ตอนที่ 149 — การประชุมแห่งหมึกและเงา
แสงตะเกียงน้ำมันที่ถูกจุดขึ้นเป็นจำนวนมาก สะท้อนกับผืนหินขัดมันของห้องประชุมใหญ่ สมาชิกอาวุโสของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ต่างนั่งประจำตำแหน่งของตนภายใต้ความเงียบงันที่ปกคลุมราวกับมีบางสิ่งมองไม่เห็นกำลังจับจ้องอยู่ อาวุโสคัลลัน กุมมือประสานกัน วางอยู่บนโต๊ะไม้สีเข้มที่เต็มไปด้วยรอยจารึกโบราณ ใบหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิดหนัก ดวงตาภายใต้คิ้วหนาคมกริบกวาดมองไปยังใบหน้าของผู้อื่นทีละคน.
“ความเจ็บป่วยนี้กำลังลุกลาม” คัลลันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น “โรคหมึกละลาย ไม่เพียงแต่ทำลายอักขระจารึก แต่ยังพรากความทรงจำของผู้ที่ถูกมันกัดกินไปอย่างช้าๆ ทุกวันที่ผ่านไป ความรู้ ความผูกพัน และตัวตนของผู้คนกำลังสลายไปกับรอยด่างดำที่ไร้ความหมาย”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้คำพูดของตนเองค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่จิตใจของผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้า “เราได้ลองทุกวิถีทางแล้ว การกักกันเบื้องต้น การชำระล้างด้วยอักขระแห่งการฟื้นฟู แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความล้มเหลวที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าไม่ต้องการเห็นอาณาจักรคีรีครามอันรุ่งโรจน์ของเรา ต้องเสื่อมสลายไปเพราะความอ่อนแอ”
เสียงกระแอมของอาวุโสลีออน ผู้มีใบหน้าซูบผอมและดวงตาที่ฉายแววหวาดระแวงแทรกขึ้น “ท่านอาวุโสคัลลัน ท่านกำลังพูดถึงการกวาดล้างใช่หรือไม่? เราต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของโรคนี้ให้สิ้นซาก ก่อนที่มันจะแพร่กระจายไปมากกว่านี้ การรักษาพวกมันไว้ก็ไม่ต่างอะไรกับการอุ้มงูเห่าไว้ในอ้อมแขน”
คำพูดของลีออนทำให้เกิดเสียงพึมพำในหมู่สมาชิกบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยึดมั่นในหลักการอนุรักษนิยม แต่ก็มีเสียงทักท้วงจากอีกฝ่ายหนึ่ง
“แต่ท่านอาวุโสลีออน นั่นเป็นวิธีที่โหดร้ายเกินไป” อาวุโสเอลาร่า ผู้มีเส้นผมสีเงินแซมและแววตาที่บ่งบอกถึงความเมตตาเอ่ยขึ้น “พวกเราคือผู้ปกป้อง ไม่ใช่ผู้ลงทัณฑ์ เราควรหาวิธีรักษา พวกเขาคือผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของโรคร้าย หาใช่ศัตรู”
“รักษา?” ลีออนหัวเราะเยาะ “ท่านอาวุโสเอลาร่า ท่านแน่ใจหรือว่าสิ่งที่กำลังกัดกินพวกเขาคือ ‘โรค’ จริงๆ? หรือมันคือการลงทัณฑ์จากเบื้องบน? อักขระจารึกของเราคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หากมันแปดเปื้อน ผู้ที่จะแบกรับภาระนั้นคือเราทุกคน! ท่านเคยเห็นใครรอดจากหมึกที่ละลายไปแล้วหรือไม่? ไม่! พวกเขาเพียงแต่กลายเป็นเปลือกมนุษย์ที่ไร้ซึ่งความทรงจำ!”
บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียด การปะทะคารมระหว่างฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายหัวก้าวหน้าทวีความรุนแรงขึ้น คัลลันยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ เขารอจนกระทั่งเสียงทั้งหมดสงบลงก่อนจะพูดต่อ
“ข้าเข้าใจถึงความกังวลของทุกท่าน” คัลลันกล่าวเรียบๆ “แต่เราไม่มีเวลาอีกแล้ว การทะเลาะเบาะแว้งเช่นนี้มีแต่จะนำมาซึ่งความหายนะที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม” เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดทุกคำที่จะเอ่ยออกไป “ข้ามีข้อเสนอ… ข้อเสนอที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรค และยังคงรักษาชีวิตของผู้ที่ติดเชื้อไว้ได้”
เขามองไปยังสมาชิกทุกคนอย่างตั้งใจ “เราจะสร้าง ‘เขตกันภัย’ ขึ้นในพื้นที่ห่างไกลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิ้งร้าง และปราศจากผู้คน พวกที่ติดเชื้อจะถูกส่งตัวไปอยู่ที่นั่น พวกเขาจะได้รับการดูแลเรื่องปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต แต่จะไม่มีใครสามารถเดินทางเข้าออกได้อีก”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แต่คัลลันยังคงพูดต่อไป น้ำเสียงเข้มขึ้น “และที่สำคัญที่สุด… เราจะใช้อักขระแห่งการลบ”
คำว่า ‘อักขระแห่งการลบ’ ทำให้ทุกคนนิ่งงันไปชั่วขณะ อักขระโบราณที่ใช้เพื่อลบล้างความทรงจำทั้งหมดของผู้ถูกจารึก เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและอันตรายอย่างยิ่ง
“อักขระแห่งการลบ?” อาวุโสเอลาร่าอุทานเสียงหลง “ท่านอาวุโสคัลลัน นั่นหมายถึงการ… การลบตัวตนของพวกเขาไปตลอดกาล!”
“ไม่” คัลลันส่ายหน้าช้าๆ “เราไม่ได้ลบตัวตน เราเพียงแค่ลบ ‘ความทรงจำ’ ที่เป็นพาหะของโรคออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้มันแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น พวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่จะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับอักขระจารึกอีกต่อไป เป็นการปกป้องอาณาจักรของเราจากความโกลาหล”
“แต่… นั่นมัน… มันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าทางอ้อม!” ลีออนโต้แย้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ “ท่านอาวุโสคัลลัน ท่านกำลังนำพาเราไปสู่เส้นทางที่ผิด!”
“เส้นทางแห่งความอยู่รอด” คัลลันตอบกลับอย่างเย็นชา “ท่านไม่เข้าใจถึงภัยคุกคามที่แท้จริงที่เรากำลังเผชิญอยู่ การอุบัติของ ‘โรคหมึกละลาย’ ไม่ใช่แค่การสูญเสียอักขระ แต่มันคือการสั่นคลอนรากฐานแห่งการดำรงอยู่ของเรา เราต้องเด็ดขาด เราต้องเสียสละบางสิ่งเพื่อรักษาภาพรวมไว้”
เขาเหล่มองไปยังลีออน “ในขณะเดียวกัน เราจะส่งหน่วยจารึกออกไปสืบค้นต้นตอของโรคนี้ และหาทางพัฒนากลไกการป้องกันใหม่ๆ เราจะไม่หยุดยั้งการค้นคว้า แต่เราจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคร้ายนี้เสียก่อน”
คัลลันหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาและมองไปรอบห้อง “ข้าได้กล่าวถึง ‘คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน’ ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต… บางที… บางทีการตัดสินใจที่ยากลำบากในวันนี้ อาจเป็นการปูทางไปสู่ยุคสมัยใหม่นั้น”
สมาชิกสภาฯ บางคนเริ่มมองหน้ากันเองอย่างลังเล บางคนก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด แต่ไม่มีใครกล้าพูดคัดค้านอำนาจของคัลลันอีกต่อไป การเผชิญหน้ากับโรคระบาดที่มองไม่เห็น และความแตกแยกภายในสภาฯ ทำให้พวกเขารู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา
“พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่?” คัลลันถาม น้ำเสียงแฝงด้วยความคาดหวังที่จะได้คำตอบอันเป็นเอกฉันท์
ภายใต้ความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง สมาชิกอาวุโสส่วนใหญ่พยักหน้าช้าๆ แม้ว่าบางคนจะยังคงมีแววตาแห่งความไม่สบายใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธข้อเสนอของอาวุโสคัลลัน การตัดสินใจได้ถูกประกาศออกมาแล้ว การกักกันและการลบความทรงจำ คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น มันคือการเลือกเส้นทางที่นำไปสู่การกดขี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
--- อาวุโสคัลลันเสนอให้กักกันผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลายในพื้นที่ห่างไกล และใช้ ‘อักขระแห่งการลบ’ เพื่อลบความทรงจำของพวกเขา สมาชิกสภาฯ แม้จะลังเล แต่ก็ยอมรับข้อเสนอนี้ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่จะกดขี่ผู้ติดเชื้อ