← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 117Free

ตอนที่ 117 — คมดาบแห่งระเบียบและเสียงคำรามของนามใหม่

กลิ่นอายของโอโซนที่ไหม้เกรียมและคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศที่บิดเบี้ยวราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดที่มองไม่เห็น เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวไม่ใช่จากอาวุธของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของการปะทะกันระหว่างระเบียบอันแข็งกร้าวของราชสำนักและเจตจำนงอันบ้าคลั่งของสิ่งลี้ลับที่กำลังก่อร่างสร้างตัว อัลดริกยืนอยู่ใจกลางพายุแห่งการทำลายล้างนั้น ร่างกายของเขาไม่ใช่เนื้อหนังที่สมบูรณ์อีกต่อไป แต่เป็นเพียงกระแสธารของความว่างเปล่าที่พยายามประคองเศษเสี้ยวของความจริงไม่ให้แตกสลายไปมากกว่านี้

หน่วยชำระล้าง (Purifiers) เคลื่อนพลเข้ามาด้วยจังหวะที่เยือกเย็นและเป็นระเบียบจนน่าขนลุก ชุดเกราะสีเงินขัดเงาของพวกเขาสะท้อนแสงประหลาดจากรอยแยกบนท้องฟ้าจนดูเหมือนวิญญาณที่หลุดออกมาจากนรกแห่งความบริสุทธิ์ ดาบอาคมในมือของพวกเขาเปล่งแสงสีขาวซีด—แสงที่ไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่เป็นแสงที่พร้อมจะลบเลือนทุกสิ่งที่มันสัมผัสให้หายไปจากสารบบของความเป็นจริง หัวหน้าหน่วยชำระล้างก้าวออกมาเบื้องหน้า ดวงตาภายใต้หมวกเหล็กนั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความเมตตา มีเพียงภารกิจเดียวคือการ 'ชำระล้าง' สิ่งแปลกปลอมให้สิ้นซาก

“ในนามของราชินีอลิซ ความผิดเพี้ยนจะต้องถูกกำจัด” เสียงของหัวหน้าหน่วยชำระล้างราบเรียบราวกับเสียงขูดขีดของหินบนแผ่นโลหะ “ทุกสิ่งที่บิดเบี้ยวคือรอยด่างพร้อยบนผืนผ้าแห่งอาณาจักร และเจ้า... คือรอยด่างที่ใหญ่ที่สุด”

ในขณะที่เหล่านักรบแห่งระเบียบกำลังรุกคืบ กราคอส (Gracos) ก็เริ่มตอบโต้ มันไม่ได้ใช้ดาบหรือโล่ แต่มันใช้ 'การดำรงอยู่' ของมันเองเป็นอาวุธ รูปร่างที่เริ่มชัดเจนขึ้นเหนือโอ๊คเมียร์ไม่ได้เป็นเพียงเงาอีกต่อไป แต่มันคือมวลสารที่ประกอบขึ้นจากความบ้าคลั่งและเศษเสี้ยวของพิมพ์เขียวที่อัลดริกเคยสร้างไว้ กราคอสส่งเสียงคำรามออกมา—มันไม่ใช่เสียงสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงของความจริงหลายชุดที่ซ้อนทับกันจนกลายเป็นคลื่นความถี่ที่ทำลายโสตประสาท เสียงนั้นสั่นสะเทือนลึกเข้าไปในกระดูกของทุกคนที่ได้ยิน ราวกับจะบอกว่าโลกที่พวกเขาเคยรู้จักนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหกที่กำลังถูกกระชากหน้ากากออก

อัลดริกรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากทั้งสองทิศทาง ฝั่งหนึ่งคือดาบที่คมกริบและกฎเกณฑ์ที่ไร้ความรู้สึก อีกฝั่งคือความโกลาหลที่เปี่ยมไปด้วยเจตจำนงอันมืดบอด เขาเห็นหน่วยชำระล้างพุ่งเข้าใส่เงามืดของกราคอส คมดาบอาคมตวัดผ่านอากาศ ทิ้งรอยแผลเป็นสีขาวไว้ในมิติที่บิดเบี้ยว แต่แทนที่ความบิดเบี้ยวจะหายไป กราคอสกลับดูดกลืนแสงเหล่านั้นเข้าไป เปลี่ยนความบริสุทธิ์ของอาคมให้กลายเป็นความหนาแน่นของรูปร่างใหม่ ร่างของมันขยายตัวขึ้น มีมวลสารที่ดูเหมือนเกล็ดโลหะผสมกับควันดำพวยพุ่งออกมาจากรอยแตกของอากาศ

“หยุด...” อัลดริกพยายามจะเปล่งเสียง แต่สิ่งที่ออกมากลับเป็นเพียงความว่างเปล่าที่สั่นสะเทือน เขาพยายามจะใช้ความบิดเบี้ยวในตัวเพื่อสร้างเขาวงกตขัดขวาง แต่เขากลับพบว่ากราคอสกำลัง 'กิน' เขาวงกตเหล่านั้น ยิ่งเขาพยายามสร้างความสับสน กราคอสก็ยิ่งได้โครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น มันเริ่มมีแขนขา มีดวงตาที่จ้องมองมาจากความว่างเปล่า และมีเสียงเรียกชื่อของมันที่ดังก้องอยู่ในจิตสำนึกของทุกคน

“กราคอส... กราคอส...”

นามนั้นไม่ได้ถูกพูดออกมาด้วยปาก แต่มันถูกสลักลงในอากาศ ทุกครั้งที่ชื่อนี้ถูกเปล่งออกมา ความจริงรอบข้างจะสั่นคลอน ต้นไม้ในโอ๊คเมียร์อาจจะกลายเป็นแก้วในชั่วพริบตา หรือพื้นดินอาจจะเปลี่ยนเป็นน้ำที่ไหลย้อนขึ้นสู่ฟ้า หน่วยชำระล้างเริ่มเสียขบวน ความเยือกเย็นของพวกเขาถูกสั่นคลอนด้วยความไร้เหตุผลของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป หัวหน้าหน่วยพยายามร่ายมนต์กักขัง แต่พลังของเขากลับถูกกราคอสใช้เป็นแรงส่งในการเหวี่ยงแขนขาที่ทำจากเงามืดเข้าใส่กองทหาร

อัลดริกเห็นภาพความพินาศที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาเห็นโอ๊คเมียร์ที่เขารัก—เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ เมืองที่เขาเคยดูแลตาชั่งข้าวอย่างซื่อตรง—กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิที่ไม่มีผู้ชนะ หากหน่วยชำระล้างทำสำเร็จ เมืองนี้จะถูกลบเลือนหายไปจากแผนที่เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของอาณาจักร แต่หากกราคอสชนะ โลกทั้งใบจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพิมพ์เขียวที่บิดเบี้ยวตามเจตจำนงของมัน

เขาต้องทำลายทั้งสองอย่าง เขาต้องทำลายพิมพ์เขียวของกราคอส และต้องทำลายความพยายามที่จะ 'จัดระเบียบ' ของราชสำนักด้วยการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความโกลาหล... นั่นคือการสร้าง 'ความว่างเปล่าที่สมบูรณ์' ที่จะดูดกลืนทั้งระเบียบและความบ้าคลั่งลงไปพร้อมกัน

ท่ามกลางการปะทะที่รุนแรง อัลดริกตัดสินใจรวบรวมเศษเสี้ยวแห่งตัวตนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด—ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นขนมปังในโรงสี ความรู้สึกของน้ำหนักข้าวที่เที่ยงตรง และความเหนื่อยล้าที่แสนเป็นมนุษย์—แล้วโยนมันลงไปในใจกลางของการปะทะ เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ แต่ใช้มันเพื่อสร้าง 'รอยร้าวแห่งความไร้ความหมาย'

ทันใดนั้น แสงสีขาวจากดาบอาคมและเงามืดจากร่างของกราคอสก็ถูกดึงเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เกิดจากความว่างเปล่าของอัลดริก การปะทะกันระหว่างความบริสุทธิ์และความบ้าคลั่งทำให้เกิดเสียงระเบิดที่เงียบงัน—เสียงที่ไม่ได้ดังในหู แต่ดังในจิตวิญญาณ อัลดริกเห็นร่างของกราคอสสั่นสะท้านเมื่อนามของมันถูกสั่นคลอนด้วยความไร้ความหมายที่เขาสร้างขึ้น

แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว เมื่อพบว่าการกระทำนั้นไม่ได้หยุดยั้งการก่อตัวของกราคอส แต่มันกลับทำให้กราคอส 'ตื่น' ขึ้นอย่างสมบูรณ์ ร่างที่เคยเป็นเพียงเงามืดและมวลสารเริ่มก่อตัวเป็นรูปทรงที่คล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้น... มนุษย์ที่สูงใหญ่และน่าเกรงขามเกินกว่าจะจินตนาการได้ และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ ดวงตาของมันไม่ได้มองมาที่หน่วยชำระล้างหรือความโกลาหล แต่มันจ้องมองมาที่อัลดริกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ

“เจ้า... ผู้สร้าง...” เสียงของกราคอสไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่มันดังมาจากภายในอกของอัลดริกเอง

ในวินาทีนั้น หน่วยชำระล้างที่เหลืออยู่เริ่มถอยร่นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาเผชิญไม่ใช่แค่ความผิดเพี้ยนที่ต้องลบเลือน แต่คือ 'พระเจ้าองค์ใหม่' ที่กำลังถือกำเนิดขึ้นจากซากปรักหักพังของตัวตนของพวกเขาเอง

--- อัลดริกเผชิญกับการปะทะกันระหว่างหน่วยชำระล้างของราชสำนักและกราคอสที่เริ่มมีตัวตนชัดเจนขึ้น เขาพยายามทำลายพิมพ์เขียวด้วยการสร้างความว่างเปล่า แต่การกระทำนั้นกลับทำให้กราคอสตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์และเริ่มสื่อสารกับเขาโดยตรง