← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 82免費

ตอนที่ 82 — รอยสลักใต้ไม้กระดานเรือเก่า

“ริน! ระวังไอ้พวกเสาผุตรงนั้นด้วย!” เสียงของคามินตะโกนข้ามเสียงคลื่นกระทบกาบเรือ

รินไม่ได้ตอบกลับ เธอใช้เท้าข้างหนึ่งยันขอบเรือไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดอย่างน่าหวาดเสียว กลิ่นสาบโคลนและกลิ่นไม้เน่าชื้นแฉะเตะจมูกจนเธอต้องเบือนหน้าหนี แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดในมือสั่นไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเรือ ‘มัจฉาพยศ’ ที่กำลังโยกคลอนตามแรงน้ำขึ้นน้ำลงของมรสุมคืนนี้

“ฉันเห็นมันแล้ว คามิน! ช่องเก็บของใต้ท้องเรือตรงหัวเรือนั่นแหละ” รินตะโกนตอบ สำเนียงใต้ของเธอชัดเจนและหนักแน่นขึ้นเมื่อความตื่นเต้นพุ่งสูง “ปู่บอกว่ามันซ่อนอยู่ในจุดที่น้ำเข้าไม่ถึง จุดที่ ‘กระแสน้ำไม่เคยสัมผัส’ แต่มันดันเป็นจุดที่ขี้เลนกองทับถมกันหนาที่สุด!”

คามินขยับเข้ามาใกล้ มือของเขาประคองคานไม้ที่ดูเหมือนจะหักได้ทุกเมื่อ “ริน ใจเย็นๆ ก่อน โครงสร้างเรือลำนี้มันกร่อนไปมากแล้ว ถ้าเธอไปงัดตรงนั้นแรงเกินไป เรือเราได้จมลงไปนอนเฝ้าพื้นดินดอนก่อนจะเจอแผนที่แน่ๆ ให้ฉันช่วยดูกลไกไม้ให้ไหม?”

“ไม่ต้อง! ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง” รินข่มความกังวลไว้ในอก ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวิหารโบราณเมื่อครู่ยังคงหลอกหลอน ร่างกายของเธอที่เคยถูกพลังสีทองกัดกินยังรู้สึกร้อนผ่าวราวกับมีไฟลามอยู่ใต้ผิวหนัง แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามานั่งกลัวสิ่งบรรพกาลที่ตื่นขึ้น เธอต้องหาคำตอบจากปู่ก่อนที่พวกกลุ่มทุนจะมาถึงที่นี่

รินมุดลงไปในช่องแคบๆ ระหว่างห้องบังคับเรือกับส่วนเก็บเสบียง พื้นไม้ใต้เท้าเธอชุ่มไปด้วยน้ำขังและเมือกตะไคร่ เธอใช้ไฟฉายกระบอกเล็กส่องไปรอบๆ สายตาไล่ไปตามรอยต่อของไม้แต่ละแผ่น “ปู่... ปู่ซ่อนมันไว้ที่ไหนกันแน่?” เธอพึมพำ

เธอเริ่มใช้นิ้วลูบไปตามรอยแยกของไม้ตามคำแนะนำที่เคยอ่านในบันทึกของเถาว์ ‘เมื่อกระแสน้ำไหลย้อนทิศ จงมองหาที่ที่ความเงียบสงบที่สุด’ รินพยายามนึกถึงคำพูดนั้น เธอเริ่มขุดคุ้ยชั้นขี้เลนและเศษซากเปลือกหอยที่อุดตันอยู่ตามร่องไม้

“เจอแล้ว!” รินอุทานเมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับแผ่นไม้ที่ดูเรียบเนียนกว่าส่วนอื่น แต่มันอยู่ลึกเข้าไปในซอกที่แคบจนเธอต้องตะแคงตัวแทบจะขนานไปกับพื้นเรือ “คามิน! ช่วยดึงไม้กระดานแผ่นนี้ออกหน่อย มันติดอยู่กับคานขวาง!”

คามินรีบคลานตามลงมา เขาใช้ชะแลงเหล็กเล็กๆ ที่พกติดตัวมางัดออกอย่างระมัดระวัง “ริน... ดูนี่สิ ไม้แผ่นนี้มันไม่ได้แค่ติดอยู่เฉยๆ แต่มันถูกยึดด้วยสลักไม้แบบโบราณ ถ้าดึงผิดจังหวะ สลักจะหลุดแล้วไม้จะร่วงลงไปในช่องว่างใต้ท้องเรือทันที”

“งัดเลย! ฉันรับเอง” รินยื่นมือไปประคองขอบไม้ไว้

เสียง ‘แก๊ก’ ดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกสะเทือนไปทั้งลำเรือ คามินออกแรงงัดจนแผ่นไม้หลุดออกมา แต่มันไม่ได้นำพาไปสู่หีบไม้หรือม้วนกระดาษอย่างที่รินคาดหวัง สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับเป็นเพียงช่องว่างมืดมิดที่มีเพียงคราบน้ำและเศษโคลน

“ไม่มีอะไรเลย...” รินทรุดตัวลงนั่งบนพื้นไม้ที่เปียกชื้น ความหวังที่พกมาเต็มเปี่ยมเริ่มจางหาย “ปู่หลอกเราเหรอ? หรือว่ามันหายไปพร้อมกับวิหารนั่นแล้ว?”

“เดี๋ยวก่อนริน” คามินไม่ได้มองที่ช่องว่าง แต่มองไปที่ด้านในของแผ่นไม้ที่เพิ่งงัดออกมา “ดูนี่สิ... ตรงขอบด้านในของแผ่นไม้ที่ถูกยึดไว้ มันมีอะไรบางอย่าง”

รินขยับเข้าไปใกล้ แสงจากตะเกียงกระทบเข้ากับผิวไม้ที่เพิ่งถูกเปิดออก เธอเห็นรอยขีดข่วนบางอย่าง แต่มันไม่ใช่รอยขีดข่วนจากการใช้งาน แต่มันคือรอยสลักที่ประณีตและลึกซึ้ง รินเอื้อมมือไปลูบผ่านรอยนั้น รอยสลักเหล่านั้นไม่ใช่รูปภาพ แต่มันคือเส้นสายที่คดเคี้ยวราวกับสายน้ำ

“มันไม่ใช่กระดาษ...” รินกระซิบ เสียงของเธอสั่น “มันคือรอยสลักบนไม้... แผนที่ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในนี้ แต่มัน ‘คือ’ ส่วนหนึ่งของเรือลำนี้”

เธอนำแผ่นไม้ขึ้นมาส่องกับแสงไฟอย่างละเอียด รอยสลักเหล่านั้นประกอบกันเป็นแผนผังของลำน้ำในแถบปากแม่น้ำมรสุม แต่มันไม่ใช่แผนที่ปกติที่คนเดินเรือทั่วไปใช้ มันมีเส้นทางสายลับที่ซ่อนอยู่ใต้รอยแยกของชั้นน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือ รอยสลักเหล่านั้นไม่ได้วางตัวเป็นแนวตรง แต่มันถูกสลักให้โค้งวนตามทิศทางของลม

“คามิน ดูเส้นนี้สิ” รินชี้ไปที่รอยสลักที่พุ่งตรงไปยังจุดที่เข็มทิศไม่เคยชี้ไป “มันสอดคล้องกับทิศทางลมมรสุมที่กำลังจะเปลี่ยนทิศในคืนนี้ รอยสลักนี้จะบอกทางเราได้ก็ต่อเมื่อลมพัดผ่านมันในองศาที่ถูกต้องเท่านั้น!”

ทันใดนั้น ลมมรสุมแรงระลอกหนึ่งพัดเข้าปะทะลำเรืออย่างจัง เสียงลมหวีดหวิวผ่านรอยแตกของเรือและช่องว่างที่เพิ่งเปิดออก รินสังเกตเห็นว่าเมื่อลมพัดผ่านรอยสลักบนไม้ เสียงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเสียงลมธรรมดา แต่มันเป็นเสียงผิวปากที่กังวานและมีจังหวะ ราวกับแผนที่กำลัง ‘ร้องเพลง’ บอกทาง

“ปู่ไม่ได้ทิ้งแค่แผนที่ไว้ให้เรา” รินพูดขึ้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย แม้ความเหนื่อยล้าจะกัดกิน “แต่ปู่ทิ้งกุญแจที่จะไขความลับเรื่องการรวมโลกไว้ที่นี่... ฉันสัญญา ปู่ ฉันจะตามรอยลมนี้ไปให้ถึงจุดหมาย ไม่ว่าสิ่งที่รออยู่จะเป็นวิหารหรือสัตว์ร้ายตัวไหนก็ตาม”

ขณะที่เธอกำลังจะเริ่มศึกษาแผนที่ต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยจากเรือลำอื่นที่แล่นผ่านมาใกล้ๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟวับแวมของเรือลาดตระเวนกลุ่มทุนที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

--- รินและคามินค้นพบว่าแผนที่ที่ปู่ซ่อนไว้ไม่ใช่เอกสาร แต่เป็นรอยสลักบนแผ่นไม้โบราณที่จะแสดงเส้นทางลับผ่านเสียงของลมมรสุม และรินได้ตัดสินใจที่จะเดินหน้าตามปริศนานี้ต่อไปแม้จะตกอยู่ในอันตราย