← 章節目錄

The Call of Thunder Peak

章節 59免費

ตอนที่ 59 — เสียงสะท้อนจากแกนกลางแห่งการแตกสลาย

ความเย็นยะเยือกกัดกินผิวหนังของเมฆา ราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งที่ร่อนลงมาจากฟ้าทุกทิศทาง เสียงประกาศก้องดังก้องในหัว ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นคลื่นความสั่นสะเทือนที่สะท้อนก้องอยู่ภายในกระดูกสันหลัง “ยินดีต้อนรับสู่แกนกลางแห่งการแตกสลาย”

ภาพตรงหน้าไม่ใช่แกนกลางแห่งเสียงที่เขาคาดหวัง แต่เป็นมิติที่บิดเบี้ยว ผิดรูป ผิดร่าง เต็มไปด้วยรอยร้าวขนาดยักษ์ที่แผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง ราวกับผลึกแก้วที่ถูกทุบจนแตกละเอียด แสงสลัวสีแดงฉานสาดส่องมาจากรอยแยกเหล่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดและความโกรธแค้นที่กำลังปะทุขึ้นมาจากส่วนลึกของมิตินี้

“นี่คือที่ที่เรามาถึงแล้วหรือ?” เมฆาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าราวกับถูกบีบคั้นออกมาจากลำคอที่แห้งผาก เขาพยายามขยับตัว แต่ก็พบว่าร่างกายของเขาราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ความรู้สึกหนักอึ้งราวกับโลกทั้งใบกดทับอยู่บนบ่า

“ใช่ นี่คือจุดจบของทุกสิ่ง” เสียงเย็นยะเยือกนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังชัดเจนยิ่งขึ้น ราวกับกระซิบอยู่ข้างหู “เสียงที่เคยมี ชีวิตที่เคยอยู่ ทุกสิ่งกำลังจะจมดิ่งลงสู่ความว่างเปล่าอันนิรันดร์”

เมฆากระชับมือที่กำแน่น ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเศษผลึกแกนเสียงที่เขายังคงกำไว้ในมือ มันคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่จากโครนอส ช่างตีเหล็กผู้เสียสละ และจากชายหน้ากากโลหะ ผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องเขา

“ไม่… นี่ไม่ใช่จุดจบ” เมฆาเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่จิตใจของเขายังคงแข็งแกร่ง “ตราบใดที่ยังมีเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำ ความหวัง และความเจ็บปวดนี้อยู่ ตราบใดที่ยังมีเสียงกระซิบแห่งการต่อต้านอยู่… มันก็จะไม่ใช่จุดจบ”

เขารวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี พยายามส่งคลื่นความสั่นสะเทือนผ่านเศษผลึกแกนเสียงนั้น ความพยายามครั้งก่อนหน้านี้ในการเชื่อมต่อกับแกนกลางแห่งเสียงที่แตกสลายได้นำพาเขามาถึงที่นี่ และแม้ว่าสิ่งที่เขาพบจะไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวัง แต่เขาก็ยังเชื่อว่ายังมีหนทาง

“เสียงกระซิบที่เจ้าได้ยิน… มันไม่ใช่เสียงแห่งการต่อต้าน แต่เป็นเสียงแห่งความสิ้นหวัง” เสียงเย็นเยือกนั้นหัวเราะเยาะ “มันคือเสียงแห่งความเจ็บปวดที่กัดกินทุกสิ่งจนเหลือเพียงธุลี”

เมฆาหลับตาลง เขาพยายามระลึกถึงสัมผัสที่เขาสูญเสียไป สัมผัสของแรงสั่นสะเทือนที่เคยเชื่อมโยงเขากับโลก สัมผัสที่เขาพยายามกอบกู้คืนมาด้วยเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง แม้ว่าเครื่องมือชิ้นนั้นจะอยู่ที่ไหนแล้วก็ตามในตอนนี้ เขาก็ยังคงจดจำความรู้สึกของการเชื่อมต่อได้

เขาพยายามส่งคลื่นความถี่ที่อ่อนโยนออกไป ผ่านเศษผลึกแกนเสียง พยายามปลุกเร้าความทรงจำของแกนกลางแห่งเสียงที่เคยดำรงอยู่ สัมผัสถึงความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยร้าวต่างๆ ทั่วทั้งมิติ

“พลังของเจ้า… มันคือพลังแห่งการทำลายล้าง” เมฆาพึมพำ “แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด… พลังที่แท้จริง… มันคือสมดุล”

ทันใดนั้นเอง รอยร้าวขนาดยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าเขาพลันสว่างวาบขึ้น แสงสีแดงฉานทวีความรุนแรงขึ้นราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงประกาศก้องดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่เสียงเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเสียงประสานที่ดังมาจากทุกทิศทาง ราวกับเสียงกรีดร้องนับล้านที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน

“การแตกสลาย… คือจุดเริ่มต้น… ของความว่างเปล่าที่แท้จริง!”

เมฆาอ้าปากค้าง เขาสัมผัสได้ถึงแรงดึงอันมหาศาลที่กำลังดึงดูดทุกสรรพสิ่งเข้าสู่จุดศูนย์กลางของมิตินี้ พลังแห่งการสาบสูญกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง และเขา… เขาคือจุดศูนย์กลางของการสาบสูญนั้น

“ไม่!” เขาตะโกนสุดเสียง พยายามต้านทานแรงดึงนั้น “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ากลืนกินทุกสิ่ง!”

เขาหลับตาลงอีกครั้ง นึกถึงภาพใบหน้าของชาวบ้านที่เขาเคยปกป้อง นึกถึงเสียงหัวเราะของเด็กๆ นึกถึงความอบอุ่นของแสงแดดที่สาดส่องลงมาบนยอดเขา นึกถึงเสียงของโครนอสที่สั่งสอนเขา นึกถึงแววตาของชายหน้ากากโลหะที่เต็มไปด้วยความหวัง

“ข้า… คือผู้ควบคุมวัฏจักรแห่งชีวิตและความตาย!”

เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เขามีออกมา พลังแห่งการกำเนิด พลังแห่งการดำรงอยู่ พลังแห่งความหวัง พลังที่เขาได้รับมาจาก 'หัวใจแห่งการกำเนิด' และ 'ระฆังทองคำต้นกำเนิด' มันปะทะเข้ากับคลื่นแห่งการสาบสูญที่ถาโถมเข้ามา

แสงสว่างเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งมิติ แรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงจนแทบจะฉีกกระชากร่างกายของเขาออกเป็นชิ้นๆ

เมื่อแสงสว่างจางหายไป เมฆาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งเสียง แต่เป็นความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบา เสียงแห่งการกำเนิดที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

“แกนกลางแห่งการแตกสลาย… ได้เปลี่ยนสภาพแล้ว…” เสียงกระซิบนั้นดังขึ้น “มันกำลังกลายเป็น… แกนกลางแห่งการดำรงอยู่… อีกครั้ง…”

เมฆากระชับเศษผลึกแกนเสียงในมือ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อค้นหาแกนกลางแห่งเสียงที่แตกสลาย แต่เขาได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น… การดำรงอยู่ของวัฏจักรแห่งการกำเนิดและการดับสูญ… และเขา… คือผู้ที่จะนำพามันกลับคืนสู่โลก

แต่แล้ว… เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง… แรงสั่นสะเทือนที่แตกต่างออกไป… ไม่ใช่จากแกนกลางแห่งการดำรงอยู่… แต่มาจากเบื้องบน… จากโลกที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง

“นี่มัน… อะไรกัน?”

เขาเงยหน้าขึ้นมอง ท่ามกลางความว่างเปล่าที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ เขาเห็นภาพรอยแยกมิติที่กำลังเปิดออก… และจากรอยแยกนั้น… สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา… กำลังคืบคลานเข้ามา… ดวงตาของมัน… เป็นสีดำสนิท… ไร้ซึ่งประกายใดๆ… และมันส่งเสียงเรียก… ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง… สั่นสะท้าน….

“ได้เวลา… ที่จะทำให้ทุกอย่าง… เงียบสงัด… ตลอดกาล…” เสียงนั้นดังมาจากสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา… เป็นเสียงที่เย็นยะเยือก… และทรงพลัง… ราวกับเสียงสะท้อนของความตาย…

เมฆาตระหนักได้ในทันที… ภัยคุกคามที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น….

--- เมฆาเผชิญหน้ากับ 'แกนกลางแห่งการแตกสลาย' ในมิติที่บิดเบี้ยว เขาใช้พลังแห่งวัฏจักรและความทรงจำเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็น 'แกนกลางแห่งการดำรงอยู่' ได้สำเร็จ แต่ขณะที่เขากำลังจะกลับสู่โลก รอยแยกมิติที่ซ่อนอยู่ก็ได้เปิดออก เผยให้เห็นภัยคุกคามใหม่ที่มุ่งหมายจะนำความเงียบงันนิรันดร์มาสู่ทุกสรรพสิ่ง.