ตอนที่ 139 — เส้นทางสู่หมึกบรรพกาล
สายลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านที่ราบสูงคีรีครามดูเหมือนจะกระซิบคำเตือน อคิราห์ก้าวเดินอย่างระมัดระวังภายใต้เงาของยอดเขาสูงชัน มือข้างหนึ่งกุมปากกาจารึกไร้ลักษณ์ที่ไมโลมอบให้แน่น ดวงตาสำรวจพื้นดินและผนังถ้ำเบื้องหน้าอย่างไม่วางตา แผนที่อักขระลับที่ไมโลให้มาคือเข็มทิศเดียวของเขาในเขาวงกตแห่งนี้ แต่ละเส้นทางที่ปรากฏบนแผ่นหนังนั้นเชื่อมโยงกับร่องรอยของอักขระโบราณที่สภาจารึกพยายามปกปิดมาตลอดหลายศตวรรษ
"ไมโล... นายทำได้ดีแค่ไหนกันนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาขาดหายไปในความเงียบของหุบเขา การเสียสละของเด็กหนุ่มยังคงเป็นเงาที่ติดตรึงอยู่ในใจ เขาหวังเพียงว่าการตัดสินใจของเขาจะคุ้มค่ากับชีวิตที่แลกมา
เขาหยุดยืนชะงักเมื่อปลายเท้าสัมผัสกับพื้นผิวที่แตกต่างออกไป มันเป็นหินผาที่ถูกเจียระไนอย่างประณีตจนเรียบเนียน ราวกับถูกสร้างขึ้นด้วยมือ ไม่ใช่กระบวนการทางธรรมชาติ ร่องรอยจางๆ ของอักขระโบราณปรากฏอยู่บนนั้น แต่กลับมีความผิดเพี้ยนบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน อักขระที่ควรจะนิ่งสงบและเป็นนิรันดร์ กลับดูเหมือนกำลังบิดเบี้ยว เลื่อนไหล ราวกับมีชีวิต
"นี่มันอะไรกัน?" เขาหยิบปากกาจารึกไร้ลักษณ์ขึ้นมา ปลายปากกาค่อยๆ ลากไปตามร่องรอยของอักขระเหล่านั้น สัมผัสที่เกิดขึ้นเมื่อปากกาสัมผัสกับหินนั้นแตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความเรียบเนียนที่คุ้นเคย แต่มีความสั่นสะเทือนบางอย่างที่ส่งผ่านเข้ามา มันเหมือนกับการสัมผัสกับพลังงานที่ยังไม่สงบ
เขาจำได้ว่าเคยอ่านบันทึกโบราณเกี่ยวกับ 'อักขระโบราณ' ในตอนที่ 49 มันถูกกล่าวถึงว่าเป็นรูปแบบที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์ที่สุดของระบบอักขระจารึก แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้านี้... มันไม่ได้ดูสมบูรณ์ แต่มันกำลัง 'เปลี่ยนแปลง' ราวกับว่ามันกำลังพยายามจะสื่อสารบางสิ่งบางอย่างที่นอกเหนือไปจากความหมายดั้งเดิม
"พวกเขาบอกว่ามันตายไปแล้ว..." เขาพึมพำขณะที่ดวงตาจับจ้องไปยังอักขระที่ดูเหมือนจะพยายามจัดเรียงตัวเองใหม่ "แต่บางที... มันอาจจะแค่หลับใหล"
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามาจากด้านหลัง อคิราห์หันขวับไปมอง หน่วยล่าสังหารของสภาจารึก! พวกเขามาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก แสงจากอาวุธจารึกของพวกเขาทำให้หุบเขาดูมืดมิดยิ่งกว่าเดิม
"อคิราห์!" เสียงตะโกนที่ดุดันดังขึ้น "ยอมจำนนเสีย! อย่าได้ต่อต้านเจตจำนงของสภาฯ!"
เขาไม่มีเวลาลังเลอีกต่อไป ความรู้ที่เขาเพิ่งได้รับจากร่องรอยอักขระประหลาดนี้มีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด เขาต้องไปให้ถึง 'ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล' ให้ได้ก่อนที่ข้อมูลนี้จะสูญหายไปตลอดกาล
เขาตัดสินใจวิ่งเข้าสู่เส้นทางแคบๆ ด้านข้าง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไมโลทำเครื่องหมายไว้ในแผนที่ว่าอันตรายที่สุด เต็มไปด้วยกับดักที่สภาจารึกติดตั้งไว้เพื่อปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ การตัดสินใจครั้งนี้คือการเดิมพันครั้งใหญ่ หากเขาพลาด... ทั้งตัวเขาและข้อมูลสำคัญนี้อาจจะสูญสลายไปในความมืดมิดของคีรีคราม
ขณะที่เขากระโดดข้ามกับดักที่สามที่เผยออกมาจากพื้นอย่างฉับพลัน เขาสังเกตเห็นบางอย่างบนผนังถ้ำด้านซ้าย มันคือรอยอักขระจางๆ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดกึก คือลักษณะของมัน อักขระเหล่านั้นไม่ได้ถูกจารึกลงไปบนหินอย่างถาวร แต่ดูเหมือนมันกำลัง 'งอก' ขึ้นมา จากภายในหินเอง ราวกับว่าหินก้อนนั้นกำลังมีชีวิต และกำลังพยายามสื่อสารด้วยภาษาแห่งอักขระ
"เป็นไปไม่ได้..." เขาพึมพำ ก้มลงไปสำรวจใกล้ๆ มือของเขาสั่นเทาเมื่อสัมผัสกับพื้นผิวที่อุ่นเล็กน้อยนั้น "นี่มันไม่ใช่การจารึก... นี่มันคือ... การเจริญเติบโต"
เขาเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าทำไมสภาจารึกถึงพยายามปกปิดเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่า 'ตาย' ไปแล้ว อาจไม่ได้ตายจริง แต่อาจกำลังอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
"คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน..." เขาจำคำพูดของไมโลได้เลือนราง "ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ..."
เขาหันกลับไปมองทางที่เขาวิ่งผ่านมา หน่วยล่าสังหารยังคงไล่ตามเขามาติดๆ แต่ในใจของอคิราห์ ตอนนี้มีคำถามใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าความกลัว หรือแม้แต่ความหวังที่จะรอดชีวิต
ถ้าอักขระโบราณไม่ได้ตายไป แต่กำลังเติบโต... แล้วอะไรคือ 'ความบริสุทธิ์' ที่สภาจารึกยึดมั่น? และใครคือผู้ที่จะมา 'ปลดพันธนาการ' ที่แท้จริง?
เขากระโจนเข้าสู่ความมืดของอุโมงค์ถัดไป ทิ้งเสียงไล่ล่าไว้เบื้องหลัง พร้อมกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา
เมื่อเขามาถึงปากทางเข้าถ้ำที่กว้างขึ้น เขาหยุดนิ่งเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า แสงสลัวที่ส่องลงมาจากช่องเพดานถ้ำ เผยให้เห็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ส่องประกายราวกับมีอัญมณีซ่อนอยู่ภายใต้ผิวน้ำ ใต้แอ่งน้ำนั้น คือกลุ่มของอักขระโบราณที่เปล่งแสงเรืองรองราวกับดวงดาว มันไม่ใช่การจารึกที่อยู่บนหินอีกต่อไป แต่มันกำลังลอยอยู่ใต้น้ำ ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง
"ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล..." เขาพึมพำอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความหวาดหวั่นปะปนกัน
ทันใดนั้นเอง ผิวน้ำในแอ่งก็เริ่มกระเพื่อมอย่างรุนแรง กลุ่มอักขระโบราณที่เปล่งแสงอยู่เบื้องล่างก็สว่างวาบขึ้นราวกับจะระเบิดออกมา พร้อมกับเสียงกระหึ่มที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับฟ้าผ่า
อคิราห์ถอยหลังไปสองก้าว รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นหินมายังฝ่าเท้า นี่ไม่ใช่แค่แหล่งพลังงาน แต่มันคือแกนกลางที่กำลังจะระเบิดออกมา
และจากใจกลางของกลุ่มอักขระที่ส่องประกายนั้น รอยร้าวก็เริ่มปรากฏขึ้น รอยร้าวที่ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับเส้นใยแมงมุม พร้อมกับเสียงปริแตกที่ดังสนั่นหวั่นไหว... สิ่งที่อยู่เบื้องล่างกำลังจะหลุดพ้นจากการควบคุม
--- อคิราห์ตามรอยไปยังต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล พบร่องรอยอักขระโบราณที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเติบโต แทนที่จะเป็นตามที่สภาจารึกเชื่อว่าสูญสิ้นไป ขณะเดียวกัน เขาก็ถูกหน่วยล่าสังหารตามล่า แต่สามารถหลบหนีเข้าไปในถ้ำที่ซ่อนต้นน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งกำลังจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่คาดฝัน