← All chapters

Inscriptions of the Sand City

Chapter 3Free

ตอนที่ 3 — ระบำทรายและคมมีด

เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมพายุ กานต์หมอบตัวลงต่ำจนหน้าผากเกือบจรดผืนทรายที่ร้อนระอุ กลิ่นไหม้ของไอแดดปนกับกลิ่นคาวโลหิตจางๆ ที่ลอยมาตามลมทำให้เขารู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่แค่การข่มขู่ธรรมดา แต่มันคือการไล่ล่า หัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับแรงสั่นสะเทือนใต้ฝ่าเท้าที่เขาสัมผัสได้เมื่อครู่—แรงสั่นที่ไม่ได้มาจากฝีเท้าของมนุษย์ แต่เป็นบางสิ่งที่ลึกซึ้งและเก่าแก่กว่านั้น

“หนีไปไหนไม่พ้นหรอก เจ้าช่างสลัก!” เสียงแหบพร่าตะโกนก้องมาจากทิศตะวันออก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าทรายที่ควบตะบึงผ่านเนินทรายสูง กานต์พยายามรวบรวมสมาธิ หลับตาข้างที่ยังใช้งานได้ลงเพื่อเปิดรับสัมผัสอื่นที่คมชัดกว่าเดิม ในโลกที่พร่ามัวด้วยฝุ่นทราย ตาข้างเดียวของเขาแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเงาร่างตะคุ่ม แต่ประสาทสัมผัสที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิตในฐานะช่างสลักกำลังทำงานอย่างหนัก เขาได้ยินเสียงการเสียดสีของเกราะหนัง เสียงลมหายใจที่หอบถี่ของพวกโจร และที่สำคัญที่สุด... เสียงความถี่ต่ำที่ดังมาจากใต้ผืนทรายที่เขากำลังหมอบอยู่

เขาขยับมือไปแตะที่เข็มสลักแก้วที่เหน็บอยู่ข้างเอว มันเป็นเครื่องมือคู่ใจที่ทำจากโลหะผสมพิเศษที่สั่นสะเทือนได้ตามแรงจังหวะของเสียง กานต์รู้ดีว่าหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาจะกลายเป็นเพียงซากศพที่ถูกทรายกลบฝังไปพร้อมกับความลับที่เขาแบกรับไว้

“หยุดตรงนั้น!” เสียงตวาดดังขึ้นใกล้เพียงไม่กี่ช่วงตัว กานต์สัมผัสได้ถึงเงาทมิฬที่บดบังแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า เขาตัดสินใจพุ่งตัวออกไปจากตำแหน่งเดิมทันที ไม่ใช่เพื่อหนีไปทางตรง แต่เพื่อเคลื่อนที่ไปตามคลื่นความถี่ที่เขาสัมผัสได้ใต้ดิน เขาใช้ทักษะการรับรู้แรงสั่นสะเทือนกระโดดข้ามเนินทรายเล็กๆ และม้วนตัวหลบคมดาบที่ฟาดลงมาตรงจุดที่เขาเคยหมอบอยู่เมื่อวินาทีก่อน

“แกมันไม่ใช่คนธรรมดา...” โจรคนหนึ่งสบถออกมาขณะที่พยายามกวาดดาบทรายที่ทำจากแก้วขุ่นเพื่อจะฟันเข้าที่ลำคอของกานต์ แต่กานต์กลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิดด้วยการ ‘ฟัง’ ทิศทางของอากาศที่เคลื่อนที่ผ่านใบดาบ เขาอาศัยจังหวะนั้นใช้เข็มสลักแก้วในมือแทงสวนเข้าไปที่ข้อพับขาของโจรคนนั้น แรงสั่นสะเทือนจากการแทงทำให้แก้วที่สลักไว้บนเข็มส่งคลื่นกระแทกเล็กๆ เข้าสู่ร่างกายของศัตรูจนอีกฝ่ายทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวดที่มองไม่เห็น

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย กานต์เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ แรงสั่นสะเทือนใต้ดินที่เขาพบตอนแรกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น มันไม่ใช่แค่แรงสั่นจากพื้นดิน แต่มันเหมือนกับมี ‘จังหวะ’ บางอย่างกำลังเต้นอยู่ใต้ผืนทรายสีทองนี้ มันเป็นจังหวะที่สอดคล้องกับความถี่ของเข็มสลักในมือของเขาอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าโลกใต้ดินกำลังพยายามสื่อสารอะไรบางอย่างกับเขาผ่านความรุนแรงของพายุ

“จับมันไว้! อย่าให้มันหนีไปได้ แก้วทรายที่มันพกมาต้องเป็นของชั้นยอดแน่!” หัวหน้ากลุ่มโจรที่มีแผลเป็นยาวพาดผ่านใบหน้าตะโกนสั่งการ พร้อมกับชักอาวุธที่ดูแปลกประหลาดออกมา มันคือคทาแก้วทรายขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อกักเก็บพลังงานจากลมพายุ

กานต์รู้ตัวว่าเขาเสียเปรียบ ทั้งจำนวนและกำลัง เขาต้องหาทางใช้ประโยชน์จากแรงสั่นสะเทือนที่เขาสัมผัสได้ เขาเริ่มวิ่งลัดเลาะไปตามแนวโขดหินทรายที่แตกพ่ายจากการกัดเซาะของลม พยายามรักษาจังหวะการก้าวเท้าให้สอดคล้องกับแรงสั่นสะเทือนใต้ดิน เพื่อให้ตัวเองกลมกลืนไปกับความเคลื่อนไหวของธรรมชาติมากที่สุด ในวินาทีที่โจรคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง กานต์ไม่ได้หันไปมอง แต่เขากลับปักเข็มสลักลงบนพื้นทรายอย่างแรง

เคร้ง!

คลื่นเสียงที่ถูกบีบอัดผ่านเข็มสลักกระจายตัวออกไปเป็นวงกว้าง ทรายรอบๆ ตัวเขาเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนกลายเป็นคลื่นยักษ์ขนาดเล็ก ซัดเอาพวกโจรที่กำลังพุ่งเข้ามาเสียหลักล้มลง กานต์อาศัยจังหวะที่ฝุ่นตลบอบอวลวิ่งต่อไปยังทิศทางที่แรงสั่นสะเทือนใต้ดินกำลังเรียกหาเขา

ยิ่งเขาเข้าใกล้จุดกำเนิดของเสียง ความร้อนในอากาศก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นราวกับจะหลอมละลายทุกสิ่ง เขาเริ่มเห็นภาพหลอนของรอยสลักโบราณที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ท่ามกลางพายุทรายที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่ ความทรงจำที่จางหายไปของอารยันนครเริ่มปรากฏขึ้นในมโนภาพของเขาเป็นระยะๆ—ภาพของเมืองที่รุ่งเรือง ภาพของเสียงดนตรีที่เคยขับกล่อมผืนทราย—แต่มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่ขาดวิ่น

ทันใดนั้น พื้นทรายใต้เท้าของเขาก็ยุบตัวลง! กานต์เสียหลักล้มลงสู่หลุมลึกที่ถูกซ่อนไว้ใต้เนินทราย ร่างของเขาไถลลงไปตามความลาดชันที่มืดมิดและเต็มไปด้วยทรายที่ไหลวนเหมือนน้ำ เสียงตะโกนของพวกโจรค่อยๆ ห่างออกไป แทนที่ด้วยความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัว... และเสียงดนตรี

มันไม่ใช่เสียงดนตรีที่ไพเราะ แต่มันเป็นเสียงครางต่ำที่หนักแน่นและทรงพลัง เหมือนเสียงของเครื่องดนตรีขนาดยักษ์ที่ทำจากแก้วและหิน กานต์พยายามยันกายขึ้นจากกองทรายที่ทับถมอยู่ เขาพบว่าตัวเองอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีโบราณ ผนังอุโมงค์ประกอบด้วยแผ่นแก้วทรายขนาดมหึมาที่สลักลวดลายซับซ้อนเกินกว่าที่ช่างสลักคนใดในยุคนี้จะทำได้

และที่ใจกลางของอุโมงค์นั้น แสงสว่างสีทองอ่อนๆ กำลังเต้นระบำไปตามจังหวะของแรงสั่นสะเทือน กานต์มองเห็นวัตถุบางอย่างที่ดูเหมือนหัวใจที่ทำจากแก้วใสบริสุทธิ์ มันกำลังสั่นไหวและปล่อยคลื่นความถี่ที่ทำให้เขารู้สึกถึงความโหยหาอย่างสุดซึ้ง... แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดเพียงอย่างเดียว เพราะในเงามืดรอบๆ วัตถุนั้น เขาสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ สายตาที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ และไม่ได้มาจากโจรทรายกลุ่มนั้น แต่มันคือบางสิ่งที่รอคอยการตื่นขึ้นของเสียงดนตรีแห่งทรายมานานแสนนาน

--- กานต์ถูกกลุ่มโจรทรายไล่ล่ากลางทะเลทรายและใช้ทักษะการสั่นสะเทือนเพื่อเอาตัวรอด จนกระทั่งเขาพลัดตกลงไปในอุโมงค์โบราณใต้ดินและได้พบกับวัตถุประหลาดที่ส่งเสียงดนตรีออกมาท่ามกลางสายตาปริศนาในเงามืด