← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 81Free

ตอนที่ 81 — การก้าวข้ามเขาวงกตแห่งรอยเปื้อน

“หยุดเดิน! อย่าเพิ่งก้าวลงไปบนพื้นหินแผ่นนั้น!” อคิราห์ตะโกนลั่น เสียงของเขาแหบพร่าท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ปกคลุมเขาวงกตแห่งความทรงจำ

เซราฟิน่าชะงักเท้า ปลายรองเท้าหนังของเธอห่างจากพื้นหินที่ดูเหมือนจะกลายเป็นของเหลวสีดำเพียงไม่กี่นิ้ว เธอหันมาจ้องเขาด้วยสายตาที่พร้อมจะขย้ำคอ “นายจะมาสั่งฉันทำไม อคิราห์? เราไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์โครงสร้างหินแล้วนะ ทหารสภาจารึกกำลังตามกลิ่นแร่หมึกรุ้งของไมโลมาติดๆ กัน!”

“มันไม่ใช่หิน” อคิราห์ชี้ไปที่พื้นผิวที่ดูเหมือนจะสั่นไหว “มันคืออักขระที่หลอมละลายจนกลายเป็นกับดักความทรงจำ ถ้าเหยียบลงไป นายจะไม่ได้แค่จมลงไปในดิน แต่ความทรงจำของนายจะถูกดึงออกไปเป็นเส้นสายเหมือนหมึกที่ถูกซับด้วยกระดาษทิชชู่”

ไมโลที่เกาะกลุ่มอยู่ข้างหลังตัวสั่นเทา ในมือยังกำเศษแร่หมึกสีรุ้งที่เพิ่งขุดมาได้แน่น “มัน... มันเหมือนมีคนเรียกชื่อผมครับ อคิราห์ มันเหมือนเสียงแม่เรียกผมจากใต้รอยเปื้อนพวกนั้น”

“อย่าฟังมัน!” เซราฟิน่าตวาด พลางเอื้อมมือไปแตะอักขระที่หลังคอของตัวเอง รอยจารึกที่เคยเป็นเส้นตรงคมชัด บัดนี้มันกำลังขยับเขยื้อน มันไม่ได้เลือนหายไปเหมือนผู้ป่วยโรคหมึกละลาย แต่มันกำลัง 'เต้น' เป็นจังหวะลึกลับ ราวกับมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ นับพันกำลังพยายามเรียงตัวใหม่ตามทิศทางของแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น “อคิราห์ ดูนี่... อักขระของฉัน มันไม่เหมือนเดิม มันกำลังเปลี่ยนรูป”

อคิราห์ขยับเข้าไปใกล้ เขาเห็นความผิดปกติที่น่าหวาดหวั่น เส้นสายสีดำสนิทบนผิวหนังของเซราฟิน่าไม่ได้จางหายไป แต่มันกำลังขยายตัวและบิดเบี้ยวเป็นรูปร่างที่เขาไม่เคยเห็นในตำราเล่มไหน มันคือสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนและทรงพลังยิ่งกว่าอักขระพื้นฐานของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์

“มันกำลังทำตามคำทำนาย...” อคิราห์พึมพำ ความกังวลแล่นผ่านสันหลัง “คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน... ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ...”

“เลิกพล่ามเรื่องคำทำนายบ้าบอนั่นเดี๋ยวนี้!” เซราฟิน่าคำราม เธอพยายามจะใช้พลังจากอักขระที่หลังเพื่อสร้างโล่ป้องกัน แต่ทันทีที่เธอพยายามจะเรียกใช้งาน พลังนั้นกลับตีกลับ ร่างของเธอเซถลาไปข้างหน้าเกือบจะตกขอบเหวแห่งหมึก

“เซราฟิน่า!” อคิราห์คว้าแขนเธอไว้ได้ทันท่วงที

รอบตัวพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป ผนังหินของเขาวงกตเริ่มแสดงภาพหลอน มันคือภาพของเมืองที่ล่มสลาย ภาพของคัลลันที่กำลังยืนสั่งเผาทำลายหมู่บ้าน และภาพของอคิราห์เองที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในความมืด ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นจากอักขระที่บิดเบี้ยวเพื่อล่อลวงจิตใจ

“มองไปทางอื่น!” อคิราห์สั่ง “อย่าใช้ตาดู อย่าใช้อักขระนำทาง เพราะอักขระที่นี่มันโกหก มันสร้างภาพที่จิตใจเราอยากเห็นขึ้นมา!”

“แล้วจะให้ทำยังไง?!” เซราฟิน่าตะโกนใส่หน้าเขา ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของทหารสภาที่ดังแว่วมาจากระยะไกล “เดินหลับตาไปงั้นเหรอ? ในที่ที่แม้แต่พื้นดินยังเป็นคำลวงเนี่ยนะ!”

อคิราห์หลับตาลง เขาพยายามสลัดภาพหลอนของคัลลันที่กำลังกวาดล้างความทรงจำออกไป เขาตระหนักว่าในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยลายเส้นที่ตายตัว การพึ่งพาเพียงความแม่นยำของอักขระคือการยอมจำนนต่อระบบที่ควบคุมพวกเขา เขาต้องหา 'แกนกลาง' ที่ไม่ใช่เส้นหมึก แต่เป็นสิ่งที่อยู่ลึกกว่านั้น

“ไมโล จับมือฉันไว้ เซราฟิน่า... อย่ามองที่พื้น มองแค่ปลายนิ้วของฉัน” อคิราห์บอก

เขาไม่ได้มองหาทิศทางจากรอยจารึกบนผนังอีกต่อไป แต่เขาเริ่มสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่ผ่านฝ่าเท้า ความรู้สึกอุ่นๆ ที่ไม่ได้มาจากความร้อนของไฟ แต่เป็นความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิต เขาใช้ 'สัญชาตญาณ' ที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ระเบียบของอักขระ เขาเดินนำหน้าโดยใช้จังหวะการเต้นของหัวใจและแรงดึงดูดที่แปลกประหลาดจากอักขระที่กำลังเปลี่ยนรูปของเซราฟิน่าเป็นเข็มทิศ

“มันรู้สึกเหมือน... เหมือนเรากำลังเดินตามเสียงเพลงที่ไม่ได้ยินด้วยหู” ไมโลกระซิบ ขณะที่เขาก้าวเดินตามอคิราห์อย่างระมัดระวัง

“ไม่ใช่เพลง” อคิราห์ตอบขณะก้าวข้ามรอยแยกที่ดูเหมือนปากอสูร “มันคือความผูกพันของเส้นหมึกที่ยังไม่ถูกจารึกต่างหาก”

พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อทางเดินที่ดูเหมือนจะมั่นคงกลับกลายเป็นทางลาดชันที่เต็มไปด้วยหมึกเหลว เซราฟิน่าเสียหลักลื่นไถลลงไป อคิราห์ไม่ได้ใช้เวทมนตร์อักขระเพื่อหยุดเธอ แต่เขาใช้แรงกายและจังหวะการเคลื่อนที่ที่สอดคล้องกับความบิดเบี้ยวของพื้นที่ เขาพุ่งตัวไปคว้าข้อมือเธอไว้ แรงกระชากทำให้เขารู้สึกถึงความร้อนแรงของอักขระบนตัวเธอที่กำลังส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างมาให้เขา—ความหวังที่แฝงด้วยความเจ็บปวด

“เชื่อใจฉัน!” อคิราห์ตะโกนก้อง ท่ามกลางเสียงคำรามของอสูรอักขระที่เริ่มตื่นขึ้นจากการรบกวน

ด้วยการนำทางที่ดูไร้เหตุผลแต่กลับแม่นยำอย่างประหลาด พวกเขาก็หลุดพ้นจากวงล้อมของภาพหลอนที่พยายามจะฉุดรั้งพวกเขาไว้ หมอกหนาเริ่มจางลง เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้า

ที่ปลายสุดของเขาวงกต ไม่ใช่ทางออกสู่โลกภายนอกที่คุ้นเคย แต่เป็นแอ่งน้ำขนาดมหึมาที่เปล่งประกายสีเงินยวบยาบ มันไม่ใช่แหล่งน้ำธรรมดา แต่มันคือต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาลที่ไหลรินมาจากรอยแยกของมิติ หมึกเหลวที่นี่ไม่ได้ดูเหมือนรอยเปื้อน แต่มันดูเหมือนดวงดาวที่กำลังเคลื่อนไหว

“นั่นมัน...” ไมโลอ้าปากค้าง

“ต้นน้ำ...” เซราฟิน่าพึมพำ พลางมองดูอักขระที่หลังคอของตนเองที่บัดนี้เริ่มเรืองแสงล้อไปกับแสงจากแอ่งน้ำ

ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึงกับความงามนั้น เสียงโลหะกระทบกันของชุดเกราะหนักก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง แสงจากคบไฟของกลุ่มทหารสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์สาดส่องเข้ามาในพื้นที่ที่พวกเขาเพิ่งหนีรอดมาได้

“หยุดอยู่ตรงนั้น! พวกกบฏ!” เสียงของหัวหน้าทหารประกาศก้อง พร้อมกับที่ปลายหอกหลายสิบเล่มชี้ตรงมาที่พวกเขา

อคิราห์มองไปที่ต้นน้ำหมึกบรรพกาล แล้วหันกลับมามองเพื่อนร่วมทางทั้งสอง เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนก่อนหน้านี้ แต่เขารู้ดีว่าการเดินทางที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

--- อคิราห์นำเซราฟิน่าและไมโลฝ่าเขาวงกตที่เต็มไปด้วยภาพหลอนและอักขระลวงตา โดยการเลิกใช้พลังจากอักขระและหันมาใช้สัญชาตญาณแทน จนกระทั่งพวกเขาค้นพบต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล แต่กลับถูกทหารของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ล้อมกรอบเอาไว้ได้