← All chapters

The Glass Library

Chapter 151Free

ตอนที่ 151 — เสียงกระซิบในเรือนกระจก

เอเลียสยืนอยู่หลังเสาหินอ่อนที่เย็นเฉียบ ลมยามพลบค่ำพัดเอาละอองฝนบางๆ เข้ามาแตะผิวหน้า เขารู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ค่อยๆ ซึมผ่านผ้านุ่งเนื้อดีของเขา แต่ก็ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ความเงียบของโถงทางเดินรอบนอกนั้นมีเพียงเสียงฝีเท้าของยามที่เดินตรวจตราเป็นระยะๆ และเสียงลมที่หวีดหวิวผ่านช่องลมสูงของอาคารราชสำนัก ทว่าหูของเอเลียสกลับจับจ้องไปยังเสียงสนทนาที่เล็ดลอดออกมาจากห้องทำงานที่อยู่ไม่ไกลนัก ประตูไม้โอ๊กสีเข้มปิดสนิท ราวกับจะกักเก็บความลับเอาไว้ภายใน แต่สำหรับเอเลียสแล้ว มันเป็นเพียงสิ่งกีดขวางทางกายภาพเท่านั้น

เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย จนสามารถมองเห็นแสงไฟสลัวๆ ที่ลอดออกมาจากช่องว่างใต้ประตู เสียงสนทนาที่ดังขึ้นเป็นจังหวะขาดๆ หายๆ นั้นเป็นภาษาที่เขาคุ้นเคย ทว่าเต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะและสำนวนที่ฟังดูเหมือนการเล่นคำมากกว่าการสื่อสารตรงไปตรงมา เขารู้ดีว่านี่คือภาษาของเหล่านักการเมือง และพวกเขามักจะใช้มันเพื่อปกปิดความหมายที่แท้จริง หรือไม่ก็เพื่อทำให้ตัวเองดูฉลาดกว่าที่เป็นอยู่ “...การจัดสรรทรัพยากรหมุนเวียน... ควบคู่ไปกับการปรับภูมิทัศน์เชิงกลยุทธ์...” หนึ่งในเสียงพูด ซึ่งฟังดูแหบแห้งและมีอำนาจ กล่าวขึ้นมา เอเลียสขมวดคิ้ว เขาพยายามประมวลผล แต่คำพูดเหล่านั้นลอยผ่านไปเหมือนเมฆหมอก เขาไม่สามารถเข้าใจได้จริงๆ ว่าพวกเขากำลังพูดถึงอะไร “...การสร้างความเชื่อมั่นในองค์ประกอบที่ซ่อนเร้น...” เสียงที่สองตอบกลับมา น้ำเสียงของเขาฟังดูประจบสอพลอเล็กน้อย ทำให้เอเลียสอดที่จะรู้สึกขยะแขยงขึ้นมาเบาๆ เขาเห็นภาพของบรอนเวนกำลังหัวเราะเยาะเย้ยในใจ หากเธอได้ยินบทสนทนาที่ไร้สาระนี้

เอเลียสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิ เขาเคยฝึกฝนการแยกแยะความหมายในภาษาที่ซับซ้อนมาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้มันยากกว่าปกติ อาจเป็นเพราะเขาเหนื่อยล้าจากการทำงานในหอสมุด หรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกไม่สบายใจที่ค้างคาใจจากการทดลองของเซเลสเทนเมื่อไม่นานมานี้ “...การวิเคราะห์ผลกระทบต่อฐานเสียงหลัก...” เสียงแรกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูจริงจังขึ้น “...เราต้องแน่ใจว่า ‘แสงสว่าง’ ที่ส่องไปถึงประชาชนนั้น ถูก ‘กรอง’ อย่างเหมาะสม...” คำว่า ‘แสงสว่าง’ และ ‘กรอง’ ฟังดูมีความหมายแฝงบางอย่างที่เอเลียสไม่สามารถจับได้ทันที เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากที่เริ่มมีเหงื่อซึม เขาคาดหวังว่าจะได้ยินอะไรที่ชัดเจนกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การพูดจาคลุมเครือที่ทำให้เสียเวลา “...การจัดการความคาดหวัง... การนำเสนอ ‘ความเป็นจริง’ ที่ถูกปรุงแต่ง...” เสียงที่สองเสริมเข้ามา “...โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเข้าใกล้ช่วงเวลาแห่งการ ‘ตัดสินใจ’ ที่สำคัญ...”

‘ตัดสินใจ’ เอเลียสพึมพำกับตัวเอง คำนี้ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายบางอย่าง มันอาจจะหมายถึงอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง หรือการตัดสินใจสำคัญของราชสำนัก เขาจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวลือเกี่ยวกับความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นใน RY10 และเขารู้สึกได้ว่าคำพูดเหล่านี้อาจจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เหล่านั้น เขาพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหอสมุดหลังจากที่เซเลสเทนทำการทดลองเกี่ยวกับ ‘ห้องแห่งความสามัคคี’ การค้นพบเกี่ยวกับ ‘ความฝัน’ และ ‘การแบ่งปัน’ นั้นเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ แต่เขาก็ยังคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป “...องค์ประกอบทาง ‘จิตวิญญาณ’ จะต้องถูก ‘จัดวาง’ อย่างรอบคอบ...” เสียงแรกกล่าวต่อ “...เพื่อให้ ‘ผลึก’ นำทางไปสู่ ‘ทิศทาง’ ที่เราต้องการ...”

‘ผลึก’? เอเลียสเงยหน้าขึ้นทันที คำนี้ทำให้เขานึกถึงผลึกแก้วที่ใช้ในระบบอาลักษณ์แสง และที่สำคัญกว่านั้นคือ นึกถึงผลึกแก้วที่เซเลสเทนใช้อยู่ในปัจจุบัน ความเชื่อมโยงนี้ทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงไขสันหลัง เขากระชับแขนเสื้อแน่น พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น “...การ ‘หยั่งรู้’ จะต้องถูก ‘ปลูกฝัง’ อย่างเป็นระบบ...”

“...และ ‘ความหวัง’ จะต้องถูก ‘กระจาย’ ไปใน ‘ทิศทาง’ ที่ถูกต้อง...” เสียงที่สองเสริมอย่างรวดเร็ว “...เพื่อรับประกัน ‘ชัยชนะ’ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป...”

เอเลียสเบิกตากว้าง ‘การเลือกตั้ง’? ‘ชัยชนะ’? เขาเข้าใจแล้ว! พวกเขากำลังวางแผนที่จะใช้คำพยากรณ์และพลังของผลึกแก้วเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งที่จะมาถึง! นี่มันร้ายแรงกว่าที่เขาคิดไว้มาก! ความรู้สึกขยะแขยงปะปนกับความโกรธถาโถมเข้ามาในใจ เขาไม่เคยคิดว่าราชสำนักจะสกปรกถึงขนาดนี้ “...ทุกอย่างจะต้อง ‘ลงตัว’ ...” เสียงแรกกล่าวต่อ “...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘การเตรียมการ’ ที่เรือนกระจกแก้ว... ที่นั่นเราจะ ‘รวม’ ทุกอย่างเข้าด้วยกัน...”

‘เรือนกระจกแก้ว’? เอเลียสรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังบีบคอเขา เขาจำได้ว่าเซเลสเทนใช้เรือนกระจกแก้วเป็นที่ทดลอง และเขาก็เพิ่งจะกลับมาจากที่นั่น! แผนการร้ายนี้กำลังจะถูกดำเนินการในสถานที่ที่เขาคุ้นเคย! เขาต้องรีบไปเตือนบรอนเวนและเซเลสเทน! เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นหินอ่อนกึกก้องขณะที่เขาวิ่งออกจากโถงทางเดิน หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความเร่งรีบและความกังวล เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของยามที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ เขาไม่สามารถรอช้าได้อีกต่อไป เขาต้องหยุดยั้งแผนการอันชั่วร้ายนี้ให้ได้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป! เขาเหลือบมองไปทางห้องทำงานอีกครั้ง ประตูไม้โอ๊กยังคงปิดสนิท แต่ในใจของเอเลียส ภาพของคำพยากรณ์ที่ถูกบิดเบือนและผลึกแก้วที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ฉายชัดขึ้นมาแล้ว เขาต้องหาทางหยุดยั้งสิ่งนี้ให้ได้!

เขาวิ่งออกไปสู่ความมืดของค่ำคืน ทิ้งเสียงกระซิบของเหล่านักการเมืองไว้เบื้องหลัง สองคำสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่จะลับตาไป คือเสียงของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “...และอย่าลืม… ‘ราชินีผู้จะมาจุติ’ … ก็เป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ อย่างหนึ่งเท่านั้น… ”

เอเลียสหยุดชะงักกลางอากาศ หัวใจของเขาราวกับจะหยุดเต้น ‘ราชินีผู้จะมาจุติ’? คำพยากรณ์โบราณที่กล่าวถึงหญิงสาวที่จะนำความสมดุลมาสู่โลก? หรือว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะใช้ ‘คำพยากรณ์’ นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการร้ายของพวกเขาด้วย? ความคิดนี้ทำให้เขาหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่รู้ว่านี่คืออะไรกันแน่ แต่เขารู้เพียงว่าเขาต้องหยุดยั้งมันให้ได้! เขาไม่สามารถปล่อยให้ความหวังของเอลเดอร์เมียร์ถูกทำลายไปกับแผนการอันสกปรกของใครบางคนได้!

“บรอนเวน! เซเลสเทน!” เอเลียสตะโกนสุดเสียงขณะที่เขาวิ่งไปตามทางเดินที่มืดมิด “พวกเรามีปัญหาใหญ่!”

เขาไม่รู้ว่าบรอนเวนและเซเลสเทนจะทำอย่างไรต่อไป แต่เขารู้ว่าพวกเขาทั้งสามจะต้องร่วมมือกันเพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งนี้! เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดถึงคำพยากรณ์อีกต่อไป สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้คือ การหาทางหยุดยั้งแผนการของราชสำนักนี้ให้ได้!

เขามาถึงหน้าประตูใหญ่ของหอสมุด และผลักมันเข้าไปอย่างแรง เสียงกุญแจไขประตูที่ดังขึ้นราวกับเสียงฟ้าผ่าทำให้เขารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เขาเหลือบมองไปรอบๆ เพื่อหาบรอนเวนและเซเลสเทน แต่ก็ไม่พบใครเลย ในหอสมุดที่เคยเต็มไปด้วยแสงสว่างจากผลึกแก้ว ตอนนี้กลับมีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากตะเกียงน้ำมันที่ยังคงลุกโชน

“บรอนเวน! เซเลสเทน! อยู่ที่ไหน!” เขาตะโกนซ้ำอีกครั้ง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งโถงใหญ่

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบามาจากชั้นหนังสือด้านบน เขาเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นเงาร่างของบรอนเวนกำลังเดินลงมาตามบันไดวนอย่างช้าๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล

“เอเลียส เกิดอะไรขึ้น?” บรอนเวนถาม น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่แฝงไปด้วยความตึงเครียด

เอเลียสรีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้ยินมาให้บรอนเวนฟังอย่างรวดเร็ว เขาอธิบายถึงแผนการของราชสำนัก การใช้คำพยากรณ์เพื่อควบคุมการเลือกตั้ง และที่สำคัญที่สุดคือ การเตรียมการที่เรือนกระจกแก้ว

เมื่อเอเลียสพูดจบ บรอนเวนก็เงียบไปครู่หนึ่ง เธอก้มหน้าลงมองพื้น ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมด “นี่มันเลวร้ายจริงๆ” เธอพึมพำ “เราต้องหยุดยั้งพวกนั้นให้ได้”

“แล้วเซเลสเทนล่ะ?” เอเลียสถาม

“เธออยู่ที่ห้องทำงานของเธอ” บรอนเวนตอบ “เธอกำลังพยายามแก้ไข ‘ความผิดพลาด’ ที่เกิดขึ้นจากการทดลองเมื่อไม่นานมานี้”

“เราต้องไปหาเธอทันที!” เอเลียสกล่าว “เธอต้องรู้เรื่องนี้!”

ทั้งสองรีบวิ่งออกจากหอสมุด มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของเซเลสเทน หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวด้วยความกังวลและความเร่งรีบ พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป แต่พวกเขารู้เพียงว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยกัน!

เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของเซเลสเทน พวกเขาได้ยินเสียงบางอย่างดังออกมาจากภายใน ราวกับเสียงแก้วกำลังแตกละเอียด เอเลียสและบรอนเวนมองหน้ากันด้วยความตกใจ ก่อนที่เอเลียสจะผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ทั้งคู่ต้องอึ้ง เซเลสเทนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากแก้วที่แตกกระจาย แสงสีเขียวอ่อนๆ กำลังส่องประกายออกมาจากรอยร้าวบนพื้นห้อง “เซเลสเทน! เกิดอะไรขึ้น!” บรอนเวนตะโกน

เซเลสเทนหันมามองทั้งสองด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “ฉัน… ฉันทำไม่ได้…” เธอพูดเสียงสั่น “พลังงานมันมากเกินไป… มันกำลังจะ… ระเบิด…”

ก่อนที่เอเลียสและบรอนเวนจะได้พูดอะไรออกไป แสงสีเขียวอ่อนๆ นั้นก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง จนกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในห้องไป!

“เซเลสเทน!” ทั้งสองตะโกนพร้อมกัน แต่ก็สายเกินไปแล้ว! แสงนั้นได้กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว!

--- เอเลียสแอบฟังเจ้าหน้าที่ราชสำนักวางแผนใช้คำพยากรณ์และผลึกแก้วเพื่อควบคุมการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เรือนกระจกแก้ว แต่เมื่อเขาไปถึงห้องทำงานของเซเลสเทน เขากลับพบว่าเซเลสเทนกำลังประสบปัญหาจากการทดลองของเธอ และแสงปริศนาที่กำลังจะระเบิดออกมา ทำให้เกิดสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง