← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 48免費

ตอนที่ 48 — เสียงเพรียกจากรอยสลักและวิหารที่แตกสลาย

ความเงียบในวิหารใต้บาดาลไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความกดอากาศที่หนักอึ้งจนรินรู้สึกเหมือนปอดของเธอกำลังถูกบีบด้วยอุ้งมือล่องหน กลิ่นคาวสนิมของเหล็กและกลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำโบราณอบอวลอยู่ในอากาศที่เบาบาง รินพยายามยันกายขึ้นจากพื้นหินที่เย็นเยียบและลื่นปรอย รอยสักบนแขนของเธอยังคงสั่นระริก มันไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้สึกร้อนผ่าว แต่มันกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับแรงสั่นสะเทือนใต้พื้นวิหาร

“ริน! อย่าเพิ่งขยับ!” เสียงของชายหน้ากาก—หรือชายผู้มีใบหน้าอันน่าตกใจที่เธอเพิ่งเห็นเพียงชั่วครู่—ตะโกนก้องท่ามกลางเสียงน้ำหยดกระทบพื้นหิน เขากำลังกวาดสายตาไปรอบห้องโถงที่เต็มไปด้วยเงาสลัว แสงจากผลึกคริสตัลที่แตกหักบนเพดานวิหารส่องลงมาเป็นลำแสงที่บิดเบี้ยว ทำให้เงาของเสาหินโบราณทอดยาวดูคล้ายกับสัตว์ร้ายที่กำลังหมอบคลาน

รินยังไม่ทันจะได้ตอบ เขาต้องรีบพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่เธอไว้ทันทีที่เสียงคำรามต่ำดังมาจากความมืดเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงสัตว์ แต่มันคือเสียงของมวลน้ำมหาศาลที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผ่านช่องแคบใต้ดิน กลุ่มคลื่นม่านบังไม่ได้ถอยไป พวกมันกำลังโอบล้อมวิหารแห่งนี้ราวกับฝูงฉลามที่ได้กลิ่นเลือด รอยสักบนผิวหนังของรินเริ่มเปล่งแสงสีครามเข้ม มันไม่ใช่แสงที่ให้ความสว่าง แต่มันคือแสงที่ดูดกลืนความมืดรอบข้างให้จมลงไปในความว่างเปล่า

“พวกมันมาแล้ว...” รินกระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่า “ไม่ใช่แค่คน... แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในน้ำด้วย”

ทันใดนั้น เงาดำขนาดมหึมาที่ดูคล้ายกับตะขาบยักษ์ที่สร้างขึ้นจากมวลน้ำและเศษซากปะการังก็พุ่งทะลุผ่านเสาหินเข้ามา มันคือสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่ถูกปลุกขึ้นด้วยแรงดึงดูดจากรอยสักของเธอ รินรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านจากรอยสักเข้าสู่ไขสันหลัง มันเหมือนกับว่าแผนที่บนผิวหนังกำลังพยายาม ‘กิน’ ความเป็นจริงรอบตัวเพื่อสร้างทางผ่าน

ชายปริศนาชักดาบที่ทำจากโลหะสีเงินหม่นออกมา แสงจากดาบสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของเขา “ริน ฟังฉันให้ดี! สัญลักษณ์ใหม่ที่ปรากฏขึ้นบนแขนขวาของเธอ มันคือ ‘ตราประทับแห่งการเปิดทาง’ มันไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกัน แต่มันมีไว้เพื่อทำลายขีดจำกัดระหว่างโลก! หากเธอไม่ควบคุมมันตอนนี้ วิหารนี้จะกลายเป็นสุสานของทั้งเราและพวกมัน!”

รินมองดูแขนขวาของตนเอง สัญลักษณ์ใหม่ที่ดูคล้ายกับเกลียวคลื่นที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งกำลังขยายตัวออกไป ราวกับมันมีชีวิตและพยายามจะหยั่งรากลงไปในเนื้อหนังของเธอ เธอหลับตาลง พยายามนึกถึง ‘วิถีแห่งทางน้ำ’ ที่ชายชราเคยสอนไว้—การไม่ต้านทาน การไหลไปตามจังหวะ—แต่ในสถานการณ์ที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา การไหลไปตามน้ำอาจหมายถึงการปล่อยให้ตัวเองถูกกลืนกิน

เสียงการปะทะกันระหว่างดาบของชายหน้ากากกับกลุ่มคลื่นม่านบังดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ววิหาร สมาชิกกลุ่มคลื่นม่านบังในชุดคลุมสีหม่นพุ่งเข้าโจมตีด้วยอาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์ทะเล พวกเขาไม่ได้ต้องการฆ่ารินเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขากำลังพยายาม ‘เก็บเกี่ยว’ พลังงานที่แผ่ออกมาจากรอยสักของเธอ

“เจ้าคือกุญแจ!” หนึ่งในนักรบคลื่นม่านบังตะโกนก้อง เสียงของเขาฟังดูคล้ายเสียงคลื่นกระทบโขดหิน “ส่งกุญแจคืนมาให้แก่ความมืด!”

รินรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แกนกลางของวิหาร มันกำลังสั่นสะเทือนจนหินอ่อนเริ่มร้าว เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เธอเลิกพยายามที่จะ ‘กักเก็บ’ พลังไว้ในตัว แต่เธอเลือกที่จะ ‘ปล่อย’ มันออกไปในรูปแบบของกระแสไหลวน รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นของน้ำเค็มและพลังงานโบราณพุ่งเข้าสู่ปอด เธอแผ่ขยายจิตวิญญาณออกไป สัมผัสถึงเส้นเลือดของน้ำที่ไหลเวียนอยู่ใต้พื้นวิหาร

“ถ้าฉันเป็นทางน้ำ... ฉันก็จะเป็นทางน้ำที่ไม่มีใครกักขังได้!” รินคำรามในใจ

ทันใดนั้น แสงสีครามจากรอยสักก็ระเบิดออก มันไม่ได้พุ่งออกไปเป็นลำแสง แต่มันไหลออกมาเป็นสายน้ำที่มองไม่เห็น กระแสพลังงานนี้พุ่งเข้าใส่สิ่งมีชีวิตบรรพกาลและกลุ่มคลื่นม่านบังอย่างรุนแรง แรงกระแทกทำให้วิหารทั้งหลังสั่นสะเทือนเหมือนถูกแผ่นดินไหวถล่ม รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นวิหาร น้ำมหาศาลเริ่มทะลักเข้ามาจากรอยแยกนั้น

ชายหน้ากากพยายามจะดึงรินให้หนีไปจากจุดศูนย์กลาง แต่รินกลับรู้สึกว่าเธอกำลังถูกดึงดูดเข้าหาจุดที่น้ำทะลักเข้ามา รอยสักบนแขนของเธอกำลัง ‘เต้น’ อย่างบ้าคลั่ง มันกำลังชี้ทางไปสู่สิ่งที่อยู่ลึกลงไปกว่าวิหารนี้

“ริน! หยุด! เธอจะเปิดประตูที่ไม่มีวันปิดได้!” ชายหน้ากากตะโกนเตือน แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงน้ำที่พุ่งทะลัก

ในจังหวะที่วิหารกำลังจะพังทลายลง รินมองเห็นบางอย่างผ่านม่านน้ำที่กำลังไหลเชี่ยว เธอเห็นดวงตานับพันคู่ที่จ้องมองมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง—ดวงตาที่ไม่ใช่ของมนุษย์ ไม่ใช่ของสิ่งบรรพกาลที่เธอรู้จัก แต่มันคือสิ่งที่ ‘รอคอย’ การกลับมาของแผนที่นี้มานานแสนนาน เสียงกระซิบที่เธอเคยได้ยินจากปู่เถาว์ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง แตคราวนี้มันไม่ใช่คำเตือน... มันคือคำสั่ง

‘จงปลดปล่อย... จงคืนสู่รากเหง้า...’

พื้นวิหารใต้เท้าของเธอทรุดฮวบลง รินรู้สึกถึงสภาวะไร้น้ำหนักขณะที่ร่างของเธอถูกกระแสน้ำมหาศาลที่พุ่งขึ้นมาจากรอยแยกดูดดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ทิ้งไว้เพียงเสียงตะโกนที่สิ้นหวังของชายหน้ากากและเศษซากของวิหารที่กำลังแตกสลายลงสู่ก้นบึ้งของโลกที่ไม่มีใครเคยไปถึง

--- รินใช้พลังจากรอยสักเพื่อตอบโตกลุ่มคลื่นม่านบังและสิ่งบรรพกาล แต่การปล่อยพลังออกมากลับทำให้วิหารใต้บาดาลพังทลายและเปิดทางให้กระแสน้ำมหาศาลดูดร่างของเธอลงสู่ความลึกที่ลึกลับยิ่งกว่าเดิม