← All chapters

The Glass Library

Chapter 38Free

ตอนที่ 38 — เมื่อเงาจารึกความตาย

ความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามสันหลังของบรอนเวนไม่ได้มาจากกระแสลมที่หอบเอาเศษกระดาษและอักขระที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า แต่มันมาจากความจริงที่บิดเบี้ยวอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอเอง ในขณะที่เมืองเอลเดอร์เมียร์กำลังถูกหมึกดำจากฟากฟ้ากลืนกินจนกลายเป็นเพียงรอยเปื้อนบนหน้ากระดาษยักษ์ บรอนเวนยืนประจันหน้ากับลอร์ดเซดริก ชายผู้ที่บัดนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงหุ่นเชิดของอำนาจมืดที่พันธนาการเขาไว้ด้วยเส้นด้ายสีดำข้นคลัก

“เธอคิดว่าเธอจะสู้กับโชคชะตาที่ถูกเขียนไว้แล้วได้งั้นหรือ บรอนเวน?” เซดริกเค้นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกระดาษเก่าที่กำลังถูกฉีกขาด ปลายปากกาขนนกที่ทำจากกระดูกนกศักดิ์สิทธิ์ในมือของเขาหยดหมึกสีดำลงบนพื้นหิน ทุกหยดที่สัมผัสพื้นจะสร้างคลื่นสั่นสะเทือนที่บิดเบือนมิติรอบข้าง ราวกับว่าเขากำลังขีดเขียนขอบเขตของความตายลงบนโลกใบนี้

“โชคชะตาไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว แต่มันคือสิ่งที่ต้องถูกเขียนขึ้นมาใหม่!” บรอนเวนตะโกนก้อง เธอไม่ได้ถอยหนี แม้ว่าเงาของเธอเองที่ทอดยาวอยู่บนพื้นจะเริ่มขยับเขยื้อนอย่างผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่เงาที่ทำตามการเคลื่อนไหวของเธออีกต่อไป แต่มันกำลังยื่นมือที่ทำจากอักขระบิดเบี้ยวออกมาจากความมืด เพื่อพยายามจะฉุดรั้งเธอลงสู่ความว่างเปล่า

บรอนเวนกระชับเศษกระดาษที่เธอใช้ ‘เขียนทับ’ ความจริงในคุกใต้ดินไว้ในมือแน่น พลังงานสีขาวจางๆ เริ่มเปล่งออกมาจากปลายนิ้วของเธอ มันคือพลังที่เธอค้นพบในมิติแห่งอักขระ พลังที่พร้อมจะโต้กลับทุกสิ่งที่พยายามจะลบเลือนตัวตนของเธอ “งั้นก็ลองดูว่า... ระหว่างหมึกที่ลบเลือน กับความจริงที่ขัดขืน สิ่งไหนจะแข็งแกร่งกว่ากัน!”

เธอเริ่มจารึกอักขระลงบนอากาศด้วยความเร็วที่มองไม่เห็น แสงสีขาวปะทะกับหมึกดำที่พุ่งออกมาจากปากกาของเซดริก เกิดเป็นระเบิดของพลังงานที่ทำให้ห้องโถงสั่นสะเทือนจนแทบพังทลาย ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเอาชนะการจู่โจมนั้น บรอนเวนกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่น่าสยดสยอง... หมึกที่เธอกำลังสู้ด้วย ไม่ได้มาจากเซดริกเพียงคนเดียว แต่มันกำลังไหลออกมาจาก ‘เงา’ ของตัวเธอเอง!

เงาของเธอขยายใหญ่ขึ้นจนบดบังแสงสว่างที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด มันมีดวงตาเป็นจุดหมึกสีดำสนิทที่จ้องมองเธอด้วยความว่างเปล่า และในวินาทีที่มันพุ่งเข้าหาเธอ บรอนเวนก็ตระหนักได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปกป้องเมือง แต่มันคือการต่อสู้เพื่อรักษา ‘ความเป็นมนุษย์’ ไม่ให้ถูกเปลี่ยนเป็นเพียงอักขระในหน้ากระดาษของผู้อื่น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงคำรามของเซดริกดังขึ้นพร้อมกับการจู่โจมครั้งใหญ่ ปลายปากกาของเขาสะบัดหมึกออกมาเป็นรูปกรงเล็บยักษ์ที่พุ่งตรงเข้าหาเธอ บรอนเวนหลับตาลงและรวบรวมความรู้สึกทั้งหมด—ความเจ็บปวด ความหวัง และความรักที่มีต่อโลกที่กำลังพังทลาย—เธอไม่ได้เขียนคำพูด แต่เธอเขียน ‘เจตจำนง’ ลงบนความว่างเปล่า

เปรี้ยง!

แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากการปะทะกันระหว่างความจริงที่ขัดขืนและหมึกที่ลบเลือน แรงอัดอากาศทำให้บรอนเวนกระเด็นไปชนกับซากปรักหักพังของผนังแก้ว เธอหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลางมองเห็นเงาของตัวเองถูกแสงสีทองพันธนาการไว้ชั่วขณะ แต่มันไม่ได้สลายไป มันเพียงแค่ถูก ‘กด’ ให้กลับลงไปอยู่ในรอยจารึกของความเป็นจริงที่ถูกต้อง

ทว่าความสำเร็จนั้นช่างเปราะบาง แรงสั่นสะเทือนใต้ดินทวีความรุนแรงขึ้นจนอาคารรอบข้างเริ่มพังทลายลงมา บรอนเวนเห็นกำแพงหินที่เคยแข็งแกร่งเริ่มปริแตกออก และสิ่งที่ไหลออกมาจากรอยแตกนั้นไม่ใช่ดินหรือหิน แต่เป็นกระแสหมึกดำที่ไหลทะลักออกมาเหมือนลาวา มันไม่ได้พุ่งขึ้นมาเพื่อทำลาย แต่พุ่งขึ้นมาเพื่อ ‘จารึก’ ทุกสิ่งที่มันสัมผัสให้กลายเป็นอักขระ

“มันตื่นขึ้นแล้ว...” เสียงชายชุดเทาที่พุ่งผ่านหน้าเธอไปเมื่อครู่ดังขึ้นจากเงามืด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “สิ่งที่อยู่ใต้เอลเดอร์เมียร์... มันไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า แต่มันคือ ‘ผู้บันทึกดั้งเดิม’ (The Primal Scribe)”

บรอนเวนมองไปที่ขอบฟ้าของเมืองเอลเดอร์เมียร์ ที่ซึ่งฝนหมึกดำกำลังเปลี่ยนท้องฟ้าให้กลายเป็นหน้ากระดาษยักษ์ เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า การต่อสู้กับลอร์ดเซดริกหรือกลุ่มผู้คัดลอกเป็นเพียงการต่อสู้ในระดับผิวเผินเท่านั้น สงครามที่แท้จริงคือการแย่งชิงอำนาจในการเขียนความจริงของโลกใบนี้

ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวต่อไป ชายชุดเทาก็คว้าแขนเธอไว้ “คุณต้องไปที่หอสมุดแก้ว... ไม่ใช่เพื่อหยุดมัน แต่เพื่อหา ‘ต้นฉบับ’ ที่ถูกซ่อนไว้ หากคุณไม่สามารถเขียนทับความจริงทั้งหมดได้ คุณต้องหาต้นฉบับที่ยังไม่ถูกแก้ไข!”

บรอนเวนพยักหน้า แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกลัว แต่ความโกรธแค้นต่อความไม่ยุติธรรมที่ถูกยัดเยียดให้เธอก็มีมากกว่า เธอหันหลังกลับและเริ่มวิ่งฝ่าฝนหมึกดำ มุ่งหน้าสู่ยอดหอสมุดแก้วที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความหายนะ ทว่าในระหว่างที่เธอกำลังวิ่งผ่านซากปรักหักพัง เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด

ที่พื้นถนนที่ชุ่มไปด้วยหมึกดำ มีอักขระตัวหนึ่งที่ไม่ได้เขียนด้วยหมึกของโลกนี้ แต่มันถูกจารึกด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์... มันเป็นลายมือที่เธอคุ้นเคยยิ่งกว่าลายมือของใครในโลก

‘อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น บรอนเวน เพราะแม้แต่ความทรงจำของคุณ ก็อาจเป็นเพียงบทหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อหลอกล่อคุณ’

บรอนเวนหยุดชะงัก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง เธอไม่แน่ใจว่านี่คือคำเตือนจากตัวเธอในอีกมิติหนึ่ง หรือเป็นเพียงกลลวงใหม่ของเงาที่กำลังเล่นตลกกับจิตใจของเธอ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เธอรู้เพียงว่าเวลาของเธอเหลือน้อยเต็มที ก่อนที่ประวัติศาสตร์ของเอลเดอร์เมียร์จะถูกเขียนจบลงด้วยหยดหมึกสุดท้าย และก่อนที่ตัวเธอเองจะกลายเป็นเพียงหมึกหยดเดียวที่ถูกลบหายไปในหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า

--- บรอนเวนต้องต่อสู้กับลอร์ดเซดริกและเงาของตัวเองที่พยายามจะดึงเธอกลับสู่โลกแห่งการจารึก พร้อมกับการค้นพบว่าภัยคุกคามที่แท้จริงคือ 'ผู้บันทึกดั้งเดิม' ที่กำลังจะล้างกระดานความจริงทั้งหมด