← 章節目錄

The Call of Thunder Peak

章節 10免費

ตอนที่ 10 — ความเงียบที่ถูกขโมย

ความมืดมิดในหุบเขาอัสนีไม่ใช่เพียงการขาดหายไปของแสง แต่มันคือความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บจนถึงกระดูก เมฆานั่งขดตัวอยู่บนพื้นหินที่เย็นเยียบภายในซากปรักหักพังของศาลาเก่า ความรู้สึกของการเป็นผู้ถูกพรากยังคงกัดกินหัวใจของเขาไม่จบสิ้น หลังจากที่เขาถูกช่วงชิงความสามารถในการรับรู้แรงสั่นสะเทือนไปในเหตุการณ์ก่อนหน้า โลกของเขากลายเป็นสุญญากาศที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของสัตว์อสูร ไม่มีจังหวะการเต้นของหัวใจขุนเขา และไม่มีแม้แต่ความรู้สึกถึงการเคลื่อนที่ของอากาศที่เคยบอกเขาว่าพายุกำลังเคลื่อนตัวมาทางไหน ทุกอย่างกลายเป็นความเงียบงันที่ไร้รูปร่าง เขาเหมือนคนตาบอดที่ถูกถอนดวงตาออกไปกลางทะเลทราย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว

เขายื่นมือที่สั่นเทาไปตามผนังหิน หวังจะสัมผัสถึงความจริงบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่แม้แต่ความขรุขระของหินก็ดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อจิตวิญญาณของเขาขาดการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก เมฆารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่งที่ไร้ชีวิต ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของคีรีอัสนีอีกต่อไป ความโดดเดี่ยวนี้หนักอึ้งยิ่งกว่าหิมะที่กำลังทับถมอยู่บนหลังคาหมู่บ้าน ความสิ้นหวังเริ่มแผ่ซ่านในอก เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนแม้ในวันที่เขาเพิ่งสูญเสียการได้ยินครั้งแรก

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่เขาไม่สามารถ 'รู้สึก' ได้ด้วยสัมผัสพิเศษ แต่สัมผัสได้ด้วย 'สายตา' ก็ปรากฏขึ้น แสงไฟจากคบเพลิงวูบวาบผ่านช่องว่างของผนังที่พังทลาย เมฆาพยายามขยับตัว เขาพบว่าร่างกายของเขามันหนักอึ้งและเชื่องช้าเหมือนถูกพันธนาการด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น เขาเห็นเงาร่างของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางพายุหิมะที่เริ่มพัดกระหน่ำรุนแรงขึ้น เงาเหล่านั้นดูสูงโปร่งและดูน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน พวกเขาไม่ได้สวมชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกลุ่มที่ผ่านมา แต่สวมอาภรณ์สีเทาเข้มดุจเมฆหมอกที่ปกคลุมยอดเขา

เมฆาพยายามจะลุกขึ้น แต่ความมืดและความอ่อนแอทำให้เขาทำได้เพียงหมอบคลานอยู่กับพื้น เขาเห็นฝีเท้าที่หนักแน่นกระทบลงบนพื้นหิน ทุกย่างก้าวของพวกเขาดูมีจังหวะจะโคน ราวกับกำลังเดินอยู่ในพิธีกรรมบางอย่างที่เขามิอาจหยั่งถึง กลุ่มคนเหล่านี้คือ 'ผู้พิทักษ์จังหวะแห่งเหมันต์' พวกเขาไม่ใช่พวกนักบวชเสียงสวดที่ต้องการเครื่องมือเพื่อพลังอำนาจ แต่พวกเขาคือกลุ่มคนที่ถือครองกฎเกณฑ์แห่งการดับสูญ

ผู้นำของกลุ่มเดินตรงมายังจุดที่เมฆานั่งอยู่ แสงจากคบเพลิงเผยให้เห็นใบหน้าของชายชราที่มีรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง ดวงตาอีกข้างที่เหลืออยู่กลับดูสว่างไสวและเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็งบนยอดเขา ชายผู้นี้ไม่ได้มองเมฆาด้วยความโกรธแค้น แต่เขามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและหน้าที่อันหนักอึ้ง เมฆาพยายามจะส่งเสียงร้อง แต่ลำคอของเขากลับแห้งผากและไร้ซึ่งกำลัง

ชายชราก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเมฆา เขาไม่ได้ใช้กำลังแย่งชิงสิ่งของ แต่เขาหยิบยื่น 'ความจริง' ที่โหดร้ายยิ่งกว่า เขาชี้ไปยังหีบไม้เก่าแก่ที่เมฆาเฝ้าปกป้องไว้ในมุมมืด มันคือ 'บันทึกความทรงจำแห่งเสียง' สิ่งเดียวที่เมฆาพยายามจะรักษาไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันตัวตนและประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านก่อนที่ทุกอย่างจะถูกลบเลือนไปโดยพายุนิรันดร์ บันทึกนี้ไม่ใช่เครื่องมือเวทมนตร์ แต่มันคือจิตวิญญาณของบรรพบุรุษที่บันทึกไว้ผ่านรอยสลักและจังหวะการเคาะที่สืบทอดกันมา

เมฆาพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าหีบนั้นไว้ แต่ชายชรากลับใช้ไม้เท้าหัวนกอินทรีเคาะลงบนพื้นหินเพียงครั้งเดียว แรงกระแทกนั้นไม่ได้ทำให้เมฆารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนทางกายภาพ เพราะสัมผัสพิเศษของเขาถูกทำลายไปแล้ว แต่มันทำให้พื้นดินรอบตัวเขาสั่นสะเทือนจนหีบไม้เลื่อนไถลไปอยู่แทบเท้าของชายชรา

"เจ้าพยายามปกป้องอดีตที่ตายไปแล้ว ในขณะที่อนาคตกำลังจะถูกฝังใต้หิมะ" เสียงของชายชราไม่ได้ดังผ่านหู แต่ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนผ่านอากาศรอบตัวเมฆา แม้เขาจะไม่ได้ยิน แต่มันคือความรู้สึกที่กดทับลงบนหน้าอก "บันทึกความทรงจำแห่งเสียงเล่มนี้ ต้องถูกนำไปทำลาย เพื่อให้โลกเข้าสู่ความสงบที่แท้จริง... ความสงบแห่งความเงียบงัน"

เมฆาเบิกตากว้าง เขาพยายามจะลุกขึ้นสู้ พยายามจะตะเกียกตะกายไปหาหีบไม้ใบนั้น แต่มือของเขากลับถูกพันธนาการด้วยความว่างเปล่า ชายชราหยิบหีบไม้ขึ้นมาอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาที่สับสนและสิ้นหวังของเมฆา กลุ่มผู้พิทักษ์จังหวะแห่งเหมันต์เริ่มเดินจากไปพร้อมกับสมบัติชิ้นสุดท้ายที่รวบรวมความหมายของตัวตนเขาเอาไว้

สิ่งที่ถูกพรากไปในครั้งนี้ไม่ใช่เครื่องมือเวทมนตร์ แต่คือ 'บันทึกความทรงจำแห่งเสียง' ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวที่จะพิสูจน์ว่าหมู่บ้านแห่งนี้เคยมีตัวตนอยู่ และเป็นสิ่งเดียวที่จะเชื่อมโยงเมฆากลับไปสู่รากเหง้าของตนเอง ทิ้งให้เขาจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ซึ่งอดีตและไร้ซึ่งความหวังในอนาคต

--- เมฆาที่สูญเสียสัมผัสพิเศษต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้พิทักษ์จังหวะแห่งเหมันต์ที่บุกมาเพื่อทำลาย 'บันทึกความทรงจำแห่งเสียง' ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันตัวตนและประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน