← All chapters

The Glass Library

Chapter 96Free

ตอนที่ 96 — ความผันผวนของแสงในผลึกแก้วจำลอง

“มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้” เซเลสเทนพึมพัดกับตัวเอง พลางขยับปลายนิ้วที่เปื้อนคราบเขม่าสีเงินจากการปรับจูนเครื่องจักร “ทำไมค่าความเข้มแสงถึงแกว่งเหมือนคนเมาเหล้าเอลแบบนี้กันนะ?”

เบื้องหน้าของเธอคือชุดอุปกรณ์จำลองแสงวิเศษที่ประกอบขึ้นจากฟันเฟืองทองเหลืองและเลนส์แก้วเจียระไนขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วน มันเป็นเทคโนโลยีที่พยายามจะลอกเลียนแบบ ‘อาลักษณ์แสง’ เพื่อประหยัดต้นทุนการใช้ผลึกแก้วแท้จากหอสมุดกลาง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเพียงแสงกะพริบที่ดูน่าสมเพช แสงสีฟ้าอ่อนๆ พยายามจะพุ่งขึ้นสู่ยอดแก้วทรงกรวย แต่แล้วก็วูบดับลงเหมือนเทียนที่ถูกลมพัดหายไปในความมืด

“เซเลสเทน ถ้าเธอยังทำค่าความเสถียรไม่ได้ภายในคืนนี้ ฉันคงต้องเขียนรายงานส่งสำนักอาลักษณ์ว่างานวิจัยของเธอเป็นแค่ของเล่นเด็ก” เสียงเรียบๆ ของเอเลียสที่ดังมาจากมุมห้องทำให้เธอสะดุ้ง

เซเลสเทนหันไปมอง ชายหนุ่มในชุดอาลักษณ์สีน้ำเงินเข้มยืนกอดอกอยู่ข้างชั้นวางหนังสือ เขาถอนหายใจยาวจนไหล่สั่น “ฉันไม่ได้เสียเวลาเล่นนะเอเลียส! ฉันกำลังพยายามรักษาสมดุลของกระแสพลังงานอยู่ต่างหาก” เธอตอบกลับด้วยความเร็วระดับที่คนปกติแทบฟังไม่ทัน “ค่าความถี่ของผลึกจำลองมันไม่นิ่งเลย เหมือนมันมีแรงต้านจากบางอย่างที่ฉันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า”

“มันคือความไร้ระเบียบ” เอเลียสขยับแว่นสายตา “ในเอลเดอร์เมียร์ ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน ถ้าต้นฉบับไม่สอดคล้องกับแสงที่ส่องสว่าง ข้อมูลก็คือความเท็จ และถ้าข้อมูลเท็จ เศรษฐกิจของแคสเทลเลนก็ล่มสลาย เธอต้องเข้าใจความสำคัญของความแม่นยำ”

“ความแม่นยำเหรอ? ฉันกำลังพยายามจะสร้างมันขึ้นมาต่างหาก!” เซเลสเทนหันกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอหยิบเข็มทิศแก้วขนาดจิ๋วขึ้นมาวัดค่าการสั่นสะเทือน “ดูนี่สิ พลังงานมันวูบวาบเหมือน... เหมือนมันกำลังตอบสนองต่อความวุ่นวายรอบตัวเรา”

บรอนเวนเดินเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ เธอวางหนังสือเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ตัวหนา เสียงปึ้งทำให้ฝุ่นที่เกาะอยู่บนเลนส์กระจายตัวออก “เลิกบ่นเรื่องความไร้ระเบียบได้แล้วเอเลียส” บรอนเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “สิ่งที่เซเลสเทนกำลังเจอไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องจักร แต่มันคืออะไรบางอย่างที่ ‘มีตัวตน’ มากกว่านั้น”

“เธอหมายความว่ายังไง บรอนเวน?” เซเลสเทนถามพลางขมวดคิ้ว เธอพยายามปรับแรงดันอากาศในกระบอกแก้ว แต่ทันทีที่เธอเริ่มกังวลถึงความล้มเหลว แสงสีฟ้าในผลึกจำลองก็เริ่มกะพริบถี่ขึ้นอย่างรุนแรงราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว

“ดูนั่นสิ” บรอนเวนชี้ไปที่หนังสือที่เธอเพิ่งนำมาวาง “หนังสือเล่มนี้... มันส่องแสงตอบรับกับผลึกแก้วของเธอในจังหวะที่แปลกประหลาด มันไม่ได้ส่องแสงตามกลไก แต่มันส่องแสงตามสิ่งที่อยู่ในนั้น”

เซเลสเทนจ้องมองผลึกแก้วด้วยความไม่อยากเชื่อ เธอเริ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในส่วนปิดผนึกของหอสมุด เรื่องที่บรอนเวนแอบเข้าไป และเรื่องคำทำนายที่อาจสั่นคลอนราชสำนัก ความกังวลเรื่องการถูกจับกุม ความกลัวว่าแสงวิเศษจะถูกควบคุมโดยนักการเมือง และความกังวลว่าความรู้ที่เธอพยายามจะจำลองจะกลายเป็นอาวุธทางการเมือง—ทันทีที่ความกังวลนั้นถาโถมเข้ามา แสงในผลึกจำลองก็เปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉานและสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งจนเกือบจะทำให้แก้วแตก!

“หยุดคิดเดี๋ยวนี้!” เซเลสเทนตะโกนสั่งตัวเอง แต่ยิ่งเธอพยายามห้าม ความตึงเครียดในใจเธอก็ยิ่งพุ่งสูง และแสงนั้นก็ยิ่งเต้นระบำอย่างบ้าคลั่งมากขึ้นไปอีก “มัน... มันไม่ได้ตอบสนองต่อความถี่ของแก้ว แต่มันตอบสนองต่อฉัน!”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของฟันเฟืองที่ยังคงหมุนวน เซเลสเทนหายใจหอบ เธอพยายามดึงสติและนึกถึงเรื่องที่สงบและมั่นคง เธอพยายามนึกถึงความเงียบสงัดของห้องสมุดยามคราวเช้าตรู่ ทันใดนั้น แสงที่เคยบ้าคลั่งก็ค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนเป็นแสงสีนวลตาที่นิ่งสนิทและบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“มันไม่ใช่แค่พลังงานบริสุทธิ์” เซเลสเทนพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นที่แฝงความหวาดกลัว “มันคือ ‘ความตั้งใจ’ (Intent) พลังงานแสงวิเศษไม่ได้ทำงานด้วยกฎฟิสิกส์เพียงอย่างเดียว แต่มันเชื่อมโยงกับสภาวะจิตใจหรืออารมณ์ของผู้ใช้ด้วย!”

“นั่นหมายความว่า...” เอเลียสพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “คำทำนายในหนังสือเล่มนั้น... ที่บอกถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... ถ้าความสมดุลนั้นหมายถึงการควบคุมแสงได้ด้วยจิตใจล่ะ?”

บรอนเวนไม่ได้ตอบ แต่สายตาของเธอจับจ้องไปที่แสงสีนวลที่นิ่งสงบนั้น “ถ้าเป็นอย่างที่เซเลสเทนว่าจริง ระบบอาลักษณ์แสงทั้งหมดที่เราใช้กันอยู่... มันอาจจะเป็นแค่เศษเสี้ยวที่ไร้ชีวิตของพลังงานที่แท้จริง”

เซเลสเทนกำหมัดแน่น ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่เรื่องของวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่มันคือการปลดล็อกอำนาจที่เปลี่ยนโลกได้ทั้งใบ เธอหันไปหาเพื่อนทั้งสองด้วยแววตามุ่งมั่น “ฉันจะทดลองใหม่ ฉันจะไม่ใช้แค่กลไก แต่ฉันจะใช้ ‘ความตั้งใจ’ ที่แตกต่างกัน... ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถควบคุมแสงนี้ได้ด้วยเจตจำนงของเราเอง ไม่ใช่แค่เครื่องจักร”

เธอหยิบแก้วเปล่าขึ้นมา แล้วหลับตาลง พยายามส่งผ่านความมุ่งมั่นที่แรงกล้าเข้าไปในแก้วใบนั้น ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างจ้าก็พุ่งทะลุออกจากแก้วจำลอง กระจายตัวออกไปจนเต็มห้องทำงาน ราวกับกำลังตอบรับคำท้าทายของเธอ

--- เซเลสเทนค้นพบว่าพลังงานแสงวิเศษในผลึกแก้วจำลองไม่ได้ทำงานตามกลไกปกติ แต่ตอบสนองต่ออารมณ์และความตั้งใจของผู้ใช้งาน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับคำทำนายเรื่องราชินีผู้จะมาจุติ