ตอนที่ 43 — เสียงสะท้อนที่ถูกลืมและรอยร้าวแห่งอัตลักษณ์
กลิ่นของโอโซนที่ถูกเผาไหม้ปนกับกลิ่นคาวจางๆ ของมิติที่กำลังปริแตกอบอวลอยู่ในอากาศที่หนักอึ้ง ธาราพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงความรู้สึกซ่าๆ เหมือนกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านผ่านลำคอ ร่างกายของเธอสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เพราะความรู้สึกที่ว่า 'ขอบเขต' ของตัวเองกำลังเลือนหายไป ทุกครั้งที่เธอขยับกาย เธอรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้ประกอบขึ้นจากเนื้อหนังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกลุ่มก้อนของความทรงจำและแสงสีที่พร้อมจะกระจายตัวออกไปตามแรงดึงดูดของความบิดเบี้ยวรอบกาย
“ธารา! อย่าปล่อยมือ!” เสียงของครามตะโกนก้อง แต่มันฟังดูเหมือนเสียงที่ดังมาจากก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ห่างไกลออกไปหลายไมล์ เขาพยายามเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอ ท่ามกลางพายุของเศษเสี้ยวความทรงจำที่หมุนวนเหมือนพายุทอร์นาโดสีเงิน ทุกครั้งที่เศษเสี้ยวเหล่านั้นพุ่งผ่านร่างเธอ ธาราจะเห็นภาพฉายของชีวิตที่ไม่ใช่ของเธอ—ภาพของเด็กหญิงที่หัวเราะในทุ่งหญ้าที่ไม่มีอยู่จริง, ภาพของเมืองที่สร้างจากแก้วซึ่งกำลังพังทลาย, และภาพของดวงตาที่ว่างเปล่าซึ่งจ้องมองมาจากความมืด
The Echoes กำลังเข้าใกล้ พวกมันไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยการเดินหรือวิ่ง แต่พวกมัน 'ไหล' เข้ามาเหมือนหมึกที่หยดลงในน้ำใส ร่างกายของพวกมันไร้รูปทรงที่แน่นอน เป็นเพียงเงาสีเทาหม่นที่สั่นไหวและพยายามเลียนแบบรูปร่างของสิ่งที่พวกมันอยากจะเป็น เมื่อพวกมันเข้าใกล้ธารา ความรู้สึกโหยหาอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่เธอ มันไม่ใช่ความหิวโหยอาหาร แต่เป็นความหิวโหย 'การมีอยู่' พวกมันต้องการความหนักแน่นของเลือดเนื้อ ต้องการความชัดเจนของตัวตนที่เธอกำลังแบกรับไว้
“พวกมัน... กำลังพยายามจะกลืนกินรอยร้าวในใจฉัน” ธารากระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่า เธอมองเห็นมือที่ทำจากเงาพยายามแทรกซึมเข้ามาในทรวงอกของเธอ ไม่ใช่เพื่อทำลายหัวใจ แต่เพื่อเข้าไปแทนที่จังหวะการเต้นของมันด้วยความว่างเปล่า
ทันใดนั้น เสียงหวีดแหลมของโลหะที่เสียดสีกับอากาศก็ดังแหวกผ่านความโกลาหล แสงสีฟ้าเย็นเยียบพุ่งตัดผ่านกลุ่มเงา The Echoes จนพวกมันสลายตัวไปชั่วขณะ หน่วย Inquisitors มาถึงแล้ว พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิต แต่มาเพื่อ 'ชำระล้าง' ความไม่เป็นระเบียบนี้ด้วยเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ดูราวกับหลุดออกมาจากฝันร้ายที่เยือกเย็น
ร่างในชุดเกราะสีเงินวาววับสามร่างร่อนลงมาจากรอยแยกด้านบน พวกเขาไม่ได้เดินบนพื้น แต่ลอยตัวอยู่เหนือเศษซากมิติด้วยอุปกรณ์ควบคุมแรงโน้มถ่วง ในมือถืออุปกรณ์รูปทรงเรขาคณิตที่ส่องแสงเรืองรองเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะที่พยายามจะบังคับให้ทุกอย่างรอบข้างกลับเข้าสู่เส้นตรงและมุมฉากที่ตายตัว
“เป้าหมายตรวจพบความผันผวนของมิติระดับวิกฤต” เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ดังมาจากหมวกเหล็กของหนึ่งใน Inquisitors “ระบุตัวตน: สิ่งมีชีวิตกึ่งมิติ (Class: Anomaly). เริ่มกระบวนการจัดระเบียบ (Stabilization Protocol)”
“หนีไป!” ครามตะโกน เขาคว้าตัวธาราแล้วกระชากเธอหลบออกจากวิถีของลำแสงสีฟ้าที่พุ่งลงมาจากฟ้า ลำแสงนั้นไม่ได้ทำลายล้างเหมือนระเบิด แต่มันทำให้พื้นที่ที่มันสัมผัสกลายเป็นพื้นที่ที่ราบเรียบ ไร้ความโค้งมน ไร้ชีวิตชีวา เหมือนกระดาษที่ถูกรีดจนแบนราบ
ธารารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แปลกประหลาด เมื่อพลังแห่งความไม่สมบูรณ์ในตัวเธอปะทะกับเทคโนโลยีจัดระเบียบของ Inquisitors มันไม่ใช่การปะทะกันของแรงกาย แต่เป็นการปะทะกันของ 'นิยาม' พลังของเธอพยายามจะขยายความบิดเบี้ยวให้กว้างออกไป ในขณะที่เครื่องจักรของพวกเขากำลังบีบอัดทุกอย่างให้เหลือเพียงจุดเดียวที่สมบูรณ์แบบและหยุดนิ่ง
“พวกเขากำลังจะฆ่าป่า... ด้วยการทำให้มันไม่มีอะไรให้ฆ่า!” ธาราคำรามผ่านความเจ็บปวด เธอเห็นรากไม้ที่เคยบิดเบี้ยวและมีชีวิตกำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นแท่งคริสตัลที่สมบูรณ์แบบแต่นิ่งสนิท ไม่มีเสียงกระซิบ ไม่มีกลิ่นดิน ไม่มีจิตวิญญาณ
เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เธอไม่ได้พยายามสร้างเกราะป้องกัน แต่เธอพยายาม 'ขยาย' ความไม่สมบูรณ์ของตัวเองออกไป เธอปล่อยให้รอยร้าวในจิตใจ—ความกลัว ความสับสน และความทรงจำที่แตกสลาย—พุ่งทะยานออกไปเป็นคลื่นกระแทกมิติ
คลื่นพลังสีเทาหม่นที่ผสมผสานกับแสงสีทองหม่นพุ่งเข้าหาหน่วย Inquisitors เครื่องมือควบคุมมิติของพวกเขาเริ่มส่งเสียงร้องเตือนดังระงม แสงสีฟ้าที่เคยสม่ำเสมอกลับสั่นไหวและบิดเบี้ยวเป็นรูปร่างที่คาดเดาไม่ได้ ความเป็นระเบียบที่พวกเขาพยายามสร้างถูกทำลายด้วยความโกลาหลที่ไม่มีตรรกะรองรับ
“ความผิดปกติระดับสูง! พลังงานไม่สามารถคำนวณได้!” เสียงจากชุดเกราะเริ่มสั่นเครือด้วยสัญญาณรบกวน “ถอยทัพ! เป้าหมายกำลังเปลี่ยนสภาวะเป็น... [สัญญาณขาดหาย]”
แต่ชัยชนะนั้นชั่วคราว The Echoes ที่เห็นโอกาสจากการที่ Inquisitors ทำให้มิติเกิดความปั่นป่วน ได้พุ่งเข้าจู่โจมทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน เงาเหล่านั้นเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างที่ใหญ่ขึ้น พยายามจะดูดกลืนทั้งเทคโนโลยีที่แข็งกร้าวและพลังงานที่บิดเบี้ยวของธาราเข้าสู่ความว่างเปล่าของพวกมัน
“เราต้องไปต่อ... ตรงนั้น...” ธาราชี้ไปยังใจกลางของพายุ ซึ่งตอนนี้ปรากฏเป็นแสงสว่างประหลาดที่ดูเหมือนจะ 'เต้นรำ' อยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย มันไม่ใช่แสงที่สว่างจ้า แต่มันคือแสงที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนอยู่ตลอดเวลา—แสงที่ดูไม่สมบูรณ์แต่กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด
ครามมองไปที่ธารา เขาเห็นดวงตาของเธอที่ไม่ได้เป็นสีดำสนิทอีกต่อไป แต่มันมีประกายของดวงดาวที่กำลังดับแสงและเกิดใหม่ซ้อนทับกันอยู่ “ถ้าเราไปถึงที่นั่น... เธอจะยังเป็นเธออยู่ไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ธาราไม่ตอบ เธอรู้ดีว่าตัวตนของเธอในตอนนี้คือสะพานที่กำลังถล่มลงมา และการจะข้ามไปให้ถึงแก่นแท้ เธออาจต้องทิ้งชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของตัวเองไว้เบื้องหลัง
ขณะที่ทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า ท่ามกลางสมรภูมิที่กฎฟิสิกส์กำลังพังทลาย เสียงหนึ่งที่ไม่ได้มาจากหู แต่ดังมาจากก้นบึ้งของวิญญาณก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงกระซิบของป่า ไม่ใช่เสียงเครื่องจักร แต่เป็นเสียงของ 'บางสิ่ง' ที่กำลังตื่นขึ้นจากความว่างเปล่าที่ลึกที่สุด เสียงนั้นฟังดูเหมือนเพลงกล่อมเด็กที่เศร้าสร้อยและทรงพลังเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตใดจะต้านทานได้
ทันใดนั้น พื้นที่ใต้เท้าของพวกเขาก็หายไป ไม่ใช่เพราะการพังทลาย แต่เพราะมิติรอบตัวถูก 'ลบ' ออกไปโดยสมบูรณ์ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไร้ก้นบึ้ง และในความมืดมิดนั้นเอง ดวงตาขนาดมหึมาคู่หนึ่งที่ไม่ได้ทำจากแสงหรือเงา แต่ทำจาก 'ความจริงที่ถูกลืม' ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นจ้องมองพวกเขาจากเบื้องล่าง
--- ธาราและครามต้องเผชิญกับการปะทะกันระหว่างเทคโนโลยีจัดระเบียบของ Inquisitors และความหิวกระหายของ The Echoes ท่ามกลางมิติที่บิดเบี้ยว จนกระทั่งพวกเขาพบว่าความโกลาหลได้ปลุกตัวตนปริศนาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมขึ้นมาจากการลบเลือนของมิติ