← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 163Free

ตอนที่ 163 — รอยเปื้อนในหมอกคีรีคราม

เสียงฝีเท้าที่ดังถี่กระชั้นสะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบของเมืองที่ถูกทิ้งร้าง ผนังหินเย็นเฉียบเสียดสีกับแขนเสื้อของไมโลขณะที่เขากระโจนหลบหลังกองเศษหินสูงท่วมหัว ลมเย็นยะเยือกพัดพาเอาฝุ่นหมึกที่ระเหยจากผนังหินเข้ามาแตะจมูก ทำให้เขาสะอึกสะอื้นเล็กน้อย หากเขาหยุดแม้แต่วินาทีเดียว พวกมันก็จะจับตัวเขาได้ หน่วยล่าของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยปรานีใครที่กล้าล่วงรู้ความลับของพวกเขา ความหวังเดียวของเขาคือข้อมูลเกี่ยวกับ 'ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล' ที่เขาแอบหยิบออกมาได้ มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโรคหมึกละลายที่กำลังแพร่ระบาด แต่ตอนนี้ ข้อมูลนั้นก็แทบจะไร้ประโยชน์หากเขาไม่สามารถเอาชีวิตรอดออกไปได้

“หยุดเถอะ เด็กน้อย” เสียงห้าวห้าวของหัวหน้าหน่วยล่าดังมาจากปลายตรอก “การต่อต้านมีแต่จะทำให้เจ็บปวดมากขึ้น รอยเปื้อนเช่นแกไม่สมควรมีชีวิตอยู่”

ไมโลกัดฟันกรอด เขาไม่ใช่มนุษย์ เขาเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับมอบหมายให้มาเก็บข้อมูล ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อเสียหน่อย! แต่คำพูดของพวกเขา…มันฝังแน่นราวกับอักขระที่ถูกจารึกไว้บนผิวหนัง การเป็น 'รอยเปื้อน' หมายถึงการถูกตราหน้า การถูกขับไล่ การถูกกำจัด

เขาพยายามรวบรวมสติ มองหาเส้นทางหลบหนี แสงสลัวจากตะเกียงที่แขวนอยู่ตามกำแพงส่องให้เห็นร่องรอยของอักขระที่จางหายไปบางส่วน รอยเหล่านั้นบิดเบี้ยวผิดรูปไปจากแบบแผนที่เขาเคยเรียนรู้ เขาไม่แน่ใจว่านี่เป็นผลจากโรคหมึกละลายหรือเป็นเพราะความผิดพลาดของสถาปนิกโบราณกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือมันทำให้เขาสับสน

ทันใดนั้นเอง เสียงกึกก้องของอะไรบางอย่างที่ถูกทุบทำลายก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันขวับไปมอง ท่ามกลางความมืดสลัว มีเงาร่างหนึ่งกำลังต่อสู้กับหน่วยล่าสองนาย ร่างนั้นเคลื่อนไหวว่องไวราวกับพายุหมุน ดาบเล่มเล็กในมือของนางฟาดฟันราวกับสายฟ้า สกัดกั้นการโจมตีของพวกมันได้อย่างแม่นยำ

“อักขระจับเท็จ!” ไมโลอุทานเมื่อเขาสังเกตเห็นลำแสงสีฟ้าอ่อนที่ส่องประกายจากปลายดาบของหญิงสาว ลำแสงนั้นพุ่งเข้าใส่หน่วยล่า ทำให้พวกมันชะงักงันไปชั่วขณะก่อนจะหันกลับมาโจมตีอีกครั้ง อักขระจับเท็จ…มันไม่ได้เพียงแค่ทำให้ผู้โจมตีสับสน แต่มันยังบิดเบือนการรับรู้ของเป้าหมาย ทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

“แก!” หัวหน้าหน่วยล่าชี้มาที่ไมโล “จับเป็น!”

ไมโลรู้ดีว่าหากถูกจับได้ ข้อมูลที่เขาถือมาจะตกไปอยู่ในมือของสภาฯ และเขาเองก็จะถูกนำไปทดลองอย่างแน่นอน เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการวิ่งหนี แต่คราวนี้ไม่ใช่การวิ่งหนีเพียงลำพัง

เขาเห็นหญิงสาวคนนั้นกำลังเสียเปรียบ หน่วยล่าอีกสองนายกำลังจะเข้ามาสมทบจากด้านข้าง สัญชาตญาณบอกให้เขาเข้าไปช่วย แม้ว่าเขาจะไม่เคยมีความสามารถในการต่อสู้เลยก็ตาม

“ทางนี้!” ไมโลตะโกน พลางวิ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งของตรอกที่มืดมิดกว่า หวังจะล่อหน่วยล่าให้แยกออกไป

หญิงสาวหันมามองแวบหนึ่ง ดวงตาของเธอฉายแววสงสัยแต่ก็ยอมรับการช่วยเหลือ เขาเห็นอักขระจางๆ บนข้อมือของเธอ เป็นอักขระที่ดูคุ้นตา แต่ก็ผิดเพี้ยนไปจากแบบแผนปกติ มันไม่ใช่ 'อักขระสัญลักษณ์' ทั่วไปที่ใช้ในการควบคุมพลังเวทมนตร์ แต่มันดูเหมือน…อักขระแห่งความทรงจำ

“หลบไป!” หญิงสาวตะโกน ขณะที่เธอใช้ดาบปัดป้องการโจมตีของหน่วยล่า ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาไมโล

“ตามฉันมา!” ไมโลดึงแขนของเธอ พาเธอวิ่งเข้าไปในเขาวงกตของตรอกแคบที่เขาเพิ่งจะวิ่งผ่านมา เขาเห็นหน่วยล่ากำลังตามมาติดๆ เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่ว

“พวกมันใช้ ‘อักขระจับเท็จ’!” ไมโลหอบ พลางมองไปรอบตัว “มันทำให้เราสับสน…เราจะหลงทางได้ง่ายๆ”

“ฉันรู้” หญิงสาวตอบเสียงห้วน “ฉันกำลังตามหาร่องรอยครอบครัว…พวกมันหายไปในเมืองนี้เมื่อหลายปีก่อน”

ไมโลขมวดคิ้ว “ครอบครัว? คุณ…คุณเป็น ‘รอยเปื้อน’ หรือ?”

หญิงสาวหัวเราะเยาะ “ถ้าการมีความทรงจำคือการเป็น ‘รอยเปื้อน’ ก็ใช่” เธอหยุดกึก หันไปมองไมโลอย่างพิจารณา “แล้วนายล่ะ? ทำไมหน่วยล่าถึงตามล่าอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนี้?”

“ฉัน…ฉันแค่อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล” ไมโลตอบอย่างอึกอัก “เกี่ยวกับโรคหมึกละลาย”

“ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล…” หญิงสาวทวนคำ พลางมองไปยังทิศทางที่พวกเขาเพิ่งวิ่งผ่านมา “บางที…เราอาจจะต้องการความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”

หน่วยล่าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนไล่หลังดังชัดเจนขึ้น ไมโลมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว แม้จะดูระแวง แต่ก็มีความมุ่งมั่นในดวงตา

“ตกลง” ไมโลพยักหน้า “เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน”

เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร หรือจะไว้ใจเธอได้มากแค่ไหน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ การมีพันธมิตรที่ไม่คาดฝันอาจเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เขารอดชีวิต

“เราต้องหาทางไปให้พ้นจากอักขระจับเท็จนั่นก่อน” หญิงสาวกล่าว พลางมองไปที่ผนังหินรอบตัว “มันบิดเบือนทุกสิ่ง…ทุกอย่างจะดูเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่”

ไมโลพยักหน้า เขาเห็นรอยเปื้อนบนผนังอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่รอยเปื้อนธรรมดา แต่มันดูเหมือน…ภาพสะท้อนของอักขระโบราณที่กำลังพยายามสื่อสารบางอย่างกับเขา

“บางที…คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินอาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่า” ไมโลพึมพำ “บางที…คนที่มาปลดพันธนาการแห่งอักขระ…อาจจะอยู่ใกล้กว่าที่เราคิด”

หญิงสาวหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยอะไร เสียงตะโกนดังมาจากด้านหน้า “เจอตัวแล้ว!”

หน่วยล่าปรากฏตัวขึ้นขวางทางเดิน พวกเขาถือดาบที่เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนออกมา เผยให้เห็นอักขระจารึกบนคมดาบที่กำลังส่องแสง

“ทีนี้จะหนีไปไหน?” หัวหน้าหน่วยล่ากล่าวเย้ยหยัน “ยอมจำนนซะเถอะ!”

ไมโลและหญิงสาวมองหน้ากัน แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น พวกเขาจะไม่ยอมแพ้แค่นี้ พวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดออกไปให้ได้…เพื่อความจริง เพื่อความทรงจำ และเพื่ออนาคตที่ไม่ถูกปกครองด้วยอักขระแห่งความหวาดกลัว

“อย่างน้อย…เราก็ไม่ได้สู้คนเดียว” หญิงสาวกล่าว พลางชักดาบออกมา

ไมโลหยิบข้อมูลที่ซ่อนอยู่ในเสื้อออกมา ถือไว้แน่น เขากลั้นหายใจและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย…หรือไม่ก็การหลบหนีครั้งใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม

“งั้น…สู้กัน!” ไมโลตะโกน พลางพุ่งเข้าใส่หน่วยล่า พร้อมกับหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างเขา การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยหมอกและอักขระที่บิดเบี้ยวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

--- ไมโลถูกหน่วยล่าของสภาจารึกไล่ล่าหลังพยายามขโมยข้อมูลเกี่ยวกับ 'ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล' เขาบังเอิญพบกับเซราฟิน่าที่กำลังตามหาร่องรอยครอบครัว ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าที่ใช้ 'อักขระจับเท็จ' เพื่อสร้างความสับสน