← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 126Free

ตอนที่ 126 — การหลบหนีจากหอจดหมายเหตุสีคราม

เสียงรองเท้าบูทหนักๆ กระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องไปตามระเบียงทางเดินแคบๆ ของหอจดหมายเหตุ ไมโลหอบหายใจจนหน้าอกกระเพื่อมแรง มือขวาของเขาขยำม้วนกระดาษหนังแกะที่เพิ่งขโมยออกมาจากแท่นจารึกกลางจนยับยู่ยี่ ในหัวของเขามีแต่คำถามที่วนเวียนไม่หยุด 'ทำไมหมึกถึงเสื่อมสภาพ? ทำไมสภาถึงต้องโกหก?'

"หยุดอยู่ตรงนั้น! เจ้าหนู!" เสียงตวาดก้องมาจากหัวมุมทางเดินด้านหน้า พร้อมกับแสงจากคบไฟเวทมนตร์ที่สาดส่องเข้ามาในความมืด

ไมโลชะงักกึก หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เขาหันหลังกลับหมายจะวิ่งไปทางช่องระบายอากาศ แต่ทว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยของสภาจารึกในชุดเกราะสีเงินขลิบน้ำเงินสามคนกลับดักหน้าเขาไว้แล้ว ปลายหอกที่ปลายสลักอักขระ 'ตรึง' (Bind) เปล่งแสงสีฟ้าหม่นออกมา

"ส่งม้วนกระดาษนั่นมาเสียดีๆ ไมโล" หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเดินนำออกมา ใบหน้าของเขาเย็นชาเหมือนหินสลัก "การเข้าถึงบันทึกหมึกต้นกำเนิดโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษถึงขั้นลบอักขระออกจากผิวหนัง"

ไมโลถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับผนังหินที่เย็นเฉียบ "พวกคุณกำลังปิดบังอะไรอยู่? หมึกพวกนั้นมันกำลังละลาย! คนที่ติดโรคหมึกละลายไม่ใช่คนบาป แต่เป็นเพราะหมึกของพวกคุณต่างหาก!" เขาตะโกนออกไปทั้งที่เสียงสั่นเครือ

"ไร้สาระ" ทหารคนหนึ่งก้าวเข้ามา "คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินกล่าวไว้ว่าความบริสุทธิ์ของอักขระจะนำพาความสงบสุข ผู้ที่ทำให้เส้นหมึกแปดเปื้อนคือผู้ที่จะนำพาความโกลาหลมาสู่คีรีคราม"

ไมโลเม้มริมฝีปากแน่น มือที่สั่นเทาของเขาไม่ได้กำเพียงม้วนกระดาษ แต่เขากำลังขยับนิ้วไปตามอักขระจางๆ ที่สลักไว้บนข้อมือของตัวเอง มันเป็นอักขระที่เขาแอบฝึกฝนอย่างลับๆ จากตำราเก่าที่เกือบจะกลายเป็นขยะ เขาไม่ได้ใช้หมึกเวทมนตร์ราคาแพงจากสภา แต่เขาใช้ 'หมึกผสมน้ำตา' ที่มีคุณสมบัติกึ่งเสถียรกึ่งไหลลื่น

"ถอยไปนะ!" ไมโลคำราม เขาตัดสินใจขีดอักขระ 'กระจกสะท้อน' (Mirror Mirage) ลงบนพื้นหินอย่างรวดเร็ว แรงกดจากปลายนิ้วทำให้หมึกสีดำข้นที่เขาทาไว้บนข้อมือไหลซึมลงสู่ร่องหิน

ฉ่า!

เมื่ออักขระสัมผัสพื้น แสงสว่างจ้าก็ระเบิดออกมาจากรอยเปื้อนหมึก มันไม่ได้สว่างเหมือนไฟ แต่เป็นการบิดเบือนแสงรอบข้างจนเกิดเป็นภาพลวงตาของทางเดินที่ว่างเปล่า ทหารทั้งสามชะงักและยกโล่ขึ้นบังตา

"ทางนั้น! มันวิ่งไปทางบันไดวน!"

ไมโลไม่ได้วิ่งไปทางนั้น เขาใช้จังหวะที่พวกเขากำลังสับสน มุดตัวลงไปในช่องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดที่อยู่ใต้แท่นจารึกข้างๆ เขาขดตัวลีบจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมืด กลิ่นฉุนของน้ำยาเช็ดหินลอยเข้าจมูกจนเขาอยากจะจามออกมา แต่เขาต้องกัดริมฝีปากตัวเองไว้จนได้กลิ่นคาวเลือด

เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งผ่านช่องทางเดินไปอย่างรวดเร็ว ไมโลรอจนเสียงนั้นจางหายไป เขาค่อยๆ คลานออกมาจากช่องแคบ เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมตามไรผม "เกือบไปแล้ว..."

เขาพยายามจะเดินไปยังประตูทางออกลับที่เขาศึกษาแผนที่ไว้ แต่ทันใดนั้น แสงไฟจากด้านบนก็สว่างพรึบขึ้นมาพร้อมกับเสียงประกาศผ่านลำโพงเวทมนตร์

"ประกาศจากสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ ขณะนี้มีผู้ลักลอบขโมยข้อมูลสำคัญและใช้เวทมนตร์ต้องห้ามในเขตหอจดหมายเหตุ ให้หน่วยรักษาความปลอดภัยปิดล้อมทุกทางออก ทรัพยากรและหมึกเวทมนตร์ในเขตนี้จะถูกระงับการใช้งานชั่วคราว"

ไมโลใจหายวาบ เขาหันมองไปรอบๆ หอจดหมายเหตุที่เคยดูโอ่อ่า บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังขนาดใหญ่ เขาเห็นเงาของทหารเดินตรวจตราอยู่ตามระเบียงชั้นบน ทุกย่างก้าวของพวกเขาดูเหมือนจะมุ่งตรงมาที่เขา

เขาตัดสินใจวิ่งออกไปทางหน้าต่างบานสูงที่มองเห็นทัศนียภาพของที่ราบสูงคีรีคราม หมอกหนาสีเทาปกคลุมไปทั่วบริเวณเบื้องล่าง เขาต้องกระโดดลงไปในทะเลหมอกนั่นเพื่อรอดชีวิต

ขณะที่เขากำลังจะปีนขอบหน้าต่าง เขาสังเกตเห็นอักขระสีแดงฉานที่ถูกสลักไว้บนขอบหิน มันคืออักขระ 'ล่าสังหาร' (Pursuit Mark) ที่สภาใช้ติดตามเป้าหมาย มันกำลังเริ่มทำงานและส่งแสงกระพริบเป็นจังหวะเหมือนชีพจร

"พวกเขารู้ตำแหน่งฉันแล้ว..." ไมโลพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี กระโดดออกจากหน้าต่างสูงชัน ร่างของเขาดิ่งลงสู่ความว่างเปล่าท่ามกลางเสียงตะโกนไล่หลังและเสียงโลหะกระทบกันจากด้านบน หมอกเย็นเยียบปะทะใบหน้าขณะที่เขาร่วงหล่นลงไป

เขารู้ดีว่าการหลบหนีครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ไม่มีวันเหมือนเดิม เขาไม่ใช่เด็กชายผู้ใสซื่อในหอจดหมายเหตุอีกต่อไป แต่คือผู้ลี้ภัยที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรที่ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ภายใต้เงาของอักขระที่กำลังเน่าเฟะ

--- ไมโลพยายามขโมยม้วนกระดาษข้อมูลลับเกี่ยวกับหมึกเวทมนตร์แต่ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยของสภาจารึกจับได้ เขาจึงใช้ความรู้เรื่องอักขระสร้างภาพลวงตาเพื่อหลบหนีและตัดสินใจกระโดดลงจากหอจดหมายเหตุกลายเป็นผู้ลี้ภัยที่ถูกตามล่า