← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 12Free

ตอนที่ 12 — เถ้าถ่านแห่งแสงสีคราม

ความเงียบที่ตามมาหลังเสียงระเบิดนั้นไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยมวลน้ำมหาศาลใต้ก้นมหาสมุทร กลิ่นโอโซนไหม้ฉุนกึกเตะจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นฝุ่นดินและเศษไม้ที่แตกกระจาย Anwen ยันกายขึ้นจากพื้นไม้ที่บิดเบี้ยว หูของเธออื้ออึงจนได้ยินเพียงเสียงวิ้งที่บาดลึกเข้าไปในสมอง ภาพตรงหน้าคือโถงกลางของ The Pilgrims' Rest ที่เคยเป็นระเบียบและอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพังที่ถูกอาบด้วยแสงสีฟ้าจางๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามรอยแยกของอากาศ

“Fin! Granny Nessa!” Anwen เค้นเสียงเรียกออกไป แต่มันแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เธอพยายามพยุงตัวผ่านเศษซากโต๊ะไม้ที่หักสะบั้น ฝุ่นหนาทึบทำให้เธอมองเห็นเพียงเงาตะคุ่มของสิ่งของที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเครื่องเรือนราคาถูกแต่เป็นหัวใจของบ้านหลังนี้ แสงจากตะเกียงที่เหลือเพียงไม่กี่ดวงสั่นระริก สะท้อนให้เห็นความเสียหายที่เกินกว่าจะเยียวยาด้วยการปะผุธรรมดา พื้นไม้ส่วนหนึ่งถูกฉีกออกเป็นหลุมลึก เผยให้เห็นฟันเฟืองโลหะขนาดมหึมาที่เคยอยู่ใต้ดิน บัดนี้มันหยุดนิ่งสนิท แต่ยังคงมีไอความร้อนระเหยขึ้นมาเป็นสาย

เธอคลานไปทางเคาน์เตอร์ไม้ที่คว่ำอยู่ ใจหนึ่งหวังจะพบกับความว่างเปล่า แต่อีกใจกลับหวาดกลัวสิ่งที่อาจจะยังขยับได้ ทันใดนั้น เสียงครางต่ำจากลำคอของใครบางคนทำให้เธอชะงัก Anwen รีบตะเกียกตะกายเข้าไปหาต้นเสียง เธอพบกับเจ้าหน้าที่ราชสำนักที่ปลอมตัวมา เขานอนฟุบอยู่ข้างซากเก้าอี้ เสื้อผ้าที่ดูเหมือนผ้าเนื้อดีบัดนี้ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าสีดำ ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนตาย แต่ดวงตายังคงลืมโพลงด้วยความตื่นตระหนก

“มัน... มันไม่ใช่แค่เครื่องจักร...” เขาพยายามจะพูด แต่น้ำลายที่ปนเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก Anwen ไม่ได้ฟังคำเตือนนั้นอย่างละเอียดนัก เพราะความสนใจของเธอถูกดึงไปยังจุดที่แสงสีฟ้าสว่างจ้าที่สุด—จุดที่หญิงสาวปริศนาเคยยืนอยู่

ตรงนั้นไม่มีใครเหลืออยู่เลย มีเพียงรอยไหม้เป็นรูปวงกลมบนพื้นไม้ที่ขอบรอยไหม้นั้นยังคงคุกรุ่น หญิงสาวที่ไร้สัมภาระ ผู้ที่ดูเหมือนจะโผล่มาจากความว่างเปล่า บัดนี้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่น่าขนลุก Anwen เอื้อมมือไปสัมผัสขอบรอยไหม้ ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นไม่ใช่ความร้อนจากไฟธรรมดา แต่มันคือความรู้สึกที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ เหมือนกับว่าพื้นที่ตรงนั้นไม่ได้ถูกเผา แต่มันถูก 'ลบ' ออกไปจากโลกนี้

“Mistress... Anwen...” เสียงสั่นเครือของ Fin ดังขึ้นจากมุมมืด เด็กหนุ่มเดินโซเซออกมา ร่างกายเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและใบหน้าเปื้อนฝุ่น ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพโรงเตี๊ยม “เกิดอะไรขึ้น... พวกเขา... ทหารพวกนั้น...”

Anwen หันไปมองตามปลายนิ้วของ Fin ทางเข้าโรงเตี๊ยมที่เคยถูกปิดตายด้วยความวุ่นวาย บัดนี้ประตูไม้โอ๊คหนาหนักถูกกระแทกจนพังยับเยิน กองกำลังทหารราชสำนักที่เพิ่งจะบุกเข้ามาเมื่อครู่ บัดนี้กระจัดกระจายอยู่ตามพื้น บางคนนอนแน่นิ่ง บางคนกำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาด้วยความสับสนวุ่นวาย ท่ามกลางความโกลาหลนั้น Anwen เห็นเงาร่างของกลุ่มนักล่าที่หายไปจากสายตาในช่วงที่แสงระเบิดเกิดขึ้น พวกเขายังไม่ตาย แต่ดูเหมือนจะกำลังสับสนกับสิ่งที่พวกเขาเพิ่งเผชิญ

“ทุกคน! ฟังข้า!” Anwen ตะโกนก้อง พยายามดึงสติของแขกและคนของเธอที่เหลืออยู่ แม้เสียงของเธอจะสั่น แต่ดวงตาของเธอยังคงแข็งกร้าว “ไม่มีใครต้องสู้กับใครทั้งนั้นในตอนนี้! เก็บอาวุธลง! ใครที่บาดเจ็บมาหาข้าที่หลังครัว! Fin, ไปช่วย Granny Nessa ดูแลคนเจ็บ!”

ความเด็ดขาดของเธอทำให้ความวุ่นวายชะงักไปชั่วครู่ ทหารคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหน่วยพยายามจะลุกขึ้นและชักดาบออกมา “นี่มันเรื่องบ้าอะไร! เจ้าของโรงเตี๊ยม! เจ้าซ่อนอะไรไว้ใต้ดินนี้! ส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมา!”

Anwen เดินตรงเข้าไปหาเขาโดยไม่เกรงกลัว แม้ชายผู้นั้นจะสูงใหญ่และมีอาวุธครบมือ เธอยืนประจันหน้ากับเขาด้วยแผ่นหลังที่เหยียดตรง “ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ข้าคือคนเดียวที่กำหนดกฎ และตอนนี้กฎคือ... ใครก็ตามที่ชักอาวุธใส่คนเจ็บ ข้าจะถือว่าคนผู้นั้นเป็นศัตรูของ The Pilgrims' Rest และข้าจะไม่ไว้หน้าแม้จะเป็นทหารของราชินีก็ตาม!”

คำประกาศของเธอทำให้เกิดความเงียบที่น่าอึดอัด ทหารผู้นั้นขบกรามแน่น แต่เมื่อเขามองไปรอบๆ เห็นสภาพโรงเตี๊ยมที่พังพินาศและเห็นสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาด้วยความขยะแขยงและหวาดกลัว เขาจึงค่อยๆ ลดดาบลงอย่างขัดใจ

แต่ความสงบนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา Anwen รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใต้ดินไม่ใช่เรื่องที่จบลงเพียงแค่แสงระเบิด เมื่อเธอหันกลับไปมองที่หลุมลึกใต้พื้นไม้ เธอสังเกตเห็นบางอย่าง... ท่ามกลางฟันเฟืองที่หยุดนิ่ง มีของเหลวสีเงินวาววับคล้ายปรอทกำลังไหลซึมออกมาจากรอยแยกของเครื่องจักรโบราณ มันไม่ได้ไหลลงสู่ดิน แต่มันกำลังไหลขึ้นมาตามผนังห้องใต้ดิน ราวกับว่าเครื่องจักรนั้นกำลัง 'เลือดออก' และเลือดนั้นกำลังจะท่วมท้นขึ้นมาสู่โลกเบื้องบน

ขณะที่เธอกำลังจะสั่งให้ Fin ไปตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม เสียงคำรามต่ำๆ ที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์หรือสัตว์ป่าก็ดังขึ้นจากใต้หลุมลึกนั้น มันเป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านชั้นหินและไม้ ส่งผ่านความรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง Anwen รู้สึกได้ทันทีว่าสิ่งที่ถูกปลุกขึ้นมาไม่ใช่เพียงแค่กลไกที่ทำงานผิดปกติ แต่มันคือบางสิ่งที่รอคอยการตื่นจากการหลับใหลมานานนับศตวรรษ

“Mistress... ดูนั่น...” เสียงของ Rhys คนดูแลม้าดังมาจากหน้าต่าง เขาชี้ออกไปทางถนนหลวง

Anwen ก้าวไปที่หน้าต่างที่เหลือเพียงกรอบไม้ที่บิดเบี้ยว ภาพที่เธอเห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด บนถนนหลวงที่เคยเงียบเหงาในยามค่ำคืน บัดนี้มีแสงไฟประหลาดนับร้อยดวงกำลังเคลื่อนที่มุ่งตรงมายังโรงเตี๊ยม ไม่ใช่แสงจากคบไฟของทหารหรือชาวบ้าน แต่มันเป็นแสงสีฟ้าหม่นที่เคลื่อนที่อย่างเป็นจังหวะ ราวกับกองทัพของวิญญาณที่กำลังเดินทางมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่หายไป

ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างขุนนางและราษฎรที่เคยเป็นเรื่องใหญ่ใน Castellane บัดนี้ดูเล็กลงไปถนัดตา เมื่อเผชิญกับความจริงที่ว่า โลกที่พวกเขารู้จักกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล และ The Pilgrims' Rest อาจไม่ใช่เพียงแค่ที่พักแรมอีกต่อไป แต่มันคือจุดศูนย์กลางของพายุที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

--- หลังการระเบิดของเครื่องจักรโบราณ Anwen ต้องเผชิญกับความพินาศของโรงเตี๊ยมและการหายตัวไปของหญิงสาวปริศนา ในขณะที่ภัยคุกคามใหม่จากแสงสีฟ้าบนถนนหลวงกำลังมุ่งหน้ามายังที่พักของเธอ