← 章節目錄

The Call of Thunder Peak

章節 47免費

ตอนที่ 47 — เสียงกระซิบแห่งผืนปฐพี

หมอกหนาทึบปกคลุมราวกับผืนผ้าสีเทา ไร้ซึ่งแสงแดด ไร้ซึ่งเสียงใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาของเมฆาที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบงัน อันเป็นผลลัพธ์จาก 'ความสงบ' ที่ภาคีจังหวะแห่งความสมดุลนิรันดร์ได้มอบให้ โลกทั้งใบราวกับถูกกลืนกินด้วยความเงียบที่ปราศจากชีวิตชีวา เศษเสี้ยวแก่นเสียงแห่งชีวิตที่เคยเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวตัวตนของเขา บัดนี้ได้ถูกพรากไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่คืบคลานเข้ามา.

เมฆาทรุดตัวลงบนผืนดินที่เย็นเฉียบ สัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนอันริบหรี่จาก 'ระฆังทองคำต้นกำเนิด' ที่อยู่เบื้องล่าง ความสั่นสะเทือนนั้นอ่อนแรงราวกับเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้น เขาหยิบ 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' ขึ้นมา ถือไว้ในมือที่สั่นเทา มันเป็นเพียงวัตถุไร้ชีวิตที่ไร้ซึ่งพลังแท้จริงหากปราศจาก 'เศษเสี้ยวแก่นเสียงแห่งชีวิต' ที่เคยหลอมรวมอยู่ภายใน

“ข้า… มองไม่เห็น… ได้ยิน… ไม่ได้…” เสียงพึมพำของเขาขาดห้วงราวกับคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งแล้วถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขากำลังต่อสู้กับภาวะ 'หูดับ' ที่กลับมาเยือนอย่างรุนแรงกว่าเดิม ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และคราวนี้มันมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาด ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลัง 'หายไป' จากโลกนี้อย่างถาวร.

ภาพของชายหน้ากากโลหะฉายวาบเข้ามาในความคิด ใบหน้าอันสงบนิ่งภายใต้หน้ากากโลหะสะท้อนถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ที่เขาได้มอบให้กับเมฆา – การเชื่อมต่อกับระฆังทองคำต้นกำเนิด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการกำเนิดและการดับสูญ. แต่ตอนนี้ สมดุลนั้นกำลังเอียงกระเท่เร่ไปทาง 'การดับสูญ' อย่างรวดเร็ว.

“มัน… มันกำลังพรากทุกอย่างไป…” เขาพึมพำ มืออีกข้างกุม ‘ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง’ ที่สั่นระริก มันเป็นเครื่องมือเดียวที่ยังคงเชื่อมโยงเขากับโลกแห่งเสียง และเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาสามารถ ‘รู้สึก’ ถึงการมีอยู่ของระฆังทองคำได้.

ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ใช่เสียงกัมปนาจน์ที่คุ้นเคย แต่มันเป็นความรู้สึกที่เย็นยะเยือก ราวกับว่าผืนปฐพีกำลัง ‘ถูกแช่แข็ง’ กลายเป็นน้ำแข็ง ความรู้สึกนั้นรุนแรงจนเมฆาเซถลาไปข้างหลัง ชนเข้ากับผนังถ้ำอันเย็นเฉียบ.

“ไม่…” เขาเปล่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด การสั่นสะเทือนนี้ไม่ใช่การตื่นของธาตุบรรพกาล แต่มันคือ ‘การสลายตัว’.

“ความสงบ… ที่แท้จริง…” เสียงกระซิบแหบพร่าดังแว่วมา ไม่ได้มาจากภายนอก แต่เหมือนดังมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขาเอง.

ภาพในจิตใจของเมฆาพลันเปลี่ยนไป เขาเห็นโลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยม่านสีขาวบริสุทธิ์ ทุกสรรพเสียงถูกกลืนกิน ทุกชีวิตถูกหยุดนิ่ง สถาปัตยกรรมอันงดงามของเทือกเขาสูงเสียดฟ้า 'คีรีอัสนี' ค่อยๆ ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่ส่องประกายเย็นเยียบ.

“นี่คือ… จุดจบ… ของทุกสิ่ง…”

“ไม่!” เมฆาตะโกนสุดเสียง สลัดความรู้สึกเย็นเยียบที่กำลังกัดกินร่างกาย เขาไม่ยอมจำนนต่อ ‘ความสงบ’ ที่ปราศจากชีวิตชีวานี้เด็ดขาด.

ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย เขาตั้งส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องขึ้น สัมผัสถึงความถี่อันแผ่วเบาของระฆังทองคำต้นกำเนิด เขาพยายามปรับจูนเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง เพื่อจับคลื่นเสียงอันริบหรี่นั้นให้ได้ แม้จะไร้ซึ่งเศษเสี้ยวแก่นเสียง แต่มันคือหนทางเดียวที่จะต่อต้าน ‘ความสงบ’ อันน่าสะพรึงกลัวนี้.

“ข้า… จะไม่ยอมให้… เจ้า… ทำลาย… ทุกสิ่ง…”

เขาสัมผัสได้ถึงการตอบรับอันแผ่วเบาจากระฆังทองคำ มันคือเสียงกระซิบของผืนปฐพี เสียงร้องขอชีวิตจากทุกสรรพสิ่ง.

“ระฆังทองคำ… ได้โปรด… จงตอบรับ… เสียงเพรียก… ของข้า…”

พลันนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนที่เย็นเยียบพลันเปลี่ยนทิศทาง มันไม่ได้เป็นการสั่นสะเทือนเพื่อทำลายล้างอีกต่อไป หากแต่เป็นการสั่นสะเทือนที่ลึกซึ้ง ทรงพลัง และเต็มไปด้วย ‘ชีวิต’.

“เสียง… ของการกำเนิด…” เมฆาพึมพำด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ.

ไม่ใช่ ‘วายุเทพ’ ไม่ใช่ ‘แกนกลางแห่งการดำรงอยู่’ แต่เป็นคลื่นเสียงที่บริสุทธิ์กว่านั้น ลึกซึ้งกว่านั้น มันคือเสียงที่ดังมาจาก ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ ซึ่งเขาเคยได้สัมผัสมาแล้วในมิติอื่น.

แต่คราวนี้ มันมาพร้อมกับความรู้สึกที่แตกต่างออกไป… มันมีความเจ็บปวดเจือปนอยู่… ราวกับว่า ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ กำลังถูกบีบคั้นอย่างแสนสาหัส.

“นี่มัน… อะไรกัน…?”

เขาเห็นภาพของ ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ ที่กำลังเต้นอย่างอ่อนแรง ถูกพันธนาการด้วยเส้นใยสีขาวราวกับใยแมงมุมที่แข็งแกร่ง เส้นใยเหล่านั้นกำลังบีบรัด ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ ทีละน้อย พรากเอาพลังแห่งการสร้างสรรค์ไป.

“ความสงบ… คือการหลับใหล… อันนิรันดร์…” เสียงกระซิบเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าเดิม.

เมฆากระชับส้อมเสียงในมือแน่น เขาเข้าใจแล้ว ‘ความสงบ’ ที่ภาคีจังหวะแห่งความสมดุลนิรันดร์ต้องการ ไม่ใช่ความสงบสุข แต่คือ ‘ความเงียบ’ ที่ปราศจากซึ่งการดำรงอยู่.

“เจ้า… ผิดแล้ว…” เขาตะโกนตอบกลับไปยังเสียงนั้น แม้จะไม่รู้ว่ามันมาจากที่ใด “ความสงบที่แท้จริง… คือการยอมรับ… การดำรงอยู่… ของทุกสรรพสิ่ง…”

เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดเชื่อมต่อกับระฆังทองคำต้นกำเนิดอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อสร้างสมดุล แต่เพื่อปลุก ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ ให้ตื่นขึ้นจากพันธนาการแห่งความเงียบนี้.

“ระฆังทองคำ… จงสั่นสะเทือน… ปลุกชีวิต… ให้กลับคืนมา!”

เขาประชิดส้อมเสียงเข้ากับเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง แล้วสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนจากระฆังทองคำ มันตอบรับด้วยความถี่ที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ยังอ่อนแอเกินไป.

“ข้าต้องการ… พลัง… มากกว่านี้…”

ทันใดนั้น รอยแยกบนพื้นดินที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของ ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ ก็พลันสว่างวาบขึ้น แสงสีทองส่องประกายออกมา พร้อมกับเสียงร้องของธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญที่ดังสะท้อนในความเงียบ.

“นั่นมัน…!” เมฆาเบิกตากว้าง.

‘ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ’ ที่เขาเคยเผชิญหน้า กำลังถูกดึงดูดเข้ามายัง ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’.

“ไม่! เจ้ากำลังจะทำลายมัน!”

เขาพยายามจะคว้าเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองเพื่อเข้าไปใกล้ระฆังทองคำมากขึ้น แต่ร่างของเขากลับแข็งทื่อไปโดยไม่ทราบสาเหตุ.

“ข้า… คือ… ความสมดุล…” เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันมาจากทุกทิศทาง.

“ความสมดุล… คือ… ความเงียบ…”

เมฆาได้แต่ยืนมองด้วยความสิ้นหวัง เมื่อเห็น ‘ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ’ ค่อยๆ เข้าไปโอบล้อม ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’.

“ข้า… พลาดไปแล้ว…” เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ปกคลุมไปทั่วร่างกาย.

“ข้า… ไม่สามารถ… หยุดยั้ง… ความสงบ… อันนิรันดร์… นี้ได้…”

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่สติจะดับวูบไป คือ ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ ที่ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด และ ‘ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ’ ที่กำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทุกอณูของโลก… ความเงียบ… กำลังจะมาถึง… อย่างแท้จริง.

--- เมฆาเผชิญหน้ากับ 'ความสงบ' อันเป็นผลจากการกระทำของภาคีจังหวะแห่งความสมดุลนิรันดร์ ซึ่งพยายามกลืนกินทุกสรรพเสียง เขาพยายามใช้ระฆังทองคำต้นกำเนิดและเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองเพื่อปลุก 'หัวใจแห่งการกำเนิด' แต่กลับพบว่า 'ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ' กำลังถูกดึงดูดเข้ามา กลืนกินพลังแห่งการกำเนิดจนหมดสิ้น ทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบงันอย่างแท้จริง