← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 40免費

ตอนที่ 40 — หัตถ์แห่งวารีและพันธนาการที่ถูกยื้อ

ความเย็นเยียบของมิติที่บิดเบี้ยวไม่ได้สัมผัสเพียงแค่ผิวหนัง แต่มันซึมลึกเข้าไปในทุกอณูของความรู้สึก รินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอถูกยืดออกและบีบอัดในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางความมืดมิดที่หมุนวนราวกับพายุคลั่ง แสงสีครามจางๆ จากรอยสักบนแขนและลำคอวูบวาบเหมือนชีพจรที่เต้นผิดจังหวะ ทันใดนั้น สัมผัสที่หนักแน่นและมั่นคงก็พุ่งเข้าหาเธอ—มือปริศนาที่ยื่นออกมาจากความว่างเปล่าคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนสมอเรือที่ทิ้งลงกลางมหาสมุทรที่คลั่งแค้น

รินพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย เธอถูกดึงผ่านม่านหมอกและแรงเหวี่ยงมหาศาล ก่อนที่ฝ่าเท้าจะสัมผัสกับพื้นผิวที่แข็งและเย็นจัด เสียงหอบหายใจของเธอดังสะท้อนอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัด เมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับแสงสลัว เธอพบว่าตนเองไม่ได้อยู่บนแท่นหินลอยฟ้าอีกต่อไป แต่กำลังหมอบอยู่บนพื้นหินอ่อนที่ชุ่มไปด้วยน้ำในโถงกว้างขวางแห่งหนึ่ง เพดานของโถงนี้สูงลิบจนมองไม่เห็นยอด แสงสว่างเดียวที่ส่องลงมาคือแสงเรืองรองจากผนังถ้ำที่ประดับด้วยอัญมณีใต้น้ำ

“เจ้าเกือบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำไปแล้ว ริน”

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืด รินสะดุ้งสุดตัว พยายามยันกายขึ้นจากพื้นหินที่ลื่นแฉะ มือของเธอสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ เมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความสลัว ชายสวมหน้ากากผู้นั้นยังคงอยู่ที่นี่ เขาไม่ได้สวมชุดเกราะหนักอึ้งเหมือนนักรบ แต่สวมอาภรณ์สีครามเข้มที่ดูพริ้วไหวราวกับทำจากเกล็ดปลา หน้ากากของเขาเรียบกริบ สะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากรอยสักบนตัวเธอ

“คุณ... คุณช่วยฉันไว้เหรอ?” รินถาม เสียงของเธอแหบพร่าราวกับคนขาดน้ำมานานแสนนาน

ชายหน้ากากไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่มองดูรอยสักบนแขนของเธอที่กำลังขยับเขยื้อนราวกับมีสิ่งมีชีวิตชอนไชอยู่ใต้ผิวหนัง “ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าเพราะความเมตตา แต่ข้าช่วยเพื่อให้กุญแจดอกนี้ยังคงอยู่ในมือของผู้ที่ควรจะถือมัน ไม่ใช่ถูกกลืนกินโดยประตูที่กำลังจะเปิด”

รินขมวดคิ้ว ความเจ็บปวดจากการถูกรอยสักสูบวิญญาณยังคงหลงเหลืออยู่เป็นความรู้สึกแสบร้อนที่กลางอก “กุญแจงั้นเหรอ? มันกำลังฆ่าฉัน! มันไม่ได้แค่นำทาง แต่มันกำลังเอาชีวิตฉันไป!”

“เพราะเจ้ายังใช้มันในฐานะเครื่องมือ” ชายหน้ากากก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของเขาคล้ายกับกลิ่นฝนแรกที่กระทบดินแห้งและกลิ่นเกลือทะเล “เจ้าพยายามจะควบคุมมันเหมือนคุมบังเหียนม้า แต่ในมิตินี้... เจ้าต้องเป็นน้ำเสียเอง น้ำไม่มีเจตจำนงที่จะขัดขืน แต่น้ำไหลไปตามความว่างเปล่าและเติมเต็มทุกช่องว่าง”

รินมองดูรอยสักที่เริ่มสงบลงเล็กน้อยหลังจากเธอพยายามทำตัวเป็น 'ทางน้ำ' ตามคำแนะนำของชายชราในนิมิต แต่เธอก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่ความสงบที่แท้จริง มันคือการพักรบชั่วคราวเท่านั้น ทันใดนั้น พื้นหินที่เธอนั่งอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องมาจากเบื้องล่าง ราวกับสัตว์ร้ายขนาดมหึมากำลังพลิกตัวอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร

“มันมาแล้ว...” รินพึมพำ ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง

“สิ่งบรรพกาลไม่ได้รอให้ประตูเปิดจนสุด แต่มันกำลังพยายามพังประตูออกมาจากอีกฝั่ง” ชายหน้ากากกล่าวพลางชักดาบสั้นที่มีใบมีดใสราวกับแก้วออกมา “เจ้าต้องหาทางเชื่อมต่อกับ 'แกนกลาง' ของนครอควาเลียแห่งนี้ หากเจ้าไม่สามารถเปลี่ยนรอยสักให้กลายเป็นเครื่องมือควบคุมการไหลเวียนของมิติได้ นครนี้และโลกเบื้องบนจะถูกลบหายไปพร้อมกับความบ้าคลั่งของบรรพกาล”

“แกนกลาง? มันอยู่ที่ไหน?” รินถามขณะพยายามลุกขึ้นยืน ขาของเธอยังคงอ่อนแรง

ชายหน้ากากชี้ไปยังใจกลางของโถง ซึ่งมีเสาน้ำขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานสูง เสาน้ำนั้นไม่ได้ไหลลงตามแรงโน้มถ่วง แต่มันหมุนวนเป็นเกลียวอย่างรวดเร็วและเปล่งแสงสีทองสลับน้ำเงิน “นั่นคือหัวใจของอควาเลีย หากเจ้าไปถึงที่นั่น เจ้าอาจจะหาทางปิดรอยแยกได้... หรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมันไปตลอดกาล”

ก่อนที่รินจะได้ซักถามอะไรต่อ เสียงน้ำแตกกระจายก็ดังสนั่นขึ้นจากทิศทางที่เธอเพิ่งจากมา เงาดำมืดขนาดมหึมาเริ่มแทรกซึมผ่านรอยแยกมิติที่ยังคงสั่นไหว มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันคือกลุ่มก้อนของความว่างเปล่าที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไป รินเห็นมือที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายรากไม้ที่เน่าเปื่อยยื่นออกมาจากความมืดนั้น

“วิ่ง!” ชายหน้ากากตะโกนสั่ง

รินออกตัววิ่งไปตามโถงหินที่ลื่นและชัน หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองศึก ทุกย่างก้าวที่เธอขยับ รอยสักบนผิวหนังจะส่งกระแสความร้อนวาบไปทั่วร่าง ราวกับมันกำลังกระตุ้นให้เธอตื่นตัวต่ออันตราย เธอเห็นเงาดำเหล่านั้นเคลื่อนที่ตามมาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อที่บาดเจ็บ

ในระหว่างที่วิ่ง รินสังเกตเห็นว่าผนังของโถงเริ่มเปลี่ยนสภาพ แสงสว่างจากอัญมณีเริ่มดับลงทีละดวง และแทนที่ด้วยหยดน้ำสีดำที่หยดลงมาจากเพดาน ทุกครั้งที่หยดน้ำสัมผัสพื้น มันจะส่งเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่มันทำให้รินรู้สึกคลื่นไส้และมึนงง เธอพยายามใช้สมาธิแบบที่ชายชราสอน—ปล่อยวางความกลัว และมองเห็นกระแสน้ำที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว

เธอเห็นมัน... เส้นสายของพลังงานสีฟ้าอ่อนที่ไหลวนอยู่ใต้พื้นหินและในอากาศ มันคือเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างเธอและแกนกลาง

“ริน! อย่ามองที่ความมืด ให้มองที่ทางน้ำ!” เสียงชายหน้ากากตะโกนไล่หลังมา เขาเริ่มเข้าปะทะกับเงาดำที่พุ่งเข้าใส่ รอยดาบแก้วของเขาสร้างคลื่นกระแทกที่ผลักดันความมืดออกไปได้ชั่วขณะ แต่มันก็ดูเหมือนการพยายามเอาขันตักน้ำไปตักพายุ

รินเร่งความเร็วขึ้น เธอไม่ได้วิ่งตามสัญชาตญาณการหนีอีกต่อไป แต่เธอเริ่มวิ่งตาม 'จังหวะ' ของกระแสน้ำที่เธอสัมผัสได้ รอยสักบนแขนของเธอเริ่มเรืองแสงนำทาง ส่องสว่างให้เห็นช่องทางลับและทางเดินที่สูงขึ้นไปสู่ใจกลางโถง แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเข้าถึงเสาน้ำยักษ์นั้นเอง รอยสักที่แขนซ้ายของเธอกลับเริ่มบิดเบี้ยวและขยายตัวออกอย่างรุนแรง มันไม่ได้แค่เรืองแสง แต่มันกำลัง 'ดูด' อากาศและพลังงานรอบตัวเธอเข้าไปหาตัวมันเอง

“ไม่นะ... อย่าตอนนี้!” รินร้องออกมาด้วยความตกใจ

ความเจ็บปวดที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาแล่นเข้าสู่สมอง รอยสักไม่ได้เพียงแค่ใช้พลังของเธอ แต่มันกำลังพยายามจะ 'ดึง' เธอเข้าไปหาแกนกลางโดยตรงผ่านแรงดึงดูดมหาศาลที่เกิดขึ้นระหว่างรอยสักกับเสาน้ำ ร่างของรินถูกกระชากลอยขึ้นจากพื้น พยายามดิ้นรนต่อสู้กับแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น รินมองเห็นดวงตาขนาดมหึมานับสิบคู่ปรากฏขึ้นในม่านหมอกรอบแกนกลาง มันไม่ใช่ดวงตาของสิ่งมีชีวิต แต่มันคือดวงตาของมิติที่กำลังถูกฉีกออก และเธอก็ได้ตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า ชายหน้ากากที่ช่วยเธอไว้... อาจจะไม่ได้ต้องการแค่ปกป้องโลก แต่เขากำลังรอจังหวะที่รอยสักจะทำงานอย่างสมบูรณ์ เพื่อใช้เธอเป็นสะพานเชื่อมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเปิดประตูที่ไม่มีวันปิดได้อีกต่อไป

รินพยายามเอื้อมมือไปคว้าเสาน้ำเพื่อยึดเหนี่ยว แต่ก่อนที่นิ้วของเธอจะสัมผัสกับความเย็นของสายน้ำที่หมุนวน เงาดำขนาดใหญ่ที่สุดก็พุ่งเข้ามารวบตัวเธอไว้จากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังชัดเจนในหัวของเธอว่า...

“ยินดีต้อนรับกลับ... กุญแจแห่งบรรพกาล”

--- รินถูกชายหน้ากากช่วยชีวิตไว้ในนครอควาเลียและได้รับคำแนะนำให้ควบคุมรอยสักด้วยวิถีแห่งทางน้ำ แต่ในขณะที่เธอกำลังมุ่งหน้าสู่แกนกลางเพื่อปิดรอยแยก รอยสักกลับเริ่มดึงดูดเธอเข้าหาแกนกลางอย่างควบคุมไม่ได้ พร้อมกับการเปิดเผยความลับบางอย่างเกี่ยวกับตัวเธอและจุดประสงค์ที่แท้จริงของชายหน้ากาก