← All chapters

The Glass Library

Chapter 74Free

ตอนที่ 74 — ความสงบที่แปลกปลอมและอักขระใต้ผิวหนัง

เสียงระฆังจากหอคอยกลางเมืองเอลเดอร์เมียร์ดังกังวานแว่วมาตามสายลมฤดูใบไม้ผลิ แต่มันกลับฟังดูแห้งแล้งและไร้ชีวิตชีวาในโสตประสาทของบรอนเวน แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าทอดผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามาในห้องพักที่ดูเรียบง่ายเกินกว่าจะเป็นความจริง มันสว่างจ้าจนน่าหงุดหงิด สว่างจนทำให้เธอต้องหยีตาและรู้สึกถึงความแสบร้อนที่ไม่ได้มาจากแสงแดด แต่มาจากผิวหนังของเธอเอง

บรอนเวนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง ความรู้สึกแรกที่เข้าจู่โจมไม่ใช่ความเหนื่อยล้า แต่เป็นความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด เธอสำรวจมือของตนเองภายใต้แสงแดดที่สาดส่อง—ปลายนิ้วของเธอยังคงดูเหมือนมนุษย์ แต่มันมีความวาววับประหลาดที่มองเห็นได้ยากหากไม่สังเกตให้ดี มันคือความวาวของหมึกที่ซึมลึกเข้าไปในชั้นผิวหนัง อักขระต้นแบบที่เธอหลอมรวมเข้ากับร่างกายในมิติที่พังทลายนั้นไม่ได้หายไป แต่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีววิทยาของเธอไปเสียแล้ว ทุกครั้งที่เธอขยับนิ้ว เธอรู้สึกได้ถึงรอยจารึกที่ขยับเขยื้อนอยู่ใต้เนื้อเยื่อ ราวกับว่าร่างกายของเธอคือหน้ากระดาษที่ยังมีชีวิต

เธอก้าวเดินไปที่กระจกเงาบานเก่า สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่ใบหน้าดูซีดเซียวลงกว่าเดิมเล็กน้อย ดวงตาของเธอคมชัดขึ้น ทว่าในส่วนลึกของนัยน์ตา กลับมีประกายแสงสีทองจางๆ ที่หมุนวนคล้ายอักขระที่กำลังเขียนตัวเองอยู่ตลอดเวลา บรอนเวนยื่นมือไปสัมผัสใบหน้า ความเย็นเยียบของผิวหนังทำให้เธอต้องสะดุ้ง นี่ไม่ใช่ผิวของคนธรรมดา มันคือความรู้สึกของการเป็น 'สิ่งแปลกปลอม' อย่างที่เธอเคยหวาดกลัว

'มันสงบเกินไป...' เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย

โลกใหม่ที่กลุ่มคนชุดขาวสร้างขึ้นดูสมบูรณ์แบบจนน่าคลื่นไส้ เมืองเอลเดอร์เมียร์ที่เธอเห็นผ่านหน้าต่างดูสะอาดสะอ้าน ถนนหนทางไร้ซึ่งรอยแตกร้าวจากการล่มสลาย ผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ—เป็นยิ้มที่ดูเหมือนถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามตำรา ทุกอย่างดูเหมือนพงศาวดารที่ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยบรรณาธิการผู้พิถีพิถันที่คอยลบจุดด่างพร้อยออกไปจนหมดสิ้น ไม่มีรอยหมึกเลอะ ไม่มีรอยฉีกขาด มีเพียงความสม่ำเสมอที่น่าขนลุก

บรอนเวนสวมเสื้อคลุมสีเข้มเพื่อปกปิดรอยอักขระที่ลามขึ้นมาถึงลำคอ เธอตัดสินใจก้าวออกจากที่พักเพื่อออกไปสัมผัสความจริงของโลกใบนี้ด้วยตัวเอง ความเงียบสงบนี้คือของจริง หรือเป็นเพียงฉากหน้าของบทละครที่รอวันถูกแก้ไขกันแน่?

เมื่อเธอเดินผ่านตลาดกลางเมือง กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่และดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิอบอวลไปทั่ว แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นน้ำหอมที่ฉีดทับกลิ่นเน่าเหม็น บรอนเวนสังเกตเห็นผู้คน พวกเขาพูดคุยกันเรื่องสภาพอากาศ เรื่องราคาพืชผล และเรื่องราวในราชสำนัก ทุกบทสนทนาดูเหมือนจะวนเวียนอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ เธอหยุดยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง สังเกตเห็นหญิงชราคนหนึ่งกำลังนั่งปักผ้าอยู่ริมทาง ท่วงท่าของหญิงชรานั้นสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาด แต่เมื่อบรอนเวนจ้องมองนานเข้า เธอสังเกตเห็นความผิดปกติ—รอยเข็มที่ปักลงบนผืนผ้านั้นเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอเกินไป ราวกับว่ามันถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องลงตรงจุดไหนในวินาทีใด

'เจ้าดูไม่ค่อยสบายนะ แม่นาง' เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

บรอนเวนสะดุ้งและหันกลับไปมอง ชายคนหนึ่งในชุดสีเทาเรียบๆ ยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้ดูโดดเด่น แต่เขากลับมีตัวตนที่ดู 'มั่นคง' ท่ามกลางความสมบูรณ์แบบที่ดูเลื่อนลอยของเมืองนี้ บรอนเวนขมวดคิ้ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อจำได้ว่าชายคนนี้คือคนที่เธอเคยร่วมทางผ่านมิติที่พังทลาย

'คุณ...' บรอนเวนพยายามจะเอ่ยชื่อเขา แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ

'ไม่ต้องพูดอะไรหรอก' ชายชุดเทากระซิบ เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นจนเธอได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและหมึก 'โลกใบนี้กำลังทำหน้าที่ของมันได้ดีเกินไป จนบางครั้งความจริงก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งแปลกปลอม'

เขามองมาที่ลำคอของเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองด้วยความตกใจ แต่มองด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง 'อักขระในตัวคุณเริ่มทำงานหนักขึ้นใช่ไหม? มันกำลังพยายามจะจารึกความจริงที่ขัดแย้งกับบทละครที่พวกเขากำลังเขียนอยู่'

'คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?' บรอนเวนถาม กระซิบถามด้วยความระแวง 'แล้วคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ในเมื่อทุกอย่างควรจะถูกเขียนทับไปหมดแล้ว'

ชายชุดเทาไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขาเพียงแต่มองไปรอบๆ เมืองที่ดูสงบสุข 'ผมเป็นเพียงเศษเสี้ยวของบทเก่าที่หลงเหลืออยู่ และคุณ... คุณคืออักขระที่พวกเขาลบไม่ออก บรอนเวน'

เขายื่นมือมาแตะที่แขนของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้บรอนเวนรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าจางๆ ที่วิ่งผ่านอักขระใต้ผิวหนังของเธอ มันคือการตอบสนองของพลังงานที่สอดประสานกัน 'คุณต้องระวัง ตัวตนของคุณในโลกนี้ไม่มีอยู่ในพงศาวดารชุดใหม่ หากพวกเขาตรวจพบว่ามี 'ตัวอักษรที่ผิดเพี้ยน' แทรกอยู่ในหน้ากระดาษที่สมบูรณ์แบบ พวกเขาจะใช้ยางลบที่รุนแรงที่สุดจัดการคุณ'

'ยางลบที่รุนแรงที่สุด... หมายถึงอะไร?'

'การลบเลือนที่ไม่เหลือแม้แต่ความทรงจำว่าเคยมีคุณอยู่' เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบ 'แต่ก่อนที่คุณจะตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ คุณควรจะไปที่หอสมุดเก่าที่ตั้งอยู่ท้ายเมือง ที่นั่นมีบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้... บางอย่างที่อาจจะช่วยให้คุณควบคุมอักขระเหล่านี้ได้'

ก่อนที่บรอนเวนจะได้ซักไซ้ต่อ ชายชุดเทาก็ถอยห่างออกไปท่ามกลางฝูงชนที่เดินผ่านไปมาอย่างเป็นระเบียบ เธอพยายามจะมองตามเขาไป แต่เขากลับกลืนหายไปกับความสว่างไสวของเมืองได้อย่างรวดเร็วราวกับเขาเป็นเพียงเงาที่จางหายไปในแสงแดด

บรอนเวนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความสับสนและความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เธอรู้สึกได้ถึงอักขระที่ลำคอที่เริ่มสั่นไหว มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือแรงขับเคลื่อนที่ต้องการจะสื่อสารอะไรบางอย่าง เธอเริ่มสังเกตเห็นว่า ในขณะที่เธอยืนอยู่นั้น พื้นที่รอบตัวเธอเริ่มมีรอยแยกเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า—มันคือรอยร้าวของความจริงที่กำลังถูกความสมบูรณ์แบบกดทับไว้

เธอตัดสินใจเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ชายชุดเทาบอก ทิ้งความสงบสุขจอมปลอมไว้เบื้องหลัง ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไป บรอนเวนรู้สึกได้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่มันคือ 'ข้อความ' ที่กำลังถูกเขียนขึ้น และเธอคือจุดผิดพลาดที่กำลังจะทำให้เรื่องราวทั้งหมดพังทลายลง

ขณะที่เธอเดินเข้าสู่เขตที่เงียบสงบขึ้นใกล้กับหอสมุดเก่า เธอเหลือบไปเห็นชายในชุดขาวคนหนึ่งยืนอยู่บนระเบียงสูงของอาคารราชสำนัก เขากำลังจ้องมองลงมาที่เธอด้วยสายตาที่เรียบเฉย ทว่าในแววตานั้น บรอนเวนเห็นความว่างเปล่าที่น่ากลัว—มันคือสายตาของนักเขียนที่กำลังมองดูตัวอักษรที่เขียนผิด และกำลังพิจารณาว่าจะต้องลบมันทิ้งอย่างไรให้แนบเนียนที่สุด

ทันใดนั้น อักขระที่แขนของเธอก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่แค่ความร้อน แต่มันคือความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังใช้เข็มจารึกลงบนผิวหนังของเธอโดยตรง บรอนเวนต้องกัดฟันเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เธอสังเกตเห็นว่าใต้เท้าของเธอ บนพื้นหินที่ดูสะอาดสะอ้าน มีอักขระสีเลือดจางๆ เริ่มผุดขึ้นมา—มันคือคำเตือนที่เขียนด้วยลายมือของเธอเอง!

'อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น เพราะความจริงกำลังถูกจารึกด้วยคำลวง'

บรอนเวนหัวใจเต้นรัว เธอต้องรีบไปที่หอสมุดเก่าให้เร็วที่สุด ก่อนที่ความจริงที่เธอพกติดตัวมาจะทำให้เธอถูก 'ลบ' ทิ้งไปในทันที

--- บรอนเวนตื่นขึ้นมาในโลกใหม่ที่ดูสงบสุขและสมบูรณ์แบบจนผิดสังเกต แต่เธอพบว่าร่างกายของเธอได้หลอมรวมกับอักขระต้นแบบไปแล้ว และได้รับคำเตือนจากชายชุดเทาให้รีบไปหาความช่วยเหลือที่หอสมุดเก่าก่อนที่จะถูกกลุ่มคนชุดขาวลบตัวตนทิ้ง