← All chapters

The Glass Library

Chapter 120Free

ตอนที่ 120 — การผนึกผลึกแก้วหลักที่สั่นคลอน

“ถอยออกไปอีกสามก้าว! เอเลียส ถ้าคุณขยับเข้ามาใกล้กว่านี้ แรงสะท้อนจากคลื่นแสงจะทำให้แขนคุณหัก!” เซเลสเทนตะโกนก้องจนเสียงแหบพร่า มือทั้งสองข้างของเธอกำคทาโลหะสลักลายไว้แน่นจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาวโพลน

เบื้องหน้าของพวกเขาสถานที่ที่เคยเป็นห้องสมุดอันเงียบสงบของเอลเดอร์เมียร์ บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิของแสงสว่าง ผลึกแก้วหลักที่ตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นหินกำลังสั่นระรัว แสงสีทองที่เคยนิ่งสงบกลับกลายเป็นสายฟ้าสีขาวโพลนที่แลบแปลบปลาบออกมาจากแกนกลาง มันไม่ได้แค่ส่องสว่าง แต่มันกำลัง ‘เต้น’ เหมือนหัวใจของสัตว์ป่าที่ตื่นตระหนก เสียงกระแทกของพลังงานที่กระทบกับอาคมป้องกันดัง ‘ปัง! ปัง!’ เหมือนเสียงปืนใหญ่ที่ยิงใส่กำแพงหิน

“ฉันไม่ได้จะเข้ามาช่วยเธอ เซเลสเทน! ฉันกำลังพยายามควบคุมรอยสลักที่มันกำลังกัดกินพื้นแท่นต่างหาก!” เอเลียสตะโกนตอบ ใบหน้าของเขาที่มักจะเรียบตึงบัดนี้เปื้อนไปด้วยเขม่าควันและหยาดเหงื่อ เขาใช้ปากกาอาลักษณ์สลักสัญลักษณ์ลงบนขอบฐานผลึกด้วยความเร็วที่น่ากลัว “รอยสลักมันลามไปหาหนังสือโบราณเล่มนั้นแล้ว ถ้าเราไม่หยุดมันตอนนี้ ตำราทุกเล่มในห้องนี้จะถูกเผาผลาญด้วยพลังงานที่ไร้ที่มา!”

เซเลสเทนไม่ได้ฟังเสียงโต้เถียงนั้น เธอจดจ่ออยู่กับค่าความเข้มข้นของแสงที่พุ่งขึ้นสูงเกินขีดจำกัด “มันไม่ฟังคำสั่งอาคมเลย! ผลึกแก้วมันต้องการพลังงานที่บริสุทธิ์กว่านี้... มันต้องการความมั่นคงที่มากกว่าแค่การร่ายเวทพื้นฐาน!” เธอพึมพำกับตัวเอง มือขวาเริ่มวาดวงกลมในอากาศเพื่อสร้างม่านพลังงานกักเก็บ แสงจากผลึกแก้วพุ่งเข้าใส่กำแพงเวทของเธอจนเกิดเสียงหวีดแหลมที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท

“เซเลสเทน! บรอนเวนกำลังพยายามคุมจินตนาการของเธออยู่!” เอเลียสพยายามเตือน ขณะที่เขาก้มหน้าก้มตาใช้ปลายปากกาสลักอักขระป้องกันรอบรอยแตกที่เริ่มขยายตัว “แต่ดูเหมือนจินตนาการของเธอจะไปกระตุ้นคำทำนายในหนังสือเล่มนั้นเข้าให้แล้ว!”

เซเลสเทนกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอพยายามปรับจังหวะการไหลเวียนของมานาในตัว “ถ้าฉันใช้พลังงานแรงดันสูงไปกดมัน มันจะยิ่งระเบิด... ฉันต้องหาจุดสมดุล” เธอพยายามร่ายมนตร์ ‘พันธนาการแสง’ แต่ทันทีที่เธอเริ่มขยับมือ พลังงานจากผลึกแก้วก็ดีดกลับใส่เธออย่างรุนแรงจนร่างของเธอเซถลาไปชนกับชั้นวางหนังสือที่ว่างเปล่า

“บ้าจริง! พลังงานมันปั่นป่วนเกินไป!” เซเลสเทนสบถ เธอเห็นแสงสีทองจากหนังสือโบราณที่บรอนเวนถืออยู่ ส่องสว่างตอบรับกับแรงสั่นสะเทือนของผลึกแก้ว มันเป็นจังหวะที่น่ากลัว เหมือนพายุสองลูกกำลังจะปะทะกัน ‘คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’ ที่ปรากฏในบันทึกเก่าแก่กำลังส่องแสงเรืองรองออกมาจากหน้ากระดาษ พลังงานนั้นดูเหมือนจะโหยหาการเชื่อมต่อกับผลึกแก้วหลัก

“เซเลสเทน! ตั้งสติ!” เสียงของบรอนเวนดังแทรกผ่านเสียงกึกก้อง บรอนเวนยืนอยู่ไม่ไกลนัก ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังแสงสว่างนั้นด้วยความนิ่งสงบอย่างประหลาด “มันไม่ใช่การสู้รบ... แต่มันคือความวุ่นวายที่ขาดจุดยึดเหนี่ยว”

เซเลสเทนหอบหายใจถี่ เธอพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อปรับความถี่ของผลึกแก้วอีกครั้ง ‘มันต้องมีความมั่นคง... ฉันต้องมีความมั่นคง’ เธอคิดในใจ พลางนึกถึงภาพความสงบของห้องสมุดในยามเช้า นึกถึงความเงียบสงบที่แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างลงมาบนโต๊ะไม้โอ๊ก นึกถึง ‘สันติสุข’ ที่ไร้ซึ่งการบุกรุกและการแย่งชิงอำนาจ

ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้น ความรู้สึกอุ่นวาบก็แล่นผ่านปลายนิ้วของเธอ พลังงานที่เคยกระโชกโฮกฮากรอบตัวผลึกแก้วเริ่มเปลี่ยนทิศทาง มันไม่พุ่งเข้าใส่กำแพงอาคมเพื่อทำลาย แต่เริ่มหมุนวนเป็นวงกลมที่นุ่มนวลขึ้น เซเลสเทนเห็นช่องว่างนั้นทันที

“ตอนนี้แหละ!” เธอคำราม ร่ายมนตร์ผนึกขั้นสูงที่ใช้การสั่นสะเทือนของจิตเป็นตัวนำทาง เธอไม่ได้ใช้แรงกด แต่ใช้การ ‘โอบอุ้ม’ แสงสีทองที่เคยบ้าคลั่งเริ่มถูกรวบรวมเข้าสู่ใจกลางผลึกแก้วตามวงจรที่เธอสร้างขึ้น

“เอเลียส! ช่วยประคองวงจรที่ฐานด้วย!” เธอสั่งการโดยไม่หันไปมอง

เอเลียสกัดฟันกรอด เขาเห็นแสงที่เริ่มสงบลงจึงรีบสลักอักขระ ‘ปิดผนึกถาวร’ ลงบนรอยแตกสุดท้ายที่กำลังจะลามไปถึงหนังสือโบราณ “ฉันทำอยู่! อย่าเพิ่งวอกแวก!”

เซเลสเทนหลับตาลง จินตนาการถึงความสมดุลที่แสงและเงาประสานกันอย่างลงตัว เธอหมุนคทาเป็นวงกลมสามชั้น แสงจากผลึกแก้วหลักค่อยๆ หดตัวลงจากความกว้างที่ครอบคลุมทั้งห้อง เหลือเพียงความสว่างที่เข้มข้นอยู่ภายในแกนกลางของผลึกเท่านั้น เสียงหวีดแหลมค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยเสียงหึ่งๆ เบาๆ ที่ฟังดูเหมือนเสียงการทำงานของเครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบ

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของคนทั้งสาม เซเลสเทนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหิน เหงื่อไหลโซมกายแต่รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก

“ฉัน... ฉันทำได้แล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พลังงานถูกผนึกไว้ในแกนกลางแล้ว มันสงบลงแล้วจริงๆ”

เธอเงยหน้ามองผลึกแก้วที่บัดนี้ดูเหมือนจะกลับมาเป็นอัญมณีที่สงบนิ่งอีกครั้ง เซเลสเทนเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าเธอได้ปกป้องแหล่งพลังงานแสงวิเศษของเอลเดอร์เมียร์ไว้ได้สำเร็จ และความวุ่นวายจากคำทำนายนั้นถูกกักขังไว้ภายใต้การควบคุมของเธอ

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะผ่อนลมหายใจแห่งชัยชนะ บรอนเวนกลับขยับตัวช้าๆ สายตาของเธอไม่ได้มองที่ผลึกแก้ว แต่มองไปที่พื้นหินระหว่างแท่นผลึกกับหนังสือโบราณ

“เซเลสเทน...” บรอนเวนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบจนน่าขนลุก “ดูที่รอยสลักนั่น”

เซเลสเทนก้มลงมองตาม และหัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น รอยสลักที่เอเลียสเพิ่งจะปิดผนึกไปนั้น ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ฐานของผลึกแก้ว แต่มันกำลังแตกแขนงออกเป็นเส้นสายสีดำขลับ คล้ายกับรากไม้ที่กำลังชอนไชไปตามร่องหิน และมันกำลังมุ่งหน้าตรงไปหาหนังสือโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต

--- เซเลสเทนใช้สมาธิและความรู้สึกถึงสันติสุขในการผนึกพลังงานที่บ้าคลั่งของผลึกแก้วหลักจนสงบลงได้สำเร็จ แต่เธอกลับพบว่ารอยสลักอาคมกำลังลามออกไปเหมือนรากไม้และมุ่งตรงไปยังหนังสือโบราณ