ตอนที่ 160 — รอยสักแห่งสายเลือด
ความแสบร้อนแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลังของเซราฟิน่า ทุกครั้งที่เธอออกแรงถู คลื่นแห่งความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้าใส่ ราวกับมีเข็มร้อนนับพันทิ่มแทงลงไปในผิวเนื้อ เธอเม้มปากแน่น กัดฟันกรอด พลางใช้ผ้าหยาบขัดถูบริเวณรอยสักสีดำสนิทที่ทอดตัวยาวลงไปตามแนวกระดูกสันหลัง ลายเส้นบางส่วนเริ่มจางลง ทว่าแทนที่จะรู้สึกโล่งใจ กลับมีความรู้สึกที่เย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ
“หยุดเถอะ เซราฟิน่า” เสียงแหบพร่าดังมาจากด้านหลัง ทำเอาเธอสะดุ้งจนเกือบทำขวดหมึกหลุดมือ “เธอจะทำอะไรลงไป?”
เซราฟิน่าหันไปเผชิญหน้ากับอคิราห์ ดวงตาของเขาสะท้อนความกังวลระคนสงสัย “ฉันต้องทำ” เธอตอบเสียงแข็ง “ถ้ามันหยุดโรคหมึกละลายได้… ฉันยอมเจ็บ”
อคิราห์ก้าวเข้ามาใกล้ เขาชี้ไปยังรอยสักบนแผ่นหลังของเธอ “เธอแน่ใจเหรอว่าสิ่งที่เธอพยายามจะลบคือ ‘รอยสัก’ จริงๆ?”
“มันก็เห็นๆ กันอยู่” เซราฟิน่าเชิดหน้าขึ้น “นี่คือรอยสักที่ฉันได้รับมาตั้งแต่เกิด… หรือบางทีอาจจะก่อนหน้านั้น ฉันก็ไม่แน่ใจนัก” ความทรงจำเกี่ยวกับที่มาของรอยสักนี้พร่าเลือนเหลือเกิน เหมือนถูกฉีกกระชากออกไปบางส่วน
“แต่ลายเส้นพวกนั้น…” อคิราห์พึมพำ มองสำรวจอย่างพินิจ “มันดูมีชีวิตชีวา… มากกว่าอักขระทั่วไปที่ฉันเคยเห็น” เขาหยิบเศษผ้าผืนเล็กขึ้นมา แล้วค่อยๆ ปัดฝุ่นออกจากรอยสักบางส่วน “ดูสิ… มันขยับได้”
เซราฟิน่าก้มลงมองตามนิ้วของอคิราห์ ทันใดนั้น เธอก็เห็นมัน… ลายเส้นสีดำที่ดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ราวกับมีกระแสเลือดไหลเวียนอยู่ภายใต้ผิวหนัง ไม่ใช่แค่รอยสักที่จารึกไว้ แต่เป็นบางสิ่งที่ “มีชีวิต” จริงๆ “เป็นไปไม่ได้…” เธออุทานออกมาเสียงเบา
“ความทรงจำของเธอ… ที่เลือนรางไปหลังจากเริ่มลบพวกนี้… นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเธอไม่ได้กำลังลบรอยสัก แต่กำลังทำลายบางสิ่งที่มีความเชื่อมโยงกับตัวเธออย่างลึกซึ้ง” อคิราห์กล่าวต่อ “เคยมีตำนานกล่าวถึง ‘อักขระแห่งสายเลือด’ ที่สืบทอดพลังจากบรรพบุรุษ… เป็นอักขระที่มีชีวิตและเติบโตไปพร้อมกับผู้ถือครอง”
“อักขระแห่งสายเลือด?” เซราฟิน่าทวนคำ ใบหน้าซีดเผือดลง “แล้ว… มันเกี่ยวอะไรกับโรคหมึกละลาย?”
“ฉันไม่แน่ใจ” อคิราห์ส่ายหน้า “แต่ถ้ามันคืออักขระมีชีวิต… มันก็ไม่ควรจะถูกลบด้วยวิธีรุนแรงแบบนี้” เขาค่อยๆ วางมือบนแผ่นหลังของเธอ สัมผัสกับความร้อนผ่าวจากผิวหนัง “ฉันรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง… มันไม่ได้ดูเหมือนเป็นอันตรายเลย”
ทันใดนั้นเอง รอยสักบนแผ่นหลังของเซราฟิน่าก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมาเป็นประกายวูบวาบ ลายเส้นที่เคยดูเหมือนจะจางลง กลับสว่างไสวขึ้น ราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล พลังงานที่อคิราห์สัมผัสได้นั้นรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ได้ไหลเวียนอยู่แค่ในรอยสัก แต่แผ่กระจายไปทั่วร่างของเธอ ความทรงจำที่เคยเลือนรางกลับฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด… ภาพใบหน้าของหญิงสาวผมสีเงินที่กำลังยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน… เสียงกระซิบที่บอกว่า “ไม่ต้องกลัว… เจ้าจะปลอดภัย…”
“นี่มัน…” เซราฟิน่าอ้าปากค้าง พยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น “นี่ไม่ใช่แค่รอยสัก… มันคือ… บางสิ่ง… ที่สำคัญกว่านั้น” เธอรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัว ทำให้ร่างกายของเธอรู้สึกแข็งแรงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความเจ็บปวดจากการพยายามลบได้หายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกลบ…” อคิราห์กล่าวเบาๆ “บางที… มันอาจเป็นกุญแจสำคัญ… ที่จะไขปริศนาทุกอย่าง”
ขณะที่เซราฟิน่ากำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งการค้นพบนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังใกล้เข้ามาจากด้านนอกห้อง บานประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของอาวุโส คัลลัน ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า พร้อมด้วยทหารยามสภาจารึกอีกหลายนายที่ถืออาวุธครบมือ ดวงตาเย็นชาของคัลลันกวาดมองมาที่เธอและอคิราห์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดนิ่งที่รอยสักที่กำลังเปล่งแสงอยู่บนแผ่นหลังของเซราฟิน่า
“เห็นได้ชัดว่า… เจ้ายังไม่เข้าใจถึงความอันตรายที่เจ้ากำลังครอบครองอยู่” คัลลันเอ่ยเสียงเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ “ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร… มันจะต้องถูกกำจัด”
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ไมโลที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในเงาของทางเดินนอกห้อง ก็ได้ยินเสียงการสนทนาของคัลลันชัดเจน เขาเห็นเงาดำลึกลับที่พุ่งออกมาจากมุมมืดของโถงทางเดิน มุ่งตรงไปยังห้องที่เซราฟิน่าและอคิราห์อยู่… เขาหยิบอุปกรณ์บันทึกเสียงที่แอบซ่อนไว้ขึ้นมาแน่น… เขาไม่ได้อยู่คนเดียว… และภัยคุกคามที่เขากำลังเผชิญอยู่นั้น… อาจจะกำลังมาถึงแล้ว…
“คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน…” ไมโลพึมพำกับตัวเอง “ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ… มันคือใครกันแน่?” เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดมิด… สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง… ยุคสมัยใหม่… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น…
“เราต้องไปจากที่นี่!” อคิราห์คว้าแขนเซราฟิน่า “เดี๋ยวนี้!”
เซราฟิน่ามองแผ่นหลังของเธอที่ยังคงเปล่งแสงอยู่… เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียน… พลังที่บรรพบุรุษของเธอทิ้งไว้… พลังที่ไม่อาจถูกทำลายได้ง่ายๆ… เธอไม่ยอมให้ใครมาพรากมันไป… ไม่ว่ามันจะนำมาซึ่งอันตรายเพียงใดก็ตาม… เธอจะปกป้องมัน… ด้วยทุกสิ่งที่มี…
“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น” เซราฟิน่าตอบเสียงหนักแน่น ยืนประจันหน้ากับคัลลันอย่างไม่เกรงกลัว “นี่คือ… ส่วนหนึ่งของข้า…”
แสงสีฟ้าบนแผ่นหลังของเธอสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง… คราวนี้มันไม่ได้ดูเป็นมิตรอีกต่อไป… มันคือสัญญาณ… ของบางสิ่งที่กำลังจะปะทุ…
“เซราฟิน่า!” อคิราห์ตะโกนเตือน… แต่ก็สายเกินไป…
“อักขระแห่งความเงียบ…” คัลลันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ… “จงแสดงให้ข้าเห็น… ว่าเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด…”
เงาดำลึกลับที่ไมโลเห็น… บัดนี้ได้พุ่งเข้ามาในห้องแล้ว… ดวงตาของมัน… เรืองแสงสีแดงฉาน… มันมองตรงมาที่เซราฟิน่า… เหมือนกำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ…
“อั๊ค!” ไมโลอุทานออกมาเมื่อถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านหลัง… เขาหันไปมอง… พบร่างเงาขนาดใหญ่… มันคือ… อักขระแห่งความเงียบ… ที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง…
“มันมาแล้ว!” ไมโลตะโกนสุดเสียง… “พวกเราทุกคน… กำลังตกอยู่ในอันตราย!”
อคิราห์พยายามดึงเซราฟิน่าให้ถอยหลัง… แต่เธอไม่ยอมขยับ… เธอยืนหยัด… ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น… รอยสักบนหลังของเธอ… กำลังแผ่ขยาย… ลามเลือนไปทั่วร่าง…
“เจ้า… ยังเด็กเกินไป…” เสียงกระซิบแผ่วเบา… ดังขึ้นจากภายในรอยสัก… มันไม่ใช่เสียงของเซราฟิน่า…
“อะ… อะไรนะ…” เซราฟิน่าถามด้วยความตกตะลึง…
“ข้าคือ… ผู้พิทักษ์… แห่งสายเลือด…” เสียงนั้นตอบกลับมา… “และข้า… จะไม่ยอมให้ใคร… มาทำร้าย… เจ้า… ได้…”
เงาดำลึกลับพุ่งเข้าใส่เซราฟิน่า… แต่ก่อนที่มันจะสัมผัสตัวเธอ… แสงสีฟ้าจากรอยสักก็ระเบิดออก… กลายเป็นกำแพงพลังงานอันมหาศาล… ผลักไสเงาดำให้กระเด็นออกไป…
“อ๊ากกก!” เสียงร้องของเงาดำดังขึ้น… ก่อนที่มันจะสลายไป… เหลือเพียงกลุ่มควันสีดำจางๆ…
“เป็นไปได้ยังไง…” คัลลันกล่าวด้วยความประหลาดใจ…
เซราฟิน่าทรุดตัวลงคุกเข่า… หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน… รอยสักบนร่างของเธอ… ค่อยๆ จางหายไป… เหลือเพียงผิวเนื้อที่เรียบเนียน… แต่เธอสัมผัสได้ถึงพลัง… ที่ยังคงอยู่… ในตัวเธอ…
“มัน… ไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกลบ…” เซราฟิน่าพึมพำ… “มันคือ… พลัง… ของฉัน…”
อคิราห์รีบเข้าไปประคองเธอ… “เซราฟิน่า… เธอเป็นอะไรไหม?”
“ฉัน… สบายดี…” เซราฟิน่าตอบ… พร้อมกับรอยยิ้มที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า… “ฉัน… รู้แล้ว…”
“รู้ว่าอะไร?” อคิราห์ถาม…
“รู้ว่า… ฉันคือใคร…” เซราฟิน่ากล่าว… ดวงตาของเธอ… เปล่งประกาย… ด้วยความมุ่งมั่น… “และ… ฉันจะทำอะไรต่อไป…”
ไมโลที่ยังคงตะลึงอยู่… ก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น… จากอุปกรณ์บันทึกเสียงของเขา… “การบันทึก… สิ้นสุดลง…”
“เกิดอะไรขึ้น…” ไมโลถามตัวเอง…
“มีบางอย่าง… กำลังจะมา…” เสียงกระซิบดังขึ้น… จากที่ไหนสักแห่ง…
“คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน…” ไมโลพึมพำอีกครั้ง… “มันใกล้เข้ามาแล้วจริงๆ…”
แสงสว่างวาบขึ้น… ท้องฟ้าคีรีคราม… ที่เคยปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก… ก็พลันสว่างไสวขึ้น… ราวกับมีดวงดาวสีเงิน… กำลังจะปรากฏขึ้น…
“ยุคสมัยใหม่…” อคิราห์กล่าว… “กำลังจะเริ่มต้นขึ้น…”
--- เซราฟิน่าพยายามลบรอยสักบนหลังแต่กลับทำให้ความทรงจำเลือนรางลง และค้นพบว่ามันคือ 'อักขระแห่งสายเลือด' ที่มีชีวิต เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียน ทำให้เธอรู้ว่านี่คือส่วนหนึ่งของเธอ และพร้อมที่จะปกป้องมัน ในขณะเดียวกัน ไมโลก็ได้ยินเสียงการสนทนาของคัลลันและเผชิญหน้ากับอักขระแห่งความเงียบก่อนที่เซราฟิน่าจะใช้พลังของอักขระแห่งสายเลือดขับไล่ภัยคุกคามไปได้