← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 148Free

ตอนที่ 148 — รอยสักบนผนัง

สายลมหนาวพัดกรูผ่านทุ่งหญ้าแห้งแล้ง พาเอาเศษฝุ่นดินปริศนาลอยเคว้งคว้างรอบตัวเซราฟิน่า กลิ่นอายความตายและความอ้างว้างกรุ่นอยู่ตามซอกหลืบของอาคารที่เคยมีชีวิตชีวา ตอนนี้มีเพียงซากปรักหักพังและเงียบงันเกินกว่าจะรับไหว หมู่บ้านแห่งนี้คือจุดเริ่มต้น การตามหาร่องรอยของครอบครัวที่จากไปคือพันธกิจเดียวที่ผลักดันเธอให้ก้าวเดินต่อไป เสียงฝีเท้าของเธอเหยียบย่ำลงบนพื้นดินที่แตกร้าว คล้ายกับเสียงคร่ำครวญของผู้คนที่ถูกทอดทิ้งให้เผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง “ที่นี่…เคยมีคนอยู่จริงหรือ” เธอเอ่ยถามกับตัวเอง เสียงแหบพร่าสะท้อนกลับมาเพียงความเงียบอันหนักอึ้ง

เธอเดินไปตามทางเดินที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บัดนี้มีเพียงร่องรอยจางๆ ของรองเท้าที่เคยสัญจรไปมา ฝุ่นหนาทึบปกคลุมทุกสิ่งราวกับผ้าห่อศพผืนใหญ่ บ้านเรือนหลายหลังถูกทิ้งร้าง ปิดตาย ไม่ต่างจากสุสานที่รอวันพังทลาย สายตาของเซราฟิน่าสำรวจไปรอบๆ อย่างมีความหวังเจือด้วยความสิ้นหวัง เธอแวะเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะยังคงสภาพดีกว่าหลังอื่น ประตูไม้ที่เคยแข็งแรง บัดนี้ผุพังจนเกือบจะหลุดออกจากบานพับ เสียงเอี๊ยดอ๊าดของมันดังขึ้นเมื่อเธอผลักมันเข้าไป

ภายในบ้านยังคงมีร่องรอยของชีวิต แต่ก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีต โต๊ะไม้ตัวหนึ่งล้มคว่ำ ข้าวของกระจัดกระจาย เครื่องใช้ในครัวเรือนกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ทุกอย่างดูเหมือนถูกทิ้งไปอย่างเร่งรีบ ราวกับว่าเจ้าของบ้านต้องจากไปโดยไม่มีวันหวนกลับ เซราฟิน่ากวาดสายตามองไปทั่วห้อง พยายามหาเบาะแสใดๆ ที่อาจเชื่อมโยงเธอกับอดีตที่สูญหายไป “ทุกคนไปไหนกันหมด…” เธอพึมพำ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ขณะที่เธอกำลังจะก้าวออกจากบ้านหลังนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนผนังด้านใน ที่ซ่อนตัวอยู่หลังชั้นวางของที่ล้มลง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นผิดจังหวะ มันคือรอยสักโบราณ รอยสักที่จางหายไปตามกาลเวลา แต่รูปแบบและเส้นสายของมันกลับคุ้นเคยอย่างประหลาด มันมีลักษณะคล้ายกับรอยสักที่อยู่บนแผ่นหลังของเธอเอง รอยสักที่เธอไม่เคยรู้ที่มาที่ไป มันมีขนาดใหญ่พอสมควร กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของผนังส่วนนั้น “นี่มัน…อะไรกัน”

เซราฟิน่าค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ผนังนั้น มือของเธอเอื้อมออกไปสัมผัสกับรอยสักที่จางเลือน สัมผัสที่เย็นเฉียบและหยาบกระด้างของผนังหินสะท้อนเข้ามายังปลายนิ้ว ขณะที่ปลายนิ้วของเธอไล้ไปตามเส้นสายของรอยสักโบราณ ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นพล่านเข้ามาในตัวเธอ มันไม่ใช่ความรู้สึกธรรมดา แต่เป็นความรู้สึกราวกับว่ามีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลผ่านจากผนังนั้นมายังตัวเธอเอง ความเชื่อมโยงที่มองไม่เห็นกำลังก่อตัวขึ้น ราวกับว่ารอยสักบนผนังแห่งนี้กำลังกระซิบเรื่องราวบางอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

เธอหลับตาลง สัมผัสรอยสักนั้นอย่างตั้งใจ พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น พลังงานบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นภายในตัวเธอ จากจุดที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสกับรอยสักนั้น มันแผ่ขยายออกไปราวกับรากไม้ที่หยั่งลึกลงไปในดิน ความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ แล่นผ่าน แต่ก็ถูกกลบด้วยความรู้สึกอันน่าพิศวง เธอรู้สึกได้ถึงอดีตอันยาวนานที่ถูกจารึกไว้บนผนังแห่งนี้ มันไม่ใช่แค่รอยสัก แต่เป็นเหมือนแผนที่ที่ชี้ไปยังบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่า

“มันคืออะไร…” เธอเอ่ยถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังและความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ เธอจำได้ถึงคำบอกเล่าของผู้อาวุโสเกี่ยวกับ ‘คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน’ ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต รอยสักบนผนังนี้…มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการตามหาร่องรอยของต้นตระกูลของเธอ และอาจจะรวมถึงความลับเบื้องหลัง ‘โรคหมึกละลาย’ ที่กำลังคุกคามผู้คนในดินแดนแห่งนี้

เธอเพ่งสมาธิไปยังรอยสักอีกครั้ง พยายามทำความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงที่กำลังก่อตัวขึ้น มันราวกับว่าผนังนี้กำลังสื่อสารกับเธอโดยตรง ผ่านภาษาที่ไร้เสียง แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง เธอสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของประวัติศาสตร์ และความสำคัญของสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ความหวังเล็กๆ ที่ถูกจุดขึ้นมาในความมืดมิดแห่งการค้นหา กำลังส่องประกายนำทางเธอไปสู่หนทางที่ยังมองไม่เห็น

เซราฟิน่าตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะตามหาร่องรอยเหล่านี้ต่อไป แม้ว่ามันจะพาเธอไปสู่ที่ใดก็ตาม แม้ว่ามันจะนำมาซึ่งอันตรายเพียงใดก็ตาม เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่าการค้นพบครั้งนี้มีความหมายมากกว่าที่เธอเคยคิด มันคือการค้นพบตัวตน การค้นพบอดีต และอาจจะรวมถึงอนาคตของเธอและผู้คนอีกมากมาย

เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลิ่นอายของฝุ่นและความเก่าแก่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัว แต่บัดนี้มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่กลิ่นอายของความตายและความอ้างว้างอีกต่อไป แต่เป็นกลิ่นอายของความหวังและปริศนาที่รอการไข

“ฉันจะตามหาให้เจอ” เธอพูดเสียงหนักแน่น มุ่งมั่น สายตาของเธอจับจ้องไปที่รอยสักบนผนัง ราวกับว่ามันกำลังมอบพลังบางอย่างให้กับเธอ พลังที่จะก้าวต่อไป แม้ในยามที่ทุกสิ่งดูเหมือนจะมืดมน

เธอหันหลังให้กับบ้านหลังนั้น ก้าวออกไปสู่แสงสลัวของยามเย็นที่กำลังคืบคลานเข้ามา รอยสักบนผนังยังคงส่องประกายจางๆ ในความทรงจำของเธอ เป็นเครื่องเตือนใจถึงสิ่งที่เธอได้ค้นพบ และสิ่งที่เธอกำลังจะเผชิญหน้าต่อไป การเดินทางของเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเข้ามา

ขณะที่เธอก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ยังคงปกคลุมไปด้วยฝุ่นและเศษซาก เซราฟิน่ารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง ความหวังที่เคยริบหรี่ บัดนี้กลับส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม เธอรู้ดีว่าการค้นพบครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตามหาร่องรอยของครอบครัวอีกต่อไป แต่มันคือการค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอ การค้นพบรากเหง้าที่ซ่อนเร้นอยู่ และอาจรวมถึงการไขความลับที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง ดวงดาวเริ่มปรากฏขึ้นทีละดวงราวกับกำลังทักทายเธอในยามค่ำคืน เธอยิ้มให้กับตัวเอง เพราะอย่างน้อยที่สุด ในบรรดาสิ่งที่เธอสูญเสียไป เธอก็ได้พบกับแสงสว่างเล็กๆ ที่จะนำทางเธอต่อไปในเส้นทางแห่งการค้นพบนี้

--- เซราฟิน่าตามหาร่องรอยครอบครัวในหมู่บ้านร้าง และพบรอยสักโบราณบนผนังบ้านที่คล้ายกับรอยสักบนแผ่นหลังของเธอ ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่าง และมีความหวังในการค้นพบต้นตระกูล