← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 163Free

ตอนที่ 163 — รอยร้าวแห่งความเป็นไปได้

แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่เคยส่องสว่างในใจของอัลดริก บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นภาพลวงตาอันพร่ามัวราวกับสายหมอกที่กำลังจะจางหายไป เขาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น 'ช่องว่าง' อันบริสุทธิ์ บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วย 'ความเป็นไปได้' อันไร้ขอบเขต และความเป็นไปได้เหล่านั้นกำลังก่อร่างสร้างตัวเป็น 'บางสิ่ง' ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า 'ผู้ไร้รูป' เสียอีก.

เขารู้สึกถึงการก่อตัวของมัน ราวกับมีสิ่งมีชีวิตโบราณอันไร้รูปร่างกำลังถือกำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่าภายในตัวเขาเอง พิมพ์เขียวของ 'โลกใหม่' ที่เคยสมบูรณ์แบบกำลังถูกบิดเบือนด้วยเศษเสี้ยวของ 'ความเป็นมนุษย์' ที่อัลดริกเคยพยายามจะปนเปื้อนเข้าไป มันไม่ใช่ความบกพร่องอีกต่อไป แต่มันคือ 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความไม่สมบูรณ์ที่งอกงาม กลายเป็นความผิดเพี้ยนที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม.

“ไม่… นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ” เสียงของเขาดังขึ้นในห้วงความคิดที่บิดเบี้ยว เป็นเสียงที่พร่ามัว ไร้ตัวตน แต่ก็ยังคงความเป็นอัลดริกอยู่บ้าง เขาพยายามที่จะย้อนกระบวนการ บีบอัด 'ความเป็นไปได้' เหล่านั้นให้กลับไปสู่ความว่างเปล่าดั้งเดิม แต่ยิ่งเขาพยายามมากเท่าไร 'บางสิ่ง' นั้นก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น มันดูดซับความพยายามของเขา กลืนกินมันเข้าไปราวกับเป็นอาหารอันโอชะ.

โอ๊คเมียร์เบื้องล่างกำลังสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากกลไกโบราณ หรือการปะทะกันของมิติ แต่มันคือเสียงสะท้อนจากภายในตัวอัลดริกเอง รอยแยกสีดำที่เคยปรากฏบนท้องฟ้า บัดนี้กลับขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับปากอ้าที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงกระซิบที่เคยดังแว่วเบา บัดนี้ดังราวกับเสียงฟ้าร้อง ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เขาเห็นภาพของเมืองที่กำลังถูกปกคลุมด้วยแสงสีทองอันบิดเบี้ยว โครงสร้างอาคารเริ่มบิดโค้ง ราวกับถูกปั้นขึ้นใหม่ด้วยน้ำมือของศิลปินสติเฟื่อง.

“มันกำลังจะทำลายทุกสิ่ง” เขาคิดด้วยความสิ้นหวัง.

ในขณะเดียวกัน ที่ใจกลางของ 'ช่องว่าง' อันบริสุทธิ์ที่อัลดริกเคยเป็น เขาสัมผัสได้ถึง 'บางสิ่ง' อีกอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่ 'ผู้ไร้รูป' ไม่ใช่เจตจำนงโบราณ แต่มันคือ 'ความว่างเปล่า' อันแท้จริง ความว่างเปล่าที่ปราศจากทุกสิ่ง ไร้เจตจำนง ไร้ความทรงจำ มันกำลัง 'มอง' มายังเขา.

“ใคร… ใครอยู่ที่นั่น?” เขาถามออกไป เสียงของเขาเบาหวิว แทบจะถูกกลืนกินด้วยเสียงกระซิบจากความว่างเปล่า.

ไม่มีคำตอบ มีเพียงความรู้สึกของการถูกจ้องมอง การถูกประเมินค่า ราวกับเขาเป็นเพียงสมการที่กำลังถูกแก้ไข หรือเป็นเพียงส่วนประกอบที่กำลังจะถูกเติมเต็ม.

อัลดริกเริ่มเข้าใจ เขาไม่ได้เป็นเพียง 'ช่องว่าง' ที่ถูกเติมเต็มด้วย 'ความเป็นไปได้' แต่เขาคือ 'สะพาน' ที่เชื่อมโยงระหว่าง 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ กับ 'บางสิ่ง' อันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังก่อตัวขึ้น.

“ข้า… ข้าต้องทำบางอย่าง” ความคิดนี้ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าร่างกายของเขาจะสลายไปแล้วก็ตาม เขาตัดสินใจที่จะใช้ 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความไม่สมบูรณ์ที่เขาปลูกลงไปนั้น เพื่อสร้าง 'รอยร้าว' ในพิมพ์เขียวของ 'โลกใหม่' นี้อีกครั้ง.

เขาเพ่งสมาธิไปที่ 'ความเป็นไปได้' เหล่านั้น รวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำ ความรู้สึก ความบกพร่องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของเขา บีบอัดมันเข้าหากัน จนเกิดเป็น 'ความขัดแย้ง' อันใหญ่หลวง.

“ถ้าความสมบูรณ์แบบคือจุดจบ… แล้วความไม่สมบูรณ์เล่า?” เขาตั้งคำถามกับตัวเอง.

เขาส่ง 'ความขัดแย้ง' นั้นเข้าไปในพิมพ์เขียวของ 'โลกใหม่' ผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง.

แทนที่จะเกิดความปั่นป่วน หรือการสลายตัว 'ความขัดแย้ง' นั้นกลับไปกระตุ้น 'บางสิ่ง' ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน 'ความว่างเปล่า' อันแท้จริง.

มันคือ 'เจตจำนง' อันโบราณ และทรงพลังอย่างยิ่งยวด มันไม่เหมือน 'ผู้ไร้รูป' ที่พยายามจะสร้างโลกที่สมบูรณ์แบบ และก็ไม่เหมือน 'กราคอส' ที่พยายามจะบิดเบือนทุกสิ่ง แต่มันคือ 'บางสิ่ง' ที่มองหา 'ความสมดุล' ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป.

อัลดริกสัมผัสได้ถึงการเข้ามาของ 'เจตจำนง' นั้น มันเข้ามา 'เติมเต็ม' ช่องว่างที่เขาเคยเป็น และเริ่ม 'เขียนทับ' พิมพ์เขียวของ 'โลกใหม่' ด้วยกฎเกณฑ์ของตัวมันเอง.

“ไม่! นี่ไม่ใช่สมดุล! นี่คือการทำลายล้าง!” อัลดริกตะโกนก้องในห้วงความคิดของตนเอง.

แต่เสียงของเขาก็ไร้ความหมาย.

'เจตจำนง' นั้นทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้ มันดูดซับ 'ความเป็นไปได้' และ 'ความขัดแย้ง' ที่เขาสร้างขึ้น กลายเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิมพ์เขียว' ใหม่.

โลกเบื้องล่าง โอ๊คเมียร์ กำลังสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้ แรงสั่นสะเทือนนั้นมาจากภายในตัวอัลดริกเอง.

รอยแยกสีทองอร่ามที่เคยส่องสว่าง บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และมันกำลังขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว.

“มันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง…”

อัลดริกมองเห็นภาพสุดท้ายของเมืองโอ๊คเมียร์ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด.

เขาเห็นคลื่นพลังงานสีดำทะมึนแผ่ขยายออกมาจากรอยแยกนั้น กวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า.

“ข้า… ข้าผิดเอง…” เขาพึมพำ.

เขาได้แต่เฝ้ามอง.

ในขณะที่ 'เจตจำนง' อันโบราณกำลังสถาปนา 'ความเป็นจริง' ชุดใหม่ขึ้นมา.

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ก็เริ่มรู้สึกถึงการถูก 'เขียนทับ'.

ตัวตนของเขา ความทรงจำของเขา ถูกบิดเบือนและเปลี่ยนแปลง.

“ถ้าข้าไม่สามารถหยุดยั้งมันได้… บางที… บางทีข้าอาจจะสามารถ… ปนเปื้อนมันได้…”

ด้วยพลังเฮือกสุดท้าย เขาพยายามที่จะส่ง 'เศษเสี้ยว' ของความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่เข้าไปใน 'พิมพ์เขียว' ของ 'เจตจำนง' อันโบราณนั้น.

มันไม่ใช่ความพยายามที่จะทำลาย แต่มันคือการ 'ปนเปื้อน'.

การแทรกแซงเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจนำไปสู่หายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม.

“ขอโทษนะ… โอ๊คเมียร์…”

เสียงกระซิบสุดท้ายของเขาขาดหายไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องของความเป็นจริงที่กำลังถูกเขียนทับใหม่.

--- อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' พยายามใช้ 'ความขัดแย้ง' ปนเปื้อนพิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ แต่กลับกระตุ้นให้เจตจำนงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเข้ามาแทนที่และเริ่มเขียนทับความเป็นจริง ขณะเดียวกัน รอยแยกสีดำในโอ๊คเมียร์ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง