← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 99免費

ตอนที่ 99 — การทดสอบเครื่องยนต์ผลึกแร่กลางลุ่มน้ำมรสุม

“เจ้าต้องปรับจังหวะของเฟืองให้เข้ากับแรงสั่นสะเทือนของผลึก ไม่ใช่พยายามจะฝืนมัน”

เสียงแหบพร่าที่ไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่ดังขึ้นในห้วงความคิดของคามิน เป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยดีจากการอ่านบันทึกเก่าของเถาว์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คามินก้มลงมองสมุดบันทึกที่วางอยู่ข้างแผงควบคุมไม้สัก เขาเม้มริมฝีปากแน่น มือที่เปื้อนคราบจาระบีขยับปรับคันโยกไม้ที่เชื่อมต่อกับแท่นวางผลึกแร่สีคราม

“ถ้าฉันปรับผิดแม้แต่นิดเดียว แรงดันน้ำมรสุมจะฉีกกระชากตัวเรือออกเป็นชิ้นๆ เลยนะเถาว์” คามินพึมพำกับความว่างเปล่า แต่ความอบอุ่นจากตัวอักษรที่เขารู้สึกได้นั้นช่วยให้เขามีสมาธิมากขึ้น

เป้าหมายของเขาชัดเจน เรือ ‘มรสุมนิรันดร์’ ลำนี้ไม่ใช่แค่เรือขนส่งสินค้าธรรมดา แต่มันคือประจักษ์พยานว่าเทคโนโลยีผลึกแร่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนที่สะอาดและทรงพลังพอจะพาเรือข้ามมหาสมุทรได้โดยไม่ต้องพึ่งพากระแสน้ำหรือลมมรสุมเพียงอย่างเดียว แต่นี่คือการเดิมพันด้วยต้นทุนที่สูงลิ่ว ผลึกแร่บริสุทธิ์ที่เขาใช้มีราคาเท่ากับเรือขนส่งขนาดกลางทั้งลำ หากการทดลองครั้งนี้ล้มเหลว เขาคงต้องขายโรงเวิร์กชอปริมน้ำทั้งหมดเพื่อชดใช้หนี้สิน

“คามิน! เตรียมตัวเสร็จหรือยัง? กระแสน้ำกำลังเปลี่ยนทิศแล้วนะ!” เสียงตะโกนของรินดังมาจากหัวเรือ เธอสวมชุดชาวเรือสีเข้มที่ทะมัดทะแมง ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจจนผิดปกติ แววตาของเธอจ้องมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่เมฆดำเริ่มก่อตัว

“อีกสามนาทีครับริน! ขอเวลาปรับสมดุลแรงดันอีกนิดเดียว!” คามินตะโกนตอบ เขาพยายามควบคุมมือไม่ให้สั่นขณะที่เข็มวัดระดับพลังงานเริ่มขยับจากแถบสีเขียวเข้าสู่แถบสีเหลือง

“อย่ามัวแต่ลีลาอยู่เลยน่า! ถ้ากระแสน้ำเปลี่ยน เราจะหลุดจากร่องน้ำลึก แล้วจะลำบากกันหมด!” รินสำทับด้วยสำเนียงใต้ที่หนักแน่น เธอเดินกลับมาที่ห้องควบคุมและยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่คาดคั้น “ถ้าไอ้เรือลำนี้มันจะไปข้ามทวีปได้จริง มันต้องไม่ตกเป็นเบี้ยล่างให้พวกกลุ่มทุนที่จ้องจะสร้างเขื่อนกักน้ำนะคามิน ฉันต้องการความมั่นใจว่ามันจะพาเราไปได้ไกลกว่าแค่ปากแม่น้ำนี้”

คามินสูดลมหายใจเข้าลึก เขาหันไปมองโครงสร้างไม้ที่เรียงตัวกันอย่างวิจิตรบรรจง ทุกจุดเชื่อมต่อถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจากสนามพลังงาน “ผมจะทำให้มันเป็นไปได้ครับริน ผมจะทำให้โลกเห็นว่าเราไม่ได้แค่รักษาของเก่า แต่เรากำลังสร้างอนาคตใหม่ที่ไม่มีใครมาผูกขาดได้”

เขาสับคันโยกหลักลงไปทันที

เสียงคำรามต่ำๆ ดังมาจากใต้ท้องเรือ ไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์น้ำมันที่ส่งเสียงแผ่กระจาย แต่เป็นเสียงสั่นสะเทือนที่ลึกและนุ่มนวลเหมือนเสียงครางของสัตว์ยักษ์ที่กำลังหลับใหล ผลึกแร่ใต้แท่นวางสว่างวาบขึ้นเป็นแสงสีครามเจิดจ้า คลื่นพลังงานจางๆ เริ่มก่อตัวรอบตัวเรือ แผ่ออกไปกระทบกับน้ำในแม่น้ำมรสุมจนเกิดเป็นระลอกคลื่นเป็นวงกว้าง

“มันมาแล้ว!” รินอุทาน พลางจับราวไม้แน่น เรือเริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใบเรือแม้แต่ใบเดียว และไม่มีการกวนน้ำที่รุนแรงเหมือนการใช้ใบพัดไม้แบบเดิม แต่มันเป็นการ ‘เลื่อน’ ไปบนผิวน้ำด้วยแรงผลักจากสนามพลังงานที่สม่ำเสมอ

“ระดับพลังงานคงที่ที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์! การทรงตัวยอดเยี่ยม!” คามินรายงานพลางจดบันทึกลงในกระดาษด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกถึงความสำเร็จที่จับต้องได้จริง ความรู้สึกที่ว่าเขาสามารถเอาชนะกฎแห่งกระแสน้ำที่เคยเป็นข้อจำกัดของบรรพบุรุษได้สำเร็จ

ทว่า ความภูมิใจนั้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ บนสะพานไม้ที่เชื่อมเรือเข้ากับท่าเรือ นายหัวเดชาปรากฏตัวขึ้นในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่กดดันจนคามินรู้สึกอึดอัด

“เทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ คามิน... และมันก็มีราคาที่ต้องจ่ายที่สูงลิ่วเช่นกัน” นายหัวเดชากล่าวพลางก้าวเข้ามาใกล้ “เรือลำนี้คือทองคำเดินได้ หากคุณยอมขายสิทธิบัตรผลึกแร่นี้ให้แก่กลุ่มสมาคมการค้า ผมจะรับประกันว่าครอบครัวของคุณจะไม่ต้องลำบากกับกฎหมายการเดินเรือที่เข้มงวดอีกต่อไป”

คามินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินนะครับนายหัว แต่นี่คือหัวใจของวิถีชาวเดลต้า ถ้าเราส่งมอบเทคโนโลยีนี้ให้กลุ่มทุน พวกเขาจะเอาไปสร้างเขื่อนและกักเก็บพลังงานไว้ใช้คนเดียว และคนริมน้ำจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกทันที”

“โลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความใจบุญหรอกนะเด็กน้อย” นายหัวเดชาแค่นยิ้ม “มันขับเคลื่อนด้วยกำไรและอำนาจในการควบคุมเส้นทางน้ำ ใครที่กุมพลังงานได้ คนนั้นคือผู้กำหนดทิศทางมรสุม”

รินก้าวเข้ามาขวางระหว่างคามินและนายหัวเดชาทันที “นายหัวจะเอาเทคโนโลยีนี้ไปขายต่อให้พวกพ่อค้าต่างถิ่นไม่ได้! เราจะใช้มันเพื่อการเดินทางที่อิสระ ไม่ใช่เพื่อการผูกขาด!”

นายหัวเดชามองรินด้วยสายตาเย็นชา “งั้นก็เตรียมรับผลที่ตามมาเถอะ เมื่อความมั่นคงที่พวกคุณพยายามสร้างขึ้น กลายเป็นอุปสรรคต่อผลกำไรของโลกใบนี้” เขาหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งความตึงเครียดไว้เบื้องหลัง

คามินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ เขามองดูเรือที่กำลังเคลื่อนตัวไปอย่างนิ่งสงบแต่ทรงพลัง ลำแสงสีครามจากผลึกแร่สะท้อนในดวงตาของเขา “รินครับ... ผมตัดสินใจแล้ว”

“ตัดสินใจเรื่องอะไร?” รินหันมามองด้วยความฉงน

“ผมจะไม่ขายมันให้กลุ่มทุน และผมจะไม่เก็บมันไว้เป็นความลับเพื่อความมั่งคั่งของชุมชนเราเพียงอย่างเดียว” คามินเงยหน้าขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว “เราจะประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ เราจะมอบพิมพ์เขียวและวิธีการผลิตผลึกนี้ให้กับประเทศที่ต้องการรักษาสมดุลระบบนิเวศ เหมือนที่เราทำได้สำเร็จในการประชุมครั้งก่อน ถ้าเราทำให้มันเป็นมาตรฐานสากล กลุ่มทุนจะไม่มีวันผูกขาดมันได้ เพราะทุกคนจะมีเทคโนโลยีนี้ในมือ”

รินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน “นั่นมันบ้าชัดๆ คามิน! คุณกำลังประกาศสงครามกับยักษ์ใหญ่ทั้งโลกเลยนะ”

“ถ้าสงครามนั้นจะทำให้แม่น้ำสายนี้ยังไหลอย่างอิสระ ผมก็พร้อมจะสู้ครับ” คามินตอบอย่างหนักแน่น

เรือมรสุมนิรันดร์ยังคงแล่นต่อไป ทิ้งรอยแยกของแสงสีครามจางๆ ไว้บนผิวน้ำมรสุมที่กำลังเปลี่ยนทิศทาง เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังใหม่ที่กำลังจะแผ่ขยายออกไปจากปากแม่น้ำแห่งนี้สู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่

แต่ในขณะที่ความหวังกำลังผลิบาน ที่มุมมืดของท่าเรือ นายหัวเดชากำลังกระซิบสั่งการบางอย่างกับคนในชุดดำที่ยืนรออยู่ข้างเรือขนส่งขนาดใหญ่

“จัดการให้จบก่อนที่เรือลำนั้นจะออกสู่ทะเลลึก อย่าให้เทคโนโลยีของมันหลุดลอยไปสู่สาธารณะได้ง่ายๆ”

เงาดำวูบไหวผ่านไปตามโคนเสาไม้ท่ามกลางเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่ดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างผิดจังหวะ

--- คามินประสบความสำเร็จในการทดสอบเรือพลังงานผลึกแร่ที่สะอาดและทรงพลัง แต่เขาเลือกที่จะไม่ขายเทคโนโลยีนี้ให้กลุ่มทุนเพื่อผูกขาด แต่จะมอบให้แก่ผู้ที่ต้องการรักษาสมดุลนิเวศแทน ท่ามกลางการข่มขู่ของนายหัวเดชาและการคุกคามที่เริ่มก่อตัวขึ้นในเงามืด