← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 28Free

ตอนที่ 28 — การปะทะของแสงและเงาใต้หลังคาที่พังทลาย

อากาศภายในโรงเตี๊ยม The Pilgrims' Rest บัดนี้ไม่ได้อบอวลด้วยกลิ่นหอมของซุปข้าวโอ๊ตหรือกลิ่นฟืนไม้สนที่เคยให้ความอบอุ่นอีกต่อไป แต่มันถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของดินปืน ควันไฟที่คละคลุ้ง และกลิ่นโลหะเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากรอยจารึกบนผิวหนังของ Anwen ความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังเสียงประตูพังทลายลงนั้นช่างหนักอึ้ง ราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น

Anwen ยืนหอบหายใจถี่ ร่างกายของเธอสั่นเทาไม่ใช่เพียงเพราะความเหนื่อยล้าจากการหนีตายลงไปใต้ดิน แต่เพราะความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากทรวงอก มันคือความร้อนที่ไม่ได้เผาไหม้เนื้อหนัง แต่เหมือนกำลังแผดเผาตัวตนของเธอจากภายใน แสงสีฟ้าจางๆ ที่ลอดผ่านรอยขาดของเสื้อผ้าชั้นในของเธอนั้นดูราวกับมีชีวิต มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับชีพจรที่เต้นรัวเร็วของเธอ และทุกครั้งที่มันวูบวาบ ความทรงจำเกี่ยวกับเครื่องจักรโบราณที่กำลัง ‘ตื่นขึ้น’ ก็จะแล่นปราดเข้าสู่สมองของเธอราวกับเข็มที่ทิ่มแทง

“ถอยไป! อย่าเข้ามาใกล้!” Anwen ตะโกนก้อง พยายามใช้เศษไม้ที่หักพังตรงหน้าเป็นเกราะกำบัง แม้เธอจะรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์เมื่อเผชิญหน้ากับเหล่านักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี

ขุนนางในชุดคลุมสีน้ำเงินขลิบทองก้าวข้ามซากโต๊ะที่แตกละเอียดอย่างใจเย็น ฝีเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคงจนน่าประหลาดใจท่ามกลางพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเศษแก้วและดินโคลน แววตาของเขาที่จ้องมองมายังรอยจารึกบนหน้าอกของเธอนั้นไม่ได้มีความสงสารหรือความตระหนก แต่มันคือความกระหาย—ความกระหายในอำนาจที่เขาเชื่อว่าควรจะเป็นของตระกูลเขา

“เจ้าไม่เข้าใจหรอก Anwen ว่าสิ่งที่เจ้าแบกรับอยู่นั้นมันยิ่งใหญ่เพียงใด” เขาเอ่ย เสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ากลับดังก้องในโสตประสาทของเธอ “มันไม่ใช่แค่ความลับ แต่มันคืออำนาจที่จะจัดระเบียบโลกใหม่... หรือไม่ก็ทำลายมันให้สิ้นซากเพื่อสร้างใหม่ตามเจตจำนงของผู้ที่คู่ควร”

“ข้าไม่ใช่เครื่องมือของใคร!” Anwen สวนกลับ ความโกรธแค้นเริ่มทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันความกลัว “และสิ่งที่ท่านเรียกว่าอำนาจ... มันกำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่ท่านรัก!”

ทันใดนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าครั้งใดๆ ก็ระเบิดขึ้นจากใต้พื้นดิน เสียง ตึก... ตึก... ตึก... ที่เคยเป็นเพียงจังหวะหัวใจ บัดนี้มันกลายเป็นเสียงกัมปนาทที่สั่นสะเทือนถึงจิตวิญญาณ พื้นโรงเตี๊ยมที่พังทลายอยู่แล้วเริ่มปริแตกออกอีกครั้ง แสงสีฟ้าที่เคยสงบนิ่งภายใต้ผิวหนังของ Anwen เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนที่เจิดจ้าจนน่าหวาดหวั่น

“ท่านลอร์ด! มีบางอย่าง... บางอย่างกำลังขึ้นมา!” ทหารนายหนึ่งตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาชี้มือไปยังรอยแยกขนาดใหญ่ที่เปิดออกกลางห้องโถง

จากความมืดมิดใต้รอยแยกนั้น ร่างเงาสีครามที่ดูบิดเบี้ยวและไร้รูปทรงเริ่มขยับเขยื้อน มันไม่ได้เดินขึ้นมา แต่มันเหมือนกำลัง ‘ไหล’ ออกมาตามแรงดึงดูดของพลังงาน ร่างนั้นขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกลุ่มควันที่รวมตัวกันเป็นมวลสาร แสงสีฟ้าจากรอยจารึกบนตัว Anwen เริ่มสอดประสานกับแสงที่แผ่ออกมาจากเงาร่างเหล่านั้น เกิดเป็นคลื่นพลังงานที่บิดเบี้ยวอากาศรอบข้างให้พร่ามัว

“ถอยออกไป! ทุกคนถอยออกไป!” ขุนนางผู้นั้นตะโกนสั่งทหารของเขา แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว เงาร่างสีครามตัวแรกพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยก มันเคลื่อนที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ มือที่ดูเหมือนกรงเล็บยาวเหยียดของมันตะปบเข้าที่ไหล่ของทหารที่อยู่ใกล้ที่สุด เสียงเกราะโลหะถูกฉีกกระชากดัง แคร้ง! ตามด้วยเสียงกรีดร้องที่สั้นและขาดห้วงก่อนที่ร่างนั้นจะถูกดูดหายเข้าไปในเงาสีคราม

ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา ทหารราชสำนักที่เคยดูน่าเกรงขามบัดนี้กลายเป็นเพียงเหยื่อที่แตกตื่น พวกเขาพยายามใช้ดาบและหอกเข้าโจมตีเงาร่างเหล่านั้น แต่ความพยายามนั้นช่างเปล่าประโยชน์ ราวกับกำลังพยายามฟันลงบนหมอกควัน แสงจากคบไฟสั่นไหวไปมาตามแรงสั่นสะเทือนของโลกที่กำลังพินาศ

Anwen รู้สึกได้ว่ารอยจารึกที่หน้าอกของเธอไม่ได้แค่ร้อน แต่มันกำลัง ‘ร้องเรียก’ เธอ ร่างเงาเหล่านั้นไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ทหารทุกคน แต่มันกำลังมุ่งตรงมาทางเธอ! พวกมันเหมือนสัตว์ป่าที่ได้กลิ่นเลือด หรือไม่ก็เหมือนข้ารับใช้ที่กำลังมุ่งหน้าไปหาเจ้านายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล

“เจ้าต้องเป็นของข้า!” ขุนนางผู้นั้นพุ่งเข้าหาเธอ มือของเขาเอื้อมหมายจะคว้าตัวเธอท่ามกลางความวุ่นวาย สายตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

แต่ก่อนที่มือของเขาจะถึงตัว Anwen พลังงานจากรอยจารึกก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง! มันไม่ใช่การระเบิดที่ทำลายล้างด้วยไฟ แต่เป็นคลื่นกระแทกของแสงสีฟ้าบริสุทธิ์ที่ผลักดันทุกสิ่งรอบตัวออกไป แสงนั้นสว่างจ้าจนทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน Anwen รู้สึกเหมือนร่างกายของเธอถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบขึ้นใหม่ในชั่วพริบตา

ท่ามกลางแสงสว่างที่มองไม่เห็นสิ่งใดนั้น เธอได้ยินเสียงหนึ่ง... ไม่ใช่เสียงตะโกนของทหาร หรือเสียงคำรามของเงา แต่มันคือเสียงกระซิบที่นุ่มนวลและเศร้าสร้อย ราวกับเสียงของหญิงสาวที่เธอเห็นในนิมิต

‘อย่าให้พวกเขา... สถาปนาพันธนาการใหม่...’

แสงสีฟ้าจางลง ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัว Anwen ล้มลงบนพื้นไม้ที่ชุ่มไปด้วยโคลนและเลือด เธอพยายามพยุงตัวขึ้นด้วยแขนที่สั่นเทา สายตาของเธอมองผ่านความมืดไปยังสิ่งที่เหลืออยู่

ขุนนางผู้นั้นล้มลงไปกองกับพื้น ร่างกายของเขาดูเหมือนถูกแรงกระแทกอย่างหนัก แต่เขายังไม่ตาย เขากำลังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ยังคงจ้องมองมาที่เธออย่างอาฆาต ทว่าสิ่งที่ทำให้ Anwen ต้องหยุดลมหายใจ คือสิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นใหม่รอบๆ รอยแยก

มันไม่ใช่แค่เงาสีครามธรรมดา แต่มันคือสิ่งที่ดูเหมือน ‘ประตู’ ที่เปิดออกสู่ความว่างเปล่า และจากประตูนั้น สิ่งที่ดูเหมือนดวงตานับพันคู่กำลังจ้องมองลงมายังโลกเบื้องบน... และดวงตาเหล่านั้นกำลังจับจ้องมาที่เธอเพียงผู้เดียว

Anwen รู้ดีว่าความสงบสุขที่เธอเคยโหยหาในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้ตายลงไปพร้อมกับความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา และตอนนี้ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าของโรงเตี๊ยมที่พยายามรักษาความยุติธรรมอีกต่อไป แต่เธอคือเป้าหมายเดียวของสิ่งลึกลับที่กำลังจะเปลี่ยนโลกใบนี้ให้กลายเป็นสุสานแห่งแสงสีฟ้า

--- Anwen เผชิญกับการระเบิดพลังงานจากรอยจารึกบนร่างกายที่ผลักดันขุนนางและทหารออกไป ทว่าเธอกลับต้องพบกับดวงตานับพันคู่ที่จ้องมองมาจากรอยแยกที่เปิดออกสู่ความว่างเปล่า