← All chapters

The Glass Library

Chapter 75Free

ตอนที่ 75 — รอยแยกในความสมบูรณ์แบบ

อากาศในโลกใหม่นี้บริสุทธิ์จนน่าใจหาย มันไม่ใช่กลิ่นของดินชื้นหรือกลิ่นหมึกที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นที่ไร้ที่ติ—กลิ่นของกระดาษใหม่ที่เพิ่งถูกรีดจนเรียบกริบและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ที่ดูเหมือนจะบานอยู่ตลอดกาล บรอนเวนพยายามขยับปลายนิ้วของเธอ แต่มันกลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาด ราวกับว่านิ้วมือของเธอไม่ได้ทำจากเนื้อหนัง แต่เป็นเส้นสายของอักขระที่ถักทอเข้าด้วยกันจนกลายเป็นรูปทรงมนุษย์ เมื่อเธอก้มลงมองแขนของตนเอง แสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านท้องฟ้าสีครามจัดทำให้เห็นว่า ภายใต้ผิวหนังที่ดูนวลเนียนนั้น มีกระแสไหลเวียนของหมึกสีทองและสีแดงจางๆ วิ่งพล่านอยู่เหมือนเส้นเลือด มันคืออักขระต้นแบบที่หลอมรวมเข้ากับตัวตนของเธออย่างสมบูรณ์

“อย่าจ้องมันนานนัก บรอนเวน ความสมบูรณ์แบบมันมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ” เสียงแหบพร่าของชายชุดเทาดังขึ้นจากเงาของต้นไม้ที่ดูสมมาตรเกินกว่าจะเป็นของจริง

บรอนเวนสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองเขา ชายชุดเทายังคงดูทรุดโทรมและไม่เข้ากับโลกที่สว่างไสวนี้แม้แต่น้อย เสื้อผ้าของเขาเต็มไปด้วยรอยปะและฝุ่นผงจากมิติที่พังทลาย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่มี ‘ตำหนิ’ ในทัศนียภาพอันงดงามนี้ “ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนังสือที่ถูกเขียนเสร็จแล้ว... และกำลังรอให้ใครบางคนมาปิดปก” เธอพึมพำ เสียงของเธอสั่นพร่า “ความสงบนี้มันคืออะไรกันแน่?”

“มันคือพงศาวดารที่ถูกเขียนทับ” ชายชุดเทาก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาของเขาฉายแววเคร่งเครียด “กลุ่มคนชุดขาวไม่ได้ทำลายโลกทิ้งอย่างที่เธอคิด แต่พวกเขาแค่ลบ ‘ความวุ่นวาย’ ออกไป แล้วแทนที่ด้วยความจริงที่พวกเขาควบคุมได้ โลกที่คุณเห็นอยู่นี้คือบทที่ถูกขัดเกลาจนไม่มีรอยหมึกเลอะเทอะ ไม่มีตัวละครที่ออกนอกลู่นอกทาง และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีคนอย่างเธอ”

บรอนเวนมองไปรอบๆ เมืองที่เห็นอยู่ไกลๆ สถาปัตยกรรมของเอลเดอร์เมียร์ในโลกนี้ดูสะอาดตา ถนนหนทางเรียงตัวเป็นระเบียบราวกับถูกขีดเส้นด้วยไม้บรรทัด ผู้คนเดินผ่านไปมาด้วยรอยยิ้มที่ดูคล้ายกัน ราวกับเป็นตัวละครสมทบที่ถูกเขียนบทมาให้มีความสุขอย่างไม่มีเงื่อนไข ความรู้สึกขัดแย้งแล่นพล่านในอกของเธอ มันอุ่นใจแต่น่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน

“แล้วฉันต้องทำอย่างไร?” เธอถามพลางกำมือแน่น ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ปลายนิ้วเตือนให้รู้ว่าอักขระในกายเธอกำลังตอบสนองต่อความจริงที่บิดเบี้ยวนี้ “ถ้าฉันเป็นสิ่งแปลกปลอม ฉันจะถูกลบใช่ไหม?”

“ถ้าเธออยากมีชีวิตอยู่ เธอต้องไปที่หอสมุดเก่า” ชายชุดเทากล่าวพลางชี้ไปยังทิศทางที่หอสมุดแก้วเดิมเคยตั้งอยู่ แต่มันกลับกลายเป็นอาคารหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูสง่างามและไร้รอยร้าว “ที่นั่นอาจจะมีเศษเสี้ยวของความจริงดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ หรือไม่ก็มีเครื่องมือที่จะช่วยให้เธอ ‘เขียน’ ตัวเองลงไปในโลกใบนี้ได้โดยไม่ถูกขัดฆ่า แต่ต้องระวัง... กลุ่มคนชุดขาวไม่ได้หายไปไหน พวกเขาแค่เปลี่ยนบทบาทจากผู้ทำลายมาเป็นผู้ดูแลความสงบ”

บรอนเวนเริ่มออกเดิน เท้าของเธอสัมผัสกับพื้นหญ้าที่นุ่มนวลและเขียวขจี แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนพรมราคาแพงที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา ทุกก้าวย่างของเธอสร้างความกังวลในใจ เธอสังเกตเห็นว่าเมื่อเธอเดินผ่านสิ่งใด รอยเท้าของเธอไม่ได้ทิ้งรอยดินไว้ แต่กลับทิ้งรอยอักขระจางๆ ที่วูบวาบขึ้นมาครู่หนึ่งก่อนจะเลือนหายไป ราวกับว่าโลกใบนี้กำลังพยายามปฏิเสธการมีอยู่ของเธอ

ระหว่างทาง เธอพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังรดน้ำดอกไม้ในสวนสาธารณะ รอยยิ้มของหญิงสาวคนนั้นกว้างขวางและดูจริงใจจนน่าประหลาด บรอนเวนลองหยุดเดินและเอ่ยปากถาม “ขอโทษนะคะ... ที่นี่คือเอลเดอร์เมียร์ใช่ไหมคะ? แล้ว... มีข่าวคราวเรื่องความไม่สงบจากทางหลวงบ้างไหม?”

หญิงสาวคนนั้นหยุดมือจากการรดน้ำ เธอหันมามองบรอนเวนด้วยดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ “ความไม่สงบ? โอ้ คุณคงอ่านนิทานปรัมปรามากเกินไปแล้วล่ะค่ะ ที่นี่มีแต่ความสงบสุข ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น เรามีชีวิตที่มั่นคง มีอาหารที่เพียงพอ และมีบทเพลงที่ไพเราะ... คุณดูเหนื่อยล้านะคะ สนใจดื่มชาสักถ้วยไหม?”

คำพูดนั้นฟังดูอ่อนหวาน แต่สำหรับบรอนเวน มันคือคำพูดที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งน้ำหนักของประสบการณ์หรือความเจ็บปวดที่มนุษย์ควรจะมี เธอรีบเดินต่อโดยไม่รอคำตอบ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้น ความสมบูรณ์แบบนี้คือคุกที่ไม่มีลูกกรง

เมื่อเธอเข้าใกล้เขตหอสมุดเก่า อาคารหินอ่อนสีขาวที่เคยเป็นหอสมุดแก้วที่พังทลาย บัดนี้ตั้งตระหง่านอย่างน่าเกรงขาม มันไม่มีรอยแตก ไม่มีรอยคราบจากหมึกดำ หรือร่องรอยของการต่อสู้ที่เธอจำได้ บรอนเวนหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานยักษ์ที่สลักลวดลายดอกไม้ประดับประดาอย่างวิจิตร เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในกระแสเลือด อักขระในตัวเธอกำลังกรีดร้อง

“มันกำลังรอเธออยู่” ชายชุดเทากระซิบข้างหู เธอไม่รู้ว่าเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ “แต่จำไว้ บรอนเวน เมื่อเธอเปิดประตูนี้เข้าไป เธอจะไม่ใช่แค่บรรณารักษ์ที่หลงทางอีกต่อไป แต่เธอคือผู้ที่จะต้องเลือกว่าจะยอมรับบทบาทที่โลกนี้เขียนให้ หรือจะหยิบปากกาขึ้นมาเขียนโชคชะตาของตัวเอง แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมตลอดกาลก็ตาม”

บรอนเวนสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมของดอกไม้ในโลกนี้เริ่มทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้ เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาไปสัมผัสบานประตูหินอ่อน ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสพื้นผิวที่เรียบเนียน อักขระสีเลือดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรง รอยแตกเล็กๆ เริ่มลามไปตามผิวของประตู ราวกับว่าความจริงที่ถูกจารึกไว้กำลังพยายามจะทำลายเปลือกนอกที่สมบูรณ์แบบนี้

เสียงระฆังจากหอคอยดังขึ้น เป็นท่วงทำนองที่ไพเราะและสม่ำเสมอเกินไป แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงเตือนภัยสำหรับเธอ บรอนเวนผลักประตูเข้าไป ท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด ทว่าในความสว่างนั้น เธอสัมผัสได้ถึงสายตานับพันคู่ที่กำลังจ้องมองมาจากมุมมืดของชั้นหนังสือที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ... สายตาที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่มาจากสิ่งที่กำลังรอคอยการมาถึงของ 'จุดบกพร่อง' อย่างเธอ

--- บรอนเวนตื่นขึ้นในโลกใหม่ที่สมบูรณ์แบบจนผิดสังเกตและพบว่าร่างกายของเธอหลอมรวมกับอักขระต้นแบบ เธอต้องเดินทางไปยังหอสมุดเก่าเพื่อหาทางรักษาตัวตนก่อนที่จะถูกลบเลือนไปจากพงศาวดารที่ถูกเขียนทับ