของผู้กวาดล้างจังหวะ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาตอนนี้กลับไม่ใช่ทะเลทรายอันคุ้นเคย

เบื้องหน้าคือภาพสะท้อนนับพันนับหมื่นที่บิดเบี้ยวและบิดผัน ผืนดินที่เขาเหยียบย่ำเป็นแผ่นกระจกเงาขนาดมหึมา สะท้อนภาพท้องฟ้าที่แปลกประหลาด สีม่วงอมส้มราวกับกำลังจะแตกสลาย ทุกย่างก้าวของเขาทำให้เกิดเสียงรอยร้าวเล็กๆ ดังขึ้น ราวกับกำลังเหยียบย่ำบนผืนแก้วที่เปราะบาง

“เซนอส!” กานต์ตะโกนเรียกเสียงแหบพร่า ร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับจะปลิวไปตามแรงลมที่มองไม่เห็น แต่กลับมีน้ำหนักถ่วงดึงจากรอยร้าวที่กำลังก่อตัวขึ้นบนผิวแก้วของเขา

ไม่มีเสียงตอบรับ

มีเพียงเสียงสะท้อนของเสียงตัวเองที่ดังกลับมา ราวกับเสียงกระซิบจากอดีตที่หลอกหลอน “เซนอส... เซนอส... เซนอส...”

เขาพยายามก้าวเดินต่อไป มือข้างที่ยังใช้การได้ข้างหนึ่งยกขึ้นแตะใบหน้า สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบและผิวสัมผัสที่ขรุขระราวกับผลึกแก้วที่กำลังก่อตัวขึ้น เขาจำได้ว่าร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปหลังจากเผชิญหน้ากับกลไกโบราณนั้น การถูกปรับจูน... การสูญเสียตัวตน... แต่เขาก็สามารถ 'จารึก' แก่นแท้ของความทรงจำและอารมณ์ลงบนร่างใหม่ได้

ร่างนี้... มันคือตัวเขาจริงหรือ? หรือเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกสลักลงบนเปลือกแก้วอันว่างเปล่า?

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงคำถามอันน่าสะพรึงกลัวนี้เอง ภาพสะท้อนตรงหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ร่างของเขาปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ละร่างมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป บางร่างเต็มไปด้วยรอยร้าว บางร่างโปร่งแสง บางร่างมีดวงตาที่สะท้อนความเจ็บปวดอย่างสุดแสน

“นี่มันอะไรกัน?” เขาพึมพำ

ทันใดนั้น เงาสะท้อนร่างหนึ่งก็พลันขยับแยกออกมาจากผืนกระจก ราวกับมีชีวิต มันมีรูปร่างคล้ายเขา แต่กลับมีรอยร้าวที่ลึกกว่า ผิวแก้วของมันเปล่งประกายสีเทาหม่น และในดวงตาข้างที่มองเห็นได้ของมัน สะท้อนภาพของความสิ้นหวัง

“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เสียงนั้นแหวกอากาศที่หนักอึ้งเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเย็นชาอันแปลกแยก

กานต์เบิกตากว้าง “เซนอส?”

ร่างเงาสะท้อนนั้นหัวเราะอย่างเย็นชา “ข้า... คือสิ่งที่เจ้าทิ้งไว้เบื้องหลัง”

“หมายความว่ายังไง?” กานต์ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสับสน “เจ้าคือเซนอส... เจ้าอยู่ที่นี่กับข้าไม่ใช่หรือ?”

“ข้าคือสิ่งที่เจ้าเห็นในเงาสะท้อน” ร่างนั้นตอบ “ข้าคือภาพสะท้อนของความทรงจำที่เจ้าพยายามจะลบเลือน ภาพสะท้อนของความเจ็บปวดที่เจ้าพยายามจะซ่อนเร้น”

กานต์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขาเข้าใจแล้ว... ทะเลทรายกระจกเงาแห่งนี้ไม่ใช่เพียงมิติที่เกิดจากการแทรกแซงจังหวะของโลก แต่มันคือกระจกเงาแห่งจิตวิญญาณ ที่สะท้อนทุกเศษเสี้ยวของตัวตนที่ถูกปฏิเสธ

“เจ้าคือ... ส่วนที่เหลือของข้า?” กานต์เอ่ยถามเบาๆ

“ส่วนที่เหลือ... หรือส่วนที่ถูกทอดทิ้ง?” ร่างนั้นตอบกลับ “เจ้าเลือกที่จะสลักความทรงจำลงบนร่างแก้วของเจ้า เจ้าเลือกที่จะรักษาอัตลักษณ์ของตัวเองไว้ แต่เจ้าลืมไปหรือว่า... ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่ทั้งหมดของความเป็นเรา”

มันก้าวเข้ามาใกล้ กานต์สัมผัสได้ถึงกระแสคลื่นความถี่อันเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น “ทุกความทรงจำ... ทุกอารมณ์... ทุกความเจ็บปวด... มันล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า” ร่างนั้นพูดต่อ “และเมื่อเจ้าพยายามจะแยกมันออก... เจ้าก็กำลังสร้างสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าขึ้นมา”

ทันใดนั้น พื้นกระจกเงาเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แผ่นกระจกนับพันที่สะท้อนภาพของกานต์เริ่มแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง... มันคือความว่างเปล่าอันดำมืดที่กำลังคืบคลานขึ้นมา

“นั่นคือสิ่งที่เจ้ากำลังจะกลายเป็น” ร่างสะท้อนกล่าว “ความว่างเปล่า... ที่ไร้ซึ่งความทรงจำ... ไร้ซึ่งตัวตน”

กานต์เบิกตากว้าง “ไม่! ข้าจะไม่ยอม!”

เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ความทรงจำเกี่ยวกับอารยันนคร ความทรงจำเกี่ยวกับแกนเสียงดนตรี ความทรงจำเกี่ยวกับเซนอส... ความทรงจำทั้งหมดที่ทำให้เขายังคงเป็น 'กานต์'

“ข้าคือ กานต์!” เขาตะโกนก้อง “ข้าคือผู้สลักทราย! ข้าคือผู้ที่แบกรับอดีต! และข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาลบเลือนข้าไป!”

เขาชูมือข้างที่ยังคงสมบูรณ์ขึ้น ปล่อยคลื่นความถี่แห่งความขัดแย้งที่เกิดจากเศษเสี้ยวของความทรงจำอันบิดเบี้ยวของเขาออกไป คลื่นเสียงนั้นปะทะเข้ากับร่างสะท้อน และปะทะเข้ากับความว่างเปล่าที่กำลังคืบคลานขึ้นมา

เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นกระจกทั้งหมดแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ กานต์รู้สึกเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ร่างกายแก้วของเขาร้าวหนักขึ้น จนแทบจะแยกออกจากกัน

เมื่อเขาลืมตาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปแล้ว

เขาไม่ได้อยู่ในทะเลทรายกระจกเงาอีกต่อไป…

เบื้องหน้าคือภาพของนครลอยฟ้าที่กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง… นครแห่งนี้สร้างขึ้นจากคลื่นเสียงที่แข็งตัว… นครที่เขาเคยรู้จัก… นครเสียงสะท้อน…

แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ… ร่างของเซนอสที่อยู่ตรงหน้าเขา… ร่างของเซนอสที่ดูเหมือนกำลังจะสลายไป… กำลังถูกกลืนกินด้วยแสงสีขาวอันบริสุทธิ์… แสงที่ไร้ซึ่งความรู้สึก…

“เซนอส!” กานต์ร้องเรียกอีกครั้ง แต่เสียงของเขาถูกกลืนกินไปด้วยเสียงคร่ำครวญของคลื่นเสียงที่กำลังแตกสลาย

เขาเห็นร่างของเซนอสหันมามอง… ในแววตาของมัน… มีเพียงความว่างเปล่า…

แล้วทุกสิ่งก็ดับวูบลง… เหลือเพียงเสียงกระซิบอันเย็นยะเยือกที่ดังเข้ามาในหัวของเขา…

“ความทรงจำคือความโกลาหล… ความโกลาหลคือภัยพิบัติ… จงยอมรับความสงบ… แห่งความว่างเปล่า…”

กานต์หลับตาลงอีกครั้ง… เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน… ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น… รู้เพียงแต่ว่า… เขาได้สูญเสียบางสิ่งไปอีกครั้ง… สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด…

--- กานต์หลุดเข้ามาในทะเลทรายกระจกเงา มิติที่สะท้อนตัวตนที่แตกสลายของเขา เขาเผชิญหน้ากับร่างเงาสะท้อนของตนเองที่อ้างว่าเป็นสิ่งที่ถูกทอดทิ้งจากการเลือกสลักความทรงจำลงบนร่างกายแก้ว ก่อนที่ความว่างเปล่าจะเริ่มกลืนกินมิติ และกานต์ถูกเหวี่ยงกลับไปยังนครเสียงสะท้อนที่กำลังล่มสลายอีกครั้ง พร้อมกับภาพสุดท้ายของเซนอสที่กำลังสลายไปในแสงสีขาว