← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 71免費

ตอนที่ 71 — รอยจารึกที่แตกสลายและเงาแห่งผู้ล่า

ความเงียบงันหลังจากพายุพลังงานสงบลงนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกัมปนาท มันเป็นความเงียบที่หูอื้ออึงด้วยเสียงวิ้งในประสาทสัมผัส รินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอไม่ได้เป็นเนื้อหนังอีกต่อไป แต่มันคือกลุ่มก้อนของความร้อนรุ่มที่กำลังหลอมรวมเข้ากับความเย็นเยียบของมิติที่บิดเบี้ยว รอยสักสีทองบนแขนและลำคอของเธอไม่ได้เพียงแค่เปล่งแสง แต่มันกำลัง 'เต้น' มันขยับไหวเหมือนสิ่งมีชีวิตที่หิวโหย ทุกครั้งที่แสงวาบขึ้นมา รินจะรู้สึกเหมือนมีเข็มร้อนระอุแทงทะลุเส้นเลือดเข้าสู่แกนกลางวิญญาณ

“ริน!” เสียงของชายหน้ากากดังแว่วมา แต่มันฟังดูห่างไกลเหมือนดังมาจากก้นบึ้งของบ่อน้ำที่ลึกที่สุด “อย่าปล่อยให้มันดึงคุณไป! ตั้งสติ!”

รินพยายามจะขานรับ แต่ลำคอของเธอแห้งผาก ราวกับถูกทรายร้อนๆ เคลื่อนผ่าน ทุกอย่างรอบตัวเธอกำลังลอยเคว้ง เศษซากของศิลาจารึกต้นกำเนิดที่เธอเพิ่งตัดสินใจปล่อยลงสู่รอยแยกมิติกำลังเต้นระบำอยู่ในความมืดมิด แสงสีทองที่เธอใช้เพื่อหยุดยั้งการพังทลายไม่ได้หายไป แต่มันกลับกลายเป็นสายใยที่ถักทอระหว่างตัวเธอกับรอยแยกนั้น รอยสักบนผิวหนังของเธอเริ่มขยายตัวออก ราวกับรากไม้ที่พยายามชอนไชลงไปในดินที่แตกร้าว มันไม่ได้แค่เต้นตามจังหวะหัวใจ แต่มันกำลัง 'เขียน' บางอย่างลงบนวิญญาณของเธอ

จู่ๆ ความมืดที่เคยนิ่งสงบก็ขยับเขยื้อน กลุ่มคลื่นม่านบังไม่ได้มาเพียงลำพัง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อตามล่าเธอด้วยอาวุธธรรมดาอีกต่อไป แต่รอบกายของพวกเขาดูเหมือนจะถูกห่อหุ้มด้วยไอสีดำขุ่นมัวที่ลอยละล่องออกมาจากรอยแยกมิติที่ยังคงเปิดอ้า เงาทมิฬขนาดมหึมาที่รินเพิ่งเผชิญหน้าไปเมื่อครู่ไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังควบแน่นและก่อตัวขึ้นใหม่รอบๆ ขอบของรอยแยก ราวกับว่าความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้นคืออาหารชั้นเลิศที่เรียกให้สัตว์ร้ายจากยุคบรรพกาลมารวมตัวกัน

“พวกมัน... พวกมันไม่ได้มาเพื่อชิงศิลา...” รินคิดในใจด้วยความตระหนกขณะที่ความทรงจำเกี่ยวกับปู่เถาว์ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับภาพตรงหน้า แผนที่ที่เปลี่ยนสภาพเป็นรอยสักนี้ไม่ใช่แค่เครื่องมือนำทาง แต่มันคือ 'ภาชนะ' และตอนนี้ภาชนะนั้นกำลังรั่วไหล

เงาดำพุ่งเข้าหาเธอเหมือนลูกธนูที่ไร้เสียง รินพยายามจะใช้ 'วิถีแห่งทางน้ำ' เพื่อสร้างม่านพลังขึ้นมาป้องกัน แต่ทันทีที่เธอพยายามจะดึงพลังงานจากกระแสมิติมาใช้ ความเจ็บปวดก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง แสงสีทองที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นสีส้มเข้มจนเกือบแดงฉาน มันไม่ใช่แสงแห่งการชำระล้างอีกต่อไป แต่มันคือแสงแห่งการแผดเผา รอยสักที่แขนของเธอเริ่มขยับขยายจนลามไปถึงทรวงอก มันกำลังพยายามจะ 'ผนึก' เธอไว้กับรอยแยกมิติเสียเอง

“ริน! หลบไป!” ชายหน้ากากพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเธอ แรงของเขาแข็งแกร่งแต่ก็สั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าภายใต้หน้ากากที่รินเคยเห็นเพียงเศษเสี้ยวบัดนี้ดูซีดเผือดภายใต้แสงสีทองที่บิดเบี้ยว “รอยสักนั่น... มันกำลังตอบสนองต่อความล้มเหลวของการผนึก! มันกำลังพยายามหาทางออกผ่านตัวคุณ!”

รินจ้องมองไปที่แขนของตัวเองด้วยความสยดสยอง เส้นสายสีทองไม่ได้เป็นลวดลายที่สวยงามอีกต่อไป แต่มันดูเหมือนหนอนสีทองที่กำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวหนัง ทุกครั้งที่เธอกระตุกตัวด้วยความเจ็บปวด แสงเหล่านั้นจะสว่างวาบขึ้นและส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างของมิติรอบข้าง เสียงกรีดร้องที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ดังระงมขึ้นรอบทิศทาง มันคือเสียงของวิญญาณที่ถูกกักขังซึ่งกำลังหลุดพ้นจากพันธนาการที่เธอเพิ่งทำลายลง

“ฉัน... ฉันควบคุมมันไม่ได้...” รินพยายามเค้นเสียงออกมา ร่างกายของเธอเริ่มเบาหวิวราวกับขนนกที่ถูกพายุพัด ทัศนวิสัยรอบข้างเริ่มพร่าเลือน สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่เพียงความมืด แต่คือภาพซ้อนของอดีตและอนาคตที่ไหลมารวมกันกันเหมือนน้ำที่ไหลเชี่ยว เธอเห็นนครอควาเลียในยามรุ่งโรจน์ เห็นเมืองที่ล่มสลาย และเห็นภาพตัวเองที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

กลุ่มคลื่นม่านบังเริ่มร่ายมนตร์ดำที่ส่งเสียงคล้ายเสียงกรีดร้องของนกเหยี่ยว พลังงานสีดำของพวกเขากำลังเข้าปะทะกับแสงสีทองที่รั่วไหลออกจากตัวริน การปะทะกันของสองพลังงานทำให้มิติรอบข้างเกิดรอยร้าวเล็กๆ เหมือนกระจกที่กำลังจะแตก ทุกครั้งที่เกิดการระเบิดของพลัง รินจะรู้สึกเหมือนเศษเสี้ยวของตัวตนถูกกระชากออกไปทีละชิ้น ความทรงจำเรื่องกลิ่นดินหลังฝนตก ความรู้สึกของน้ำเย็นๆ ที่ไหลผ่านปลายนิ้วยามล่องเรือ... ทุกอย่างกำลังถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่ไร้รสชาติ

“เราต้องถอยไปที่จุดเชื่อมต่อที่เหลืออยู่!” ชายหน้ากากตะโกนก้อง เขาพยายามใช้พลังจากตัวเขาเองเข้าต้านทานแรงดึงดูดที่กำลังพยายามสูบทั้งเขาและเธอลงสู่ก้นบึ้ง “ถ้าเราไม่ออกไปจากที่นี่ตอนนี้ รอยสักนั่นจะกลายเป็นประตูที่เปิดค้างไว้ตลอดกาล!”

รินมองไปที่รอยแยกมิติเบื้องล่าง เธอเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ในความมืดมิดที่ลึกที่สุดของรอยแยกนั้น มีดวงตาขนาดมหึมาที่ไม่ได้ทำจากความมืด แต่ทำจากแสงสว่างที่บิดเบี้ยวจ้องมองขึ้นมา มันไม่ใช่ดวงตาของศัตรู แต่มันคือดวงตาที่ดูเหมือนจะโหยหา... โหยหาเธอ

“มันไม่ได้ต้องการทำลายฉัน...” รินกระซิบกับตัวเอง ความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายกำลังก่อตัวขึ้นในใจ “มันต้องการ... ให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของมัน”

ทันใดนั้น พื้นที่พวกเขายืนอยู่ก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ แรงดึงดูดมหาศาลกระชากร่างของทั้งสองคนดิ่งลงสู่ก้นบึ้งที่ลึกกว่าเดิม แสงสีทองจากรอยสักของรินระเบิดออกเป็นวงกว้าง พลันความมืดมิดก็กลืนกินทุกอย่างไปจนสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกถึงการร่วงหล่นที่ไร้จุดสิ้นสุด และเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ของปู่เถาว์ที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท... เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจและคำเตือนที่มาไม่ถึง

--- รินสูญเสียการควบคุมรอยสักสีทองท่ามกลางการพังทลายของมิติ ทำให้พลังของเธอเริ่มกัดกินตัวตนและดึงดูดสิ่งบรรพกาลให้ตื่นขึ้นมาหลอมรวมกับเธอ ในขณะที่ชายหน้ากากพยายามช่วยเธอหนีจากการไล่ล่าของกลุ่มคลื่นม่านบังและแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังดึงพวกเขาสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง