← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 11Free

ตอนที่ 11 — จังหวะฟันเฟืองที่บิดเบี้ยว

เสียงครืดคราดของโลหะเสียดสีกันดังสนั่นมาจากใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่เสียงไม้ลั่นตามธรรมชาติของโรงเตี๊ยมเก่าแก่ แต่มันคือเสียงของบางสิ่งที่หนักอึ้งและมีเจตจำนงอันบ้าคลั่ง Anwen ยืนอยู่กลางห้องโถงที่บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความสับสน แสงจากตะเกียงน้ำมันที่สั่นไหวสะท้อนให้เห็นรอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นไม้โอ๊คที่เคยเรียบเนียน บัดนี้มันถูกฉีกออก เผยให้เห็นกลไกฟันเฟืองสีทองแดงขนาดมหึมาที่หมุนวนอยู่ใต้ความมืดมิด ลมร้อนที่หอบเอากลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นสนิมเข้มข้นพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้าของเธอ

“ถอยไป! ทุกคนถอยออกไปจากตรงนั้น!” Anwen ตะโกนก้อง เสียงของเธอแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยอำนาจที่สั่งสมมาจากการคุมคนในโรงเตี๊ยมมาหลายสิบปี เธอไม่สนว่ากองทหารราชสำนักที่เพิ่งพังประตูเข้ามาจะมองเธออย่างไร หรือพวกนักล่าที่บาดเจ็บจะมองเธอด้วยสายตาอาฆาตเพียงใด ในวินาทีนี้ ความปลอดภัยของแขกทุกคน—ไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือมิตร—คือสิ่งที่เธอต้องแบกรับ

ทหารราชสำนักกลุ่มหนึ่งชะงักงัน ดาบในมือของพวกเขาไม่ได้เล็งมาที่เธออีกต่อไป แต่เล็งลงไปยังหลุมลึกที่เผยให้เห็นความลับของโลกเก่า หัวหน้าทหารที่มีแผลเป็นลากยาวที่แก้มสบตากับ Anwen ชั่วครู่ ดวงตาของเขาไม่ได้แสดงความกระหายเลือดเหมือนตอนแรก แต่มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและกระหายใคร่รู้ “นี่มัน... สิ่งประดิษฐ์ของยุคบรรพกาลงั้นหรือ?” เขาพึมพำ เสียงของเขาถูกกลบด้วยเสียงกลไกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่การสั่น แต่มันคือการกระชาก พื้นไม้ที่เหลืออยู่เริ่มปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หญิงสาวปริศนาที่เคยดูอ่อนแอ บัดนี้เธอกลับยืนนิ่งอยู่ริมขอบรอยแยก ดวงตาของเธอไม่ได้จ้องมองความพินาศด้วยความกลัว แต่กลับจ้องมองฟันเฟืองเหล่านั้นด้วยความเข้าใจอย่างน่าประหลาด เธอขยับปากพึมพำคำบางอย่างที่ Anwen ฟังไม่ถนับ แต่สัมผัสได้ถึงความขลังของมัน

“Anwen! ช่วยด้วย!” เสียงร้องของ Fin ดังมาจากทางห้องครัว เขาพยายามประคองถาดไม้ที่เต็มไปด้วยเศษแก้วและจานชามที่หล่นกระจาย ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า

“Fin! ไปหา Granny Nessa แล้วพาคนขึ้นไปบนชั้นสอง! อย่าลงมาที่นี่เด็ดขาด!” Anwen สั่งการโดยไม่หันไปมอง เธอคว้าคันโยกไม้ที่อยู่ใกล้ๆ รอยแยก พยายามจะใช้มันเป็นที่ยึดเกาะ แต่แรงเหวี่ยงของเครื่องจักรใต้ดินกลับทำให้เธอเสียหลัก ร่างของเธอเกือบจะร่วงลงไปในปากเหวแห่งฟันเฟืองนั้น หากไม่ใช่เพราะมือหนาของเจ้าหน้าที่ปลอมตัวที่ยื่นมาฉุดเธอไว้ได้ทัน

เขายังคงอยู่ในคราบนักเดินทางผู้เหนื่อยล้า แต่แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเต็มตัว “ถ้าคุณอยากให้โรงเตี๊ยมนี้ไม่ถล่มลงไปในนรกใต้ดิน เราต้องหยุดการทำงานของมัน หรือไม่ก็ต้องหาทางระบายแรงดันออกไป!” เขาพูดพลางชี้ไปยังวาล์วทองเหลืองขนาดเล็กที่โผล่พ้นขึ้นมาจากรอยแยก

ความวุ่นวายทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อกลุ่มนักล่าที่เหลืออยู่เริ่มขยับตัว พวกเขาไม่ได้สนใจความปลอดภัยของตัวเองอีกต่อไป เป้าหมายเดียวของพวกเขาคือสิ่งที่อยู่ใต้พื้นดิน ‘สมบัติ’ หรือ ‘อาวุธ’ ที่ซ่อนอยู่ในกลไกนั้น “ส่งมันมาให้เรา! สิ่งนั้นเป็นของราชสำนัก!” หนึ่งในนักล่าคำรามพร้อมกับพุ่งเข้าใส่รอยแยก โดยไม่สนว่าพื้นกำลังจะถล่ม

Anwen มองเห็นภาพความโกลาหลตรงหน้า—ทหารที่กำลังลังเล, นักล่าที่บ้าคลั่ง, และหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญของทุกสิ่ง—เธอกัดฟันแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในฐานะเจ้าบ้านกำลังปะทะกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอรู้ดีว่าหากเครื่องจักรนี้ทำงานต่อไป โรงเตี๊ยม The Pilgrims' Rest ที่เธอรักจะกลายเป็นเพียงกองเศษไม้และซากศพ

“หยุดเดี๋ยวนี้!” Anwen คว้ามีดทำครัวเล่มยาวที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ เธอไม่ได้ก้าวเข้าไปหาทหารหรือนักล่า แต่เธอเดินตรงไปหาหญิงสาวปริศนาผู้นั้น “เธอรู้ใช่ไหมว่ามันคืออะไร? บอกฉันมาว่าต้องทำยังไงก่อนที่ทุกคนจะตายกันหมด!”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอสะท้อนแสงสีทองจากฟันเฟืองที่หมุนวน “มันไม่ใช่เครื่องจักร...” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่เย็นเยียบยิ่งกว่าพายุข้างนอก “มันคือหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะ และมันกำลังจะหยุดเต้น... พร้อมกับทุกสิ่งที่อยู่เหนือมัน”

สิ้นคำพูดนั้น เสียงกลไกที่เคยดังต่อเนื่องกลับเงียบกริบลงอย่างฉับพลัน ความเงียบที่เกิดขึ้นนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามเมื่อครู่ มันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะเข้าถล่ม ทุกคนในห้องโถงหยุดนิ่ง ลมหายใจถูกกักขังไว้ในลำคอ ก่อนที่แรงอัดมหาศาลจะระเบิดออกมาจากใต้พื้นดิน เสียงระเบิดดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก แสงสว่างวาบสีฟ้าครามพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก ฉีกกระชากความมืดและความเงียบออกเป็นชิ้นๆ

Anwen รู้สึกถึงแรงอัดที่ผลักร่างของเธอจนกระเด็นไปกระแทกกับเคาน์เตอร์ไม้ โลกหมุนคว้าง ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่สติจะเลือนราง คือร่างของหญิงสาวปริศนาที่ค่อยๆ เลือนหายไปในแสงสีฟ้านั้น พร้อมกับเสียงโลหะที่บิดเบี้ยวและเสียงกรีดร้องที่ฟังดูไม่เหมือนมนุษย์

--- ท่ามกลางความวุ่นวายระหว่างทหาร นักล่า และแขกในโรงเตี๊ยม เครื่องจักรโบราณใต้พื้นดินเกิดทำงานผิดปกติจนเกิดแรงระเบิดแสงสีฟ้าที่ฉีกกระชากทุกอย่าง และทำให้หญิงสาวปริศนาหายไปในแสงนั้น