← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 124Free

ตอนที่ 124 — กองไฟกลางลานหินจารึก

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารสภาจารึกกระทบพื้นหินแกรนิตดังก้องไปตามทางเดินคดเคี้ยวของที่ราบสูงคีรีคราม อาวุโสคัลลันยืนนิ่งอยู่บนระเบียงหินชั้นบน มือที่เหี่ยวย่นแต่แข็งแรงวางอยู่บนราวหินที่สลักลวดลายอักขระคุมความร้อนไว้จนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ เขามองลงไปยังลานกว้างเบื้องล่าง ที่ซึ่งเปลวไฟจากคบเพลิงกำลังลุกโชนตัดกับหมอกสีเทาที่ปกคลุมเมือง

“รายงานสถานการณ์ล่าสุดมา” คัลลันเอ่ยโดยไม่หันไปมองผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง

“รายงานครับท่านอาวุโส...” นายทหารหนุ่มก้มหน้าต่ำ “ในเขตที่พักอาศัยชั้นนอก พบรอยเปื้อนบนผิวหนังเพิ่มขึ้นอีกสิบสองราย อักขระประจำตระกูลของพวกเขากำลังเสียรูปทรง หมึกเริ่มซึมออกจากเส้นสายหลักจนกลายเป็นรอยด่างดำเหมือนน้ำหมึกที่หกใส่กระดาษเปียก”

คัลลันหรี่ตาลง “แล้วพวกเขามีอาการสูญเสียความทรงจำหรือยัง?”

“บางรายเริ่มเรียกชื่อลูกหลานผิดครับ แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นเริ่มแรก... พวกเขาพยายามอ้อนวอนขอหมึกเวทมนตร์ไปซ่อมแซม แต่ตามกฎของสภา เราไม่สามารถจ่ายหมึกบริสุทธิ์ให้แก่ผู้ที่มีรอยโรคได้”

คัลลันกำราวหินแน่นขึ้น “หากปล่อยไว้ อักขระที่ละลายจะลามไปสู่จุดเชื่อมต่อหลัก และเมื่อนั้นความทรงจำทั้งหมดจะถูกล้างออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างที่ว่างเปล่า ซึ่งจะกลายเป็นภาระต่อระบบอักขระของเมือง เตรียมกองไฟที่ลานกลาง เตรียมเชื้อเพลิงไม้สนอาบน้ำมันให้พร้อมสำหรับการชำระล้างคืนนี้”

“แต่ท่านครับ... การเผาทำลายผู้ติดเชื้อในขณะที่พวกเขายังมีสติ... มันจะทำให้เกิดการประท้วงจากฝ่ายกบฏ” ทหารผู้นั้นท้วงเบาๆ แต่ก็รีบก้มหัวทันทีเมื่อเห็นสายตาคมกริบของคัลลัน

“ความบริสุทธิ์ของระบบอักขระสำคัญกว่าความรู้สึกของคนไม่กี่คน” คัลลันตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าอักขระจางหาย โลกนี้จะพังทลาย เราต้องรักษาโครงสร้างของคีรีครามไว้ ไม่ใช่รักษาเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่กำลังเน่าเฟะ”

คัลลันเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยม้วนคัมภ่ายาและแผนที่เส้นทางหมึก เขาหยิบแผ่นหินบันทึกคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาปัดฝุ่น แสงสลัวจากตะเกียงทำให้ตัวอักษรโบราณดูเหมือนจะขยับได้ ในนั้นมีข้อความหนึ่งที่สลักไว้ด้วยหมึกสีเงินที่ดูเหมือนจะเรืองแสงได้เอง: 'เมื่ออักขระทั้งปวงสั่นคลอน ดวงดาวสีเงินจะนำพาผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต' เขาพึมพำประโยคนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันเป็นคำทำนายที่ฟังดูเหมือนความหวัง แต่สำหรับเขา มันคือคำเตือนถึงความไม่มั่นคงของระเบียบโลกที่เขาสร้างมา

เสียงเคาะประตูขัดจังหวะความคิดของเขา เป็นนักจารึกอาวุโสอีกคนหนึ่งที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าของเขาซีดเผือด

“ท่านอาวุโส! มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นที่หน่วยกักกันครับ!”

คัลลันขมวดคิ้ว “ประหลาดอย่างไร? พวกเขาเริ่มลืมชื่อตัวเองแล้วหรือ?”

“ไม่ใช่ครับ! คือ... ผู้ติดเชื้อรายหนึ่งในห้องกักกันหมายเลขสี่ เขาเป็นโรคหมึกละลายขั้นรุนแรง อักขระบนแขนขวาละลายจนเป็นรอยเปื้อนใหญ่โต แต่ในขณะที่เขากำลังจะสิ้นสติ เขากลับสามารถควบคุมรอยเปื้อนนั้นได้! เขาใช้รอยหมึกที่ละลายออกมานั้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ แล้วมันก็กลายเป็นโล่ป้องกันตัวชั่วคราว... รอยเปื้อนไม่ได้หายไป แต่มันเปลี่ยนรูปทรงตามคำสั่งของเขา!”

คัลลันชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นไปไม่ได้ หมึกที่ละลายคือหมึกที่สูญเสียโครงสร้างทางเวทมนตร์ มันไม่มีความหมาย ไม่มีความแม่นยำ มันคือขยะ”

“แต่มันเกิดขึ้นจริงครับท่าน! ไม่ใช่แค่รายเดียว มีรายงานจากหน่วยตรวจค้นอีกแห่งว่าพบเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หมึกบนข้อมือเริ่มจางลง แต่เขาสามารถรักษาความทรงจำไว้ได้นานกว่าปกติราวกับว่าเขาสามารถ 'กักเก็บ' รอยเปื้อนไว้ในจุดอื่นของร่างกายได้”

คัลลันเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปที่ลานเผาทำลายที่ทหารกำลังเริ่มก่อกองไฟขนาดใหญ่ กลิ่นไหม้ของไม้สนเริ่มลอยมาตามลม เขาไม่ได้รู้สึกถึงความสะใจในอำนาจเหมือนทุกครั้ง แต่กลับรู้สึกถึงความสับสนที่ก่อตัวขึ้นในอก

ถ้าหมึกที่ละลายสามารถควบคุมได้... ถ้ามันไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็นการกลายพันธุ์... แล้วสิ่งที่เขากำลังเผาทำลายอยู่คือ 'ขยะ' หรือ 'วิวัฒนาการ' กันแน่?

เขามองดูมือของตัวเองที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความชรา แต่เพราะตรรกะที่เขาใช้ยึดเหนี่ยวโลกทั้งใบกำลังถูกสั่นคลอนด้วยรอยเปื้อนสีดำที่ไม่มีใครคาดคิด

ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากคลังหมึกส่วนกลางก็ดังสนั่นขึ้น พร้อมกับกลุ่มควันสีครามที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!

คัลลันรีบก้าวออกไปที่ระเบียง “เกิดอะไรขึ้นที่คลังหมึก!” เขาตะโกนถาม

“มีคนบุกรุกครับท่าน! และดูเหมือนจะมีบางอย่าง... บางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับหมึกสีครามในคลัง!”

คัลลันมองดูควันสีครามนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง เขารู้สึกได้ว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญ ไม่ใช่แค่โรคระบาด แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เขาไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป

--- อาวุโสคัลลันสั่งการให้เผาทำลายผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลายตามกฎของสภา แต่กลับได้รับรายงานว่าผู้ติดเชื้อบางรายสามารถควบคุมรอยเปื้อนหมึกได้ ซึ่งสร้างความสับสนในตรรกะการปกครองของเขา ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดปริศนาที่คลังหมึกสีคราม