ตอนที่ 138 — รอยหมึกบนแผ่นหนังที่หลุดลอย
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กระทบกับพื้นหินระเบียงทางเดินดังสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินแคบๆ ของเขตชั้นในที่ราบสูงคีรีคราม ไมโลหอบหายใจจนตัวโยน เหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อหยาบ เขาไม่ได้วิ่งมาเพียงเพื่อหนีจากทหารยาม แต่เขาวิ่งหนีความตายที่กำลังไล่กวดตามหลังมาติดๆ
“มาทางนี้! เร็วเข้า!” เสียงของอคิราห์ดังขึ้นจากมุมมืดหลังเสาหินสลักลาย อคิราห์ยืนรออยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาดูสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด แม้ดวงตาจะฉายแวววิตกกังวลขณะที่เขากำลังใช้ปลายเข็มโลหะเขี่ยร่องอักขระบนประตูห้องนิรภัยอย่างระมัดระวัง
“อคิราห์! พวกเขา... พวกเขามากันแล้ว!” ไมโลพุ่งตัวเข้าไปหาอคิราห์ ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ “หน่วยล่าสังหารของสภาจารึก... พวกเขาไม่ได้มาแค่ตรวจตรา แต่พวกเขามาเพื่อ ‘ลบ’ ทุกอย่างที่ขวางหน้า!”
อคิราห์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขาขยับนิ้วมืออย่างแม่นยำเพื่อถอดรหัสเส้นสายบนหน้าประตู “บอกฉันมา ไมโล นายได้อะไรมาบ้าง? รหัสที่นายแอบคัดลอกมาน่ะ มันสมบูรณ์ไหม?”
“มันไม่ใช่แค่รหัส!” ไมโลตะโกนเสียงเบาแต่หนักแน่น เขาล้วงเข้าไปในสาบเสื้อแล้วชูแผ่นหนังเก่าๆ ที่มีรอยเปื้อนหมึกประหลาดออกมา “ฉันเห็น... ฉันเห็นโครงสร้างของมัน อักขระที่ไม่ได้เป็นแค่เส้นตรง แต่มันไหลวนเหมือนกระแสน้ำ ถ้าเราเชื่อมจุดเหล่านี้เข้าด้วยกัน หมึกจะไม่มีวันละลาย!”
เสียงเหล็กกระทบกันดังมาจากหัวมุมทางเดิน ‘เคร้ง! เคร้ง!’ ตามมาด้วยเสียงตะโกนสั่งการที่ฟังดูเย็นชาของทหารสภาจารึก “ตรวจค้นทุกซอกทุกมุม! ใครที่มีร่องรอยของหมึกผิดเพี้ยน ให้ทำการประทับตราลบความจำทันที!”
“พวกเขารู้แล้ว...” ไมโลพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว “คัลลันรู้ว่าฉันเห็นอะไร เขาไม่ต้องการให้ความรู้เรื่องการปรับแต่งอักขระหลุดรอดไป เพราะมันจะทำให้ระบบที่เขาสร้างไว้พังทลายลง”
อคิราห์หยุดมือจากประตูนิรภัย เขาหันมามองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกดดัน “ไมโล ฟังฉันนะ ถ้านายมีข้อมูลนั้น นายต้องส่งมันให้ฉัน ตอนนี้”
“มันเสี่ยงเกินไป อคิราห์” ไมโลส่ายหน้า มือที่ถือแผ่นหนังเริ่มสั่น “ถ้าฉันมอบมันให้คุณ แล้วพวกเขารวบตัวฉันได้... ฉันจะกลายเป็นแค่ร่างที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ชื่อให้ใครจดจำ”
“นายไม่มีทางเลือก!” อคิราห์ขยับเข้าไปใกล้ กระชากไหล่ของเด็กหนุ่มให้มั่นคง “ถ้าข้อมูลนี้อยู่ที่นาย นายคือเป้าหมาย แต่ถ้ามันอยู่ที่ฉัน เราจะมีโอกาสเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของที่ราบสูงแห่งนี้”
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์เริ่มสาดส่องผ่านช่องลมด้านบน ไมโลมองซ้ายมองขวา เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้น เขาไม่ได้ยื่นแค่แผ่นหนังให้ แต่ออกแรงกดน้ำหนักลงบนสิ่งของชิ้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าข้างเอวแล้วยัดใส่มืออคิราห์
“นี่คือ ‘ปากกาจารึกไร้ลักษณ์’ (The Formless Stylus)” ไมโลกระซิบ เสียงของเขาขาดห้วง “มันคือเครื่องมือที่ใช้ควบคุมความเข้มข้นของหมึกโดยตรง ไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากสภา... อคิราห์ คุณต้องใช้มันเพื่อเขียนอักขระบทใหม่”
“แล้วนายล่ะ?” อคิราห์ถาม เสียงของเขาเริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรก
“ฉันจะล่อพวกเขาไปทางทิศตะวันตก!” ไมโลฉีกยิ้มที่ดูขื่นขม เขาขยับตัวถอยหลังไปทางช่องทางระบายอากาศที่มืดมิด “จำไว้นะอคิราห์... คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินกล่าวไว้ว่า จะมีผู้มาเพื่อปลดพันธนาการแห่งอักขระ... ฉันหวังว่าคนคนนั้นจะไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน!”
“ไมโล! อย่า!” อคิราห์พยายามจะคว้าตัวไว้ แต่เด็กหนุ่มกลับกระโจนหายเข้าไปในเงามืดของท่อระบายอากาศอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่วิ่งห่างออกไปในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อดึงดูดความสนใจของหน่วยล่าสังหาร
ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงเกราะเหล็กและเสียงตะโกนของทหารก็ดังขึ้นที่ทางเดินหลัก “นั่นไง! ทางนั้น! จับมันไว้ อย่าให้มันลบความทรงจำของใครได้!”
อคิราห์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดเพียงลำพัง มือข้างหนึ่งกำแผ่นหนังที่เต็มไปด้วยรอยหมึกประหลาด อีกข้างหนึ่งกำปากกาจารึกไร้ลักษณ์ไว้แน่น เขามองดูรอยหมึกบนแผ่นหนังที่ดูเหมือนจะขยับได้ภายใต้แสงสลัว มันไม่ใช่รอยเปื้อนจากโรคหมึกละลาย แต่มันคือแผนที่ที่ถูกซ่อนไว้ในรูปแบบของความผิดเพี้ยน
เขารู้สึกถึงน้ำหนักของสิ่งของในมือ มันไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่มันคือภาระที่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของคีรีครามไปตลอดกาล เสียงฝีเท้าของทหารกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา อคิราห์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดความตระหนกไว้ใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย ก่อนจะก้มลงมองรอยจารึกบนแผ่นหนังนั้นอีกครั้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ทันใดนั้น ปลายปากกาในมือของเขากลับเริ่มเรืองแสงสีเงินจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรก ราวกับว่ามันกำลังตอบสนองต่อรอยหมึกบนแผ่นหนังที่ไมโลเพิ่งมอบให้
--- ไมโลมอบแผนที่อักขระลับและปากกาจารึกไร้ลักษณ์ให้อคิราห์เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาโรคหมึกละลาย ก่อนจะยอมเสี่ยงชีวิตวิ่งหนีเพื่อล่อหน่วยล่าสังหารของสภาจารึกไปอีกทาง