ตอนที่ 45 — เสียงสะท้อนจากแก่นแท้
ความเงียบงันที่เคยกัดกินโสตประสาทของเมฆาบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยคลื่นเสียงอันทรงพลัง ราวกับผืนฟ้าและผืนดินกำลังขับขานบทเพลงแห่งการกำเนิดใหม่ การปลดปล่อยพลังของระฆังทองคำต้นกำเนิดนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ มันแผ่ขยายออกไปราวกับคลื่นยักษ์ ไม่ใช่คลื่นทำลายล้างอย่างที่ภาคีจังหวะดับสูญต้องการ แต่เป็นคลื่นแห่งการสร้างสรรค์ที่ซึมซาบเข้าไปในทุกอณูของมิติที่เขากำลังยืนอยู่
เบื้องหน้าเขา ทุ่งโล่งที่เคยเต็มไปด้วยเศษซากของมิติอันสลายกำลังถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของชีวิต ดอกไม้ประหลาดที่เรืองแสงสีฟ้าอมเขียวเริ่มผลิบานจากพื้นดินที่เคยแห้งแล้ง ลำธารใสที่ไหลเอื่อยส่งเสียงใสราวกับระฆังแก้ว ท้องฟ้าที่เคยขมุกขมัวบัดนี้ปรากฏเป็นผืนสีครามสดใส มีเมฆสีทองลอยเอื่อยเป็นแพ เหล่าสัตว์ป่าที่มีรูปร่างแปลกตาแต่ดูอ่อนโยน กำลังเล็มกินยอดหญ้าที่งอกงามขึ้นมาใหม่
“นี่หรือคือพลังแห่งการกำเนิด…” เมฆาพึมพำ เสียงของเขาดังกังวานในมิติที่เคยไร้เสียง ราวกับเป็นเสียงแรกที่ถูกเปล่งออกมาในดินแดนแห่งนี้ เขายกมือขึ้น สัมผัสกับ 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' ที่สวมอยู่บนข้อมือ สัมผัสของแรงสั่นสะเทือนที่เคยเลือนราง บัดนี้กลับคมชัดและละเอียดอ่อนยิ่งกว่าเดิม เขาแทบจะสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจของดอกไม้แต่ละดอก การไหลเวียนของเลือดในกายของสัตว์ป่าทุกตัว
แต่แล้ว ภาพแห่งความสงบสุขก็พลันสั่นคลอน เสียงเพลงแห่งการกำเนิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงคร่ำครวญ เสียงแหลมสูงที่บาดแก้วหู ราวกับบางสิ่งกำลังฉีกทึ้งมิติอันเปราะบางนี้ออกเป็นเสี่ยงๆ ผืนดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ดอกไม้ที่เคยเรืองแสงพลันเหี่ยวเฉาและมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน ลำธารที่เคยใสกลับขุ่นคลั่กและส่งกลิ่นเหม็นเน่า
“อะไรกัน!” เมฆาร้องอุทาน เขาพยายามปรับจูนเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง หวังจะหาสาเหตุของความผิดปกตินี้ ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับยิ่งทำให้ตกใจยิ่งกว่าเดิม
จากรอยแยกกลางอากาศที่เคยเป็นทางเข้ามา ม่านแห่งความมืดที่ไร้รูปร่างกำลังก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่ 'ความเงียบ' อสูรร้ายที่เขาเคยเผชิญหน้ามาก่อน แต่มันคือสิ่งที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
“แกนกลางแห่งการดำรงอยู่… ตื่นขึ้นแล้ว…” เสียงแหบพร่าดังขึ้นในหัวของเขา เป็นเสียงของชายหน้ากากโลหะที่เคยช่วยเขาไว้
“ท่าน… ท่านยังอยู่ที่นี่หรือ?” เมฆาร้องถาม
“ข้ามิได้อยู่ที่นี่… ข้าเพียงแต่… สถิตอยู่ในคลื่นความถี่ของเจ้า” เสียงนั้นตอบ “การปลดปล่อยพลังของระฆังทองคำได้ปลุกสิ่งหนึ่งขึ้นมา… สิ่งที่หลับใหลอยู่ภายใต้แกนกลางของโลก… สิ่งที่ทรงพลังกว่าวายุเทพ… ทรงพลังกว่าแกนกลางแห่งการดำรงอยู่… มันคือ… 'ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ'!”
เมฆาเบิกตากว้าง ‘ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ’ เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน… แต่มันให้ความรู้สึกถึงความว่างเปล่า ความสิ้นหวังที่ไม่อาจหาทางออกได้
“แกนกลางแห่งการดำรงอยู่… คือคลื่นความถี่ของการสร้างสรรค์… ส่วนแกนกลางแห่งการสาบสูญ… คือคลื่นความถี่ของการทำลายล้าง… มันคือสองขั้วตรงข้าม… แต่มีพลังอำนาจเท่าเทียมกัน” ชายหน้ากากโลหะอธิบาย “เมื่อเจ้าปลุก ‘หัวใจแห่งการกำเนิด’ ขึ้นมา… มันได้กระตุ้นให้ ‘แกนกลางแห่งการสาบสูญ’ ตื่นตัวตามไปด้วย… เพื่อรักษาสมดุล…”
“แล้ว… แล้วข้าจะหยุดมันได้อย่างไร?” เมฆาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เจ้าหยุดมันไม่ได้… เจ้าเพียงแต่ต้อง… เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน…” เสียงของชายหน้ากากโลหะเริ่มแผ่วเบาลง “ระฆังทองคำ… ได้มอบพลังแห่งการสร้างสรรค์ให้เจ้าแล้ว… แต่บัดนี้… เจ้าต้องหาหนทางที่จะ… ควบคุมพลังแห่งการทำลายล้าง… เพื่อมิให้มันกลืนกินทุกสิ่ง…”
ม่านแห่งความมืดที่ไร้รูปร่างขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มกัดกินผืนดิน ดอกไม้ และแม้กระทั่งอากาศรอบตัวเมฆา ความรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกที่ไม่ได้มาจากอุณหภูมิ แต่มาจากความว่างเปล่า กำลังคืบคลานเข้ามา
“การเดินทางของเจ้า… เพิ่งจะเริ่มต้น… เมฆา…” ชายหน้ากากโลหะกล่าวเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่เสียงของเขาจะเงียบหายไปในม่านแห่งความมืด
เมฆายืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความสับสนและความหวาดกลัว เขาได้สัมผัสถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ แต่บัดนี้เขากลับต้องเผชิญหน้ากับพลังแห่งการทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่กว่า มันคือบททดสอบครั้งใหม่… บททดสอบที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกทั้งใบ… เขาต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมสิ่งที่เขาเพิ่งปลุกขึ้นมา… เรียนรู้ที่จะสร้างสมดุลระหว่างการกำเนิดและการดับสูญ
เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิ เขาไม่สามารถกลับไปสู่โลกแห่งความเงียบงันได้อีกต่อไป เขาต้องก้าวไปข้างหน้า… แม้ว่าข้างหน้าจะเป็นความว่างเปล่าก็ตาม
‘เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง’ บนข้อมือของเขาสั่นเบาๆ เป็นจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความกลัวและความหวัง เขาเงี่ยหูฟัง… แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียง… แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนที่มาจากใจกลางของ ‘แกนกลางแห่งการสาบสูญ’… มันคือเสียงเรียก… เสียงเรียกแห่งชะตากรรมที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้
เขาลืมตาขึ้น สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่กลับมาอีกครั้ง เขารู้ว่านี่คือการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา… และเขาจะไม่มีวันยอมแพ้… แม้จะต้องเผชิญหน้ากับทุกสิ่งก็ตาม
“ข้าจะสู้…” เมฆากล่าวเสียงดังฟังชัด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ แม้ว่ามันจะถูกกลืนกินโดยความเงียบงันที่กำลังก่อตัวขึ้น
ภาพสุดท้ายที่ปรากฏในมิตินี้ คือร่างของเมฆาที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางม่านแห่งความมืดที่กำลังขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แสงจาก 'เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง' ส่องสว่างเป็นประกายเพียงน้อยนิด เป็นสัญญาณแห่งความหวังเดียวที่หลงเหลืออยู่… แต่ก็ไม่แน่ว่ามันจะสามารถต้านทานพลังแห่งการสาบสูญนี้ได้หรือไม่…
บางที… การค้นหาระฆังทองคำต้นกำเนิด… อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น… ของการเดินทางที่แท้จริง… ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้ากับ… ชะตากรรม… ที่ถูกกำหนดไว้… จากแก่นแท้ของการดำรงอยู่… และการสาบสูญ…
--- เมฆาประสบความสำเร็จในการปลุกพลังแห่งการสร้างสรรค์จากระฆังทองคำ แต่กลับปลุก 'ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ' ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามแห่งการทำลายล้างขึ้นมาแทน ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมสมดุลระหว่างการกำเนิดและการดับสูญ