ตอนที่ 6 — เสาแพที่สั่นคลอน
เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นมาจากใต้พื้นเรือนแพ ทำเอาช้อนสังกะสีในมือรินหลุดจากมือตกลงกระทบพื้นกระดานจนเกิดเสียงดังเคร้ง รินรีบยันตัวลุกขึ้นจากม้านั่งไม้ไผ่ สายตาจ้องมองไปยังรอยแตกขนาดเล็กที่เพิ่งปรากฏขึ้นตรงมุมห้องรับแขก
“คามิน! มาดูนี่หน่อย!” รินตะโกนเรียก เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยท่ามกลางเสียงน้ำกระทบใต้ถุนแพที่ฟังดูหนักหน่วงกว่าปกติ
คามินก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะสงบ แต่รินสังเกตเห็นว่านิ้วมือของเขาขยับเช็กความเรียบเนียนของไม้ที่เขากำลังถืออยู่ไม่หยุด “มันเป็นแค่การปรับตัวของไม้ตามแรงน้ำหรือเปล่าริน? เดี๋ยวลมมรสุมเปลี่ยนทิศ น้ำก็นิ่งเอง” เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตาของเขากลับจดจ้องไปที่รอยแยกนั้นอย่างไม่วางตา
“ลมมรสุมเปลี่ยนทิศ แต่น้ำมันไม่เคยขึ้นสูงและแรงขนาดนี้ในฤดูนี้!” รินโต้กลับ เธอเดินไปที่ขอบแพแล้วชะโงกหน้าลงไปดู “ดูสิ คามิน น้ำมันไม่ได้ขึ้นตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังอัดน้ำขึ้นมาให้สูงผิดปกติ”
รินหยิบไม้พายยาวขึ้นมาพาดบ่า แล้วก้าวลงจากเรือนแพลงสู่เรือลำเล็กที่จอดเทียบไว้ เธอพายเรือออกไปวนรอบเรือนแพเพื่อสำรวจฐานรากไม้ซุงที่ตอกปักลงในเลนตม “ถ้าฐานรากขยับแม้แต่นิดเดียว แพทั้งหลังจะเอียง และถ้ามันเอียง... ชุมชนเราทั้งแถบจะเสียสมดุล”
“ริน อย่าไปไกลนักสิ เดี๋ยวพวกเรือลาดตระเวนของนายหัวเดชาจะสงสัย” คามินเตือนจากบนแพ แต่รินไม่ได้ฟัง เธอพายเรือลัดเลาะไปตามคลองแคบๆ ที่เชื่อมต่อกับลำน้ำสายหลัก ซึ่งเป็นหัวใจของที่ราบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมรสุมแห่งนี้
ระหว่างทาง รินสังเกตเห็นความผิดปกติที่น่าขนลุก น้ำในคลองไม่ได้ไหลเอื่อยๆ อย่างที่ควรจะเป็น แต่มันมีลักษณะขุ่นข้นและไหลเชี่ยวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอพายเรือไปจนถึงจุดตัดของลำคลองใหญ่ ที่ซึ่งควรจะเป็นจุดที่น้ำไหลเวียนเป็นวงจรธรรมชาติ แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ที่บริเวณต้นน้ำซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเขตชุมชนเดิมกับเขตอุตสาหกรรมใหม่ มีแผงกั้นขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนกำแพงไม้และเหล็กถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบ มันขวางกั้นทางน้ำหลักเอาไว้ น้ำปริมาณมหาศาลถูกกักเก็บไว้หลังกำแพงนั้น จนระดับน้ำด้านล่างที่รินอยู่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติเพื่อชดเชยแรงดันที่ถูกกั้นไว้
“พวกนั้นทำจริง...” รินพึมพำกับตัวเอง มือที่จับไม้พายสั่นเทา “กั้นทางน้ำเพื่อผูกขาดเส้นทางเดินเรือ... พวกเขาไม่ได้แค่จะมาค้าขาย แต่กำลังจะเปลี่ยนกฎของน้ำทั้งหมด”
เธอรีบพายเรือกลับมาที่เรือนแพอย่างสุดกำลัง ทันทีที่เรือเข้าเทียบ รินก็เห็นคามินกำลังพยายามใช้คานไม้ดันเสาหลักของแพเอาไว้เพื่อกันไม่ให้มันขยับ
“คามิน! พวกนายหัวเดชาสร้างเขื่อนกั้นน้ำที่ต้นน้ำ!” รินตะโกนบอกขณะกระโดดขึ้นแพ
คามินหน้าถอดสี “กั้นน้ำงั้นเหรอ? ถ้าทำแบบนั้น แรงดันน้ำใต้แพจะเพิ่มขึ้นมหาศาล พื้นที่เลนจะถูกอัดจนแข็งเกินไป หรือไม่ก็ทรุดตัวลงไปเลยถ้ามันรับไม่ไหว”
“เราต้องบอกคนอื่นในชุมชน ต้องบอกพวกหมอผีริมน้ำด้วย เผื่อพวกเขามีวิธีรับมือกับกระแสน้ำที่ผิดเพี้ยนแบบนี้” รินพูดพลางหยิบสมุดบันทึกเก่าๆ ของเถาว์ขึ้นมาดู เธอหวังว่าข้อความในนั้นอาจมีคำแนะนำเรื่องการจัดการน้ำในภาวะวิกฤต
ในขณะที่เธอกำลังเปิดสมุด เสียงเครื่องยนต์เรือสปีดโบ๊ทขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มมาจากทางปากคลอง แสงไฟสปอร์ตไลท์จากเรือลำนั้นสาดส่องเข้ามาที่เรือนแพของเธอจนตาพร่า ร่างสูงสง่าของนายหัวเดชาปรากฏขึ้นที่หัวเรือ เขายืนนิ่งท่ามกลางความวุ่นวายของเสียงเครื่องยนต์
“ริน... คามิน... ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเธอจะมานั่งตื่นตระหนกเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงอยู่ตรงนี้” เสียงของนายหัวเดชาดังผ่านลำโพงเรือ ฟังดูสุภาพแต่เย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง “การพัฒนาพื้นที่ต้องการการจัดการน้ำที่เป็นระบบ ชุมชนของพวกเธอก็แค่ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับโครงสร้างใหม่ที่ผมกำลังสร้าง”
“การปรับตัวของคุณคือการทำลายวิถีชีวิตเราเหรอคะ นายหัว!” รินตะโกนสวนกลับไป “น้ำที่ขึ้นสูงขนาดนี้ มันกำลังจะทำลายฐานรากแพของพวกเรา!”
นายหัวเดหายกยิ้มที่มุมปาก “มันก็แค่การทดสอบความแข็งแกร่งของไม้และดิน ถ้าแพของพวกเธอทนไม่ได้... มันก็แค่แสดงว่ามันไม่คู่ควรที่จะอยู่ในเส้นทางสายหลักของโลกใบนี้อีกต่อไป”
เรือสปีดโบ๊ทค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป ทิ้งไว้เพียงคลื่นน้ำขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าหาเรือนแพอย่างแรง จนไม้ลั่นดังสนั่นอีกครั้ง รินมองตามแสงไฟที่ลับตาไป ความรู้สึกเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากน้ำที่กระเซ็นใส่หน้า แต่มาจากความจริงที่ว่า ความมั่นคงของบ้านที่เธออาศัยมาทั้งชีวิต กำลังถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เรียกตัวเองว่าผู้พัฒนา
รินก้มลงมองรอยแตกที่พื้นแพอีกครั้ง คราวนี้มันกว้างขึ้นกว่าเดิมจนเห็นโคลนใต้ดินที่กำลังถูกน้ำซัดจนกลายเป็นโคลนเหลว
“คามิน... เตรียมเครื่องมือซ่อมแซมไว้เลย” รินพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “เราไม่ได้แค่จะซ่อมแพ แต่เรากำลังจะเริ่มทำสงครามกับกระแสน้ำ”
--- รินพบว่าระดับน้ำที่ขึ้นสูงผิดปกติจนทำให้เรือนแพสั่นคลอน เกิดจากการที่นายหัวเดชาสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำที่ต้นน้ำเพื่อผูกขาดเส้นทางเดินเรือ