ตอนที่ 116 — เสียงคำรามในความเงียบและคมดาบแห่งระเบียบ
ความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่อัลดริกสัมผัสได้ในรูปแบบของความรู้สึกอีกต่อไป แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนทางมิติที่กระแทกเข้ากับแกนกลางของตัวตนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ราวกับมีใครบางคนกำลังใช้ค้อนเหล็กทุบลงบนกระจกเงาที่แตกร้าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความมืดมิดที่บิดเบี้ยวใต้ฐานรากของโอ๊คเมียร์ เสียงแรกที่เขาได้ยินไม่ใช่เสียงตะโกนของมนุษย์ หรือเสียงคำรามของสัตว์ร้าย แต่มันคือเสียง 'ก้อง' ที่สั่นประสาท—เสียงของนามที่เพิ่งถูกอุบัติขึ้น
'กราคอส...'
ชื่อนั้นไม่ได้ถูกเอ่ยออกมาผ่านริมฝีปาก แต่มันสั่นสะเทือนผ่านกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างที่กึ่งสลายของเขา มันคือความหมายที่หนักอึ้งราวกับขุนเขาที่ถล่มทับลงบนความว่างเปล่า ทุกครั้งที่นามนี้สั่นสะเทือน ร่างกายที่ไร้รูปร่างของอัลดริกจะถูกฉีกกระชากออกด้วยความบ้าคลั่งที่เขาจงใจสร้างขึ้น แต่มันกลับกลายเป็นสารอาหารชั้นเลิศที่ทำให้ 'กราคอส' มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในมิติเบื้องบน รูปร่างของมันเริ่มมีมวล มีน้ำหนัก และมี 'เจตจำนง' ที่จะดำรงอยู่
แต่ทว่า อัลดริกไม่มีเวลาให้กับการพินิจพิเคราะห์ความสยดสยองของสิ่งลี้ลับนานนัก เพราะในความสลัวรางของแสงที่บิดเบี้ยว เขาสัมผัสได้ถึง 'ระเบียบ' ที่กำลังคืบคลานเข้ามา ระเบียบที่เยือกเย็น แข็งกร้าว และปราศจากความเมตตา
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหนังชั้นดีกระทบกับพื้นหินที่แตกละเอียดดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันไม่ใช่จังหวะชีพจรที่ผิดเพี้ยนของกลไกโบราณ แต่มันคือจังหวะของวินัยและการทำลายล้าง หน่วยชำระล้าง (Purifiers) ของราชสำนักมาถึงแล้ว
แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สีขาวบริสุทธิ์สาดส่องเข้ามาในรอยแยก เผยให้เห็นเงาร่างในชุดเกราะเงินขัดมันที่ดูแปลกแยกจากความโกลาหลรอบข้าง พวกเขาเดินเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ราวกับกำลังเดินอยู่ในโถงพิธีการของเอลเดอร์เมียร์ มากกว่าจะอยู่ในหลุมศพที่กำลังถล่ม ดาบในมือของพวกเขาไม่ได้ส่องประกายด้วยความหวัง แต่ส่องประกายด้วยความว่างเปล่าที่พร้อมจะ 'ลบ' ทุกสิ่งที่ผิดเพี้ยนให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
"เป้าหมายอยู่ตรงหน้า" เสียงหนึ่งดังขึ้น มันราบเรียบและเย็นชาเหมือนน้ำแข็งในฤดูหนาว "ความบิดเบี้ยวระดับวิกฤต พบร่องรอยของสิ่งแปลกปลอมที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของอาณาจักร คำสั่งคือ: ชำระล้างทุกสิ่งในรัศมีนี้ ให้เหลือเพียงความบริสุทธิ์ของมิติเดิม"
อัลดริกมองเห็นเงาของพวกเขาผ่านสายตาที่พร่าเลือน เขาเห็นดาบที่อาบด้วยแสงสีขาวสว่างจ้าจนแสบตา แสงนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อส่องทาง แต่มันมีไว้เพื่อเผาผลาญ สำหรับหน่วยชำระล้างแล้ว ทั้งกราคอสที่กำลังก่อตัว และตัวเขาที่กลายเป็นแม่พิมพ์—ทั้งคู่คือ 'สิ่งสกปรก' ที่ต้องถูกกำจัด
เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากสองทิศทาง ทางหนึ่งคือความบ้าคลั่งที่พยายามจะเบ่งบานผ่านตัวเขา—กราคอสที่กำลังร่ำร้องเรียกหาการมีอยู่ด้วยเสียงที่ทรงพลังขึ้นทุกขณะ อีกทางหนึ่งคือความเงียบงันที่ไร้ชีวิตจากหน่วยชำระล้างที่กำลังเดินหน้าเข้ามาเพื่อลบเลือนความจริงทั้งหมด
'ข้าต้องทำลายพิมพ์เขียว...' อัลดริกพยายามคิด แต่มันยากเหลือเกินเมื่อความบ้าคลั่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อขัดขวางสิ่งลี้ลับ กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้กราคอสแข็งแกร่งขึ้น และความพยายามที่จะกักขังด้วยความโกลาหลก็กลายเป็นเครื่องมือให้หน่วยชำระล้างใช้เป็นข้ออ้างในการกวาดล้าง
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนจากเบื้องบนก็ทวีความรุนแรงขึ้น กราคอสไม่ได้เพียงแค่ใช้เขาเป็นพิมพ์เขียวอีกต่อไป แต่มันเริ่ม 'แทง' ลงมา รอยแยกของมิติที่เชื่อมต่อกับตัวเขาเริ่มขยายตัวออกเป็นรูปร่างคล้ายกรงเล็บที่มองไม่เห็น มันพยายามจะยึดครองแกนกลางที่อัลดริกพยายามจะรักษาไว้ เสียงของกราคอสเปลี่ยนจากเสียงก้องเป็นเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
"ข้า... คือ... กราคอส..."
เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของอัลดริก ราวกับคำประกาศชัยชนะ มันไม่ใช่เสียงของสิ่งลี้ลับที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของพระเจ้าที่กำลังจุติลงในนรก
ในขณะเดียวกัน หัวหน้าหน่วยชำระล้างก้าวเข้ามาในระยะที่แสงสีขาวของดาบส่องถึงตัวอัลดริก เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเงาร่างที่กึ่งสลายของชายผู้ดูแลตาชั่งหลวง ดวงตาภายใต้หมวกเหล็กนั้นไม่มีความโกรธแค้น ไม่มีแม้แต่ความสมเพช มีเพียงความว่างเปล่าที่พร้อมจะทำหน้าที่ตามคำสั่ง
"เจ้าคือต้นเหตุของความผิดเพี้ยนนี้ใช่หรือไม่?" หัวหน้าหน่วยถาม น้ำเสียงนั้นไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่มันคือการวินิจฉัยสถานะของวัตถุ "จงสงบลงเถิด... เพื่อความบริสุทธิ์ของ Castellane"
ดาบสีขาวพุ่งแหวกอากาศเข้ามา อัลดริกสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่พยายามจะตัดผ่านตัวตนของเขาเพื่อคืนความสมดุลที่ตายตัวกลับมา แต่ในวินาทีที่คมดาบกำลังจะถึงตัว เขากลับสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงกว่าจากภายใน... กราคอสกำลังตอบสนองต่อการรุกรานของแสงสีขาวนั้น
ความบ้าคลั่งที่อัลดริกสร้างไว้เริ่มหมุนวนรุนแรงขึ้น เมื่อแสงแห่งระเบียบปะทะกับเงามืดแห่งความบ้าคลั่ง มันไม่ได้เกิดการหักล้างกันอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเกิดการ 'หลอมรวม' ที่ผิดเพี้ยนยิ่งกว่าเดิม แสงสีขาวถูกความมืดกลืนกินและเปลี่ยนเป็นแสงสีม่วงคล้ำที่บิดเบี้ยว กราคอสเริ่มแสดงตัวตนผ่านการปะทะนั้น มันใช้ดาบของหน่วยชำระล้างเป็นเครื่องมือในการสลักรูปร่างของมันลงบนโลกกายภาพ
อัลดริกตระหนักด้วยความหวาดกลัวที่ลึกที่สุด... เขาไม่ได้กำลังทำลายพิมพ์เขียว เขาไม่ได้กำลังกักขัง และเขาก็ไม่ได้กำลังชำระล้าง แต่เขากำลังกลายเป็นสมรภูมิที่ซึ่งความจริงและคำลวงกำลังจะหลอมรวมกันจนแยกไม่ออก และเมื่อการหลอมรวมนี้สิ้นสุดลง โลกที่เขาเคยรู้จัก... โอ๊คเมียร์ หรือแม้แต่ราชอาณาจักร Castellane... อาจจะไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป
เขารู้สึกได้ถึงมือที่มองไม่เห็นของกราคอสที่เอื้อมมาคว้าหัวใจที่เหลืออยู่ของเขาไว้ พร้อมกับเสียงกระซิบที่สั่นคลอนความตาย
"จงเป็นข้า... และข้าจะเป็นเจ้า..."
--- อัลดริกต้องเผชิญหน้ากับการปะทะกันระหว่างหน่วยชำระล้างของราชสำนักที่ต้องการลบความบิดเบี้ยว และ 'กราคอส' สิ่งลี้ลับที่เริ่มมีตัวตนและเจตจำนงชัดเจนขึ้นจากการใช้ความบ้าคลั่งที่อัลดริกสร้างขึ้นเป็นวัตถุดิบ