← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 20免費

ตอนที่ 20 — ไม้เก่าจากซากเรือลำเดิม

“ไม้สักทองจากป่าต้นน้ำหายไปไหนหมด ริน? ถ้าเราไม่มีไม้เนื้อแข็งที่รับแรงกระแทกของคลื่นมรสุมได้ เรือลำนี้ก็เป็นแค่แพไม้ไผ่ลอยน้ำ”

คามินวางค้อนเหล็กหนักอึ้งลงบนโต๊ะไม้ที่ชื้นแฉะ เสียงกระทบดังก้องไปทั่วโรงเรือนริมน้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเกลือและกลิ่นยางไม้ เขาจ้องมองพิมพ์เขียวที่ถูกกางออกด้วยแววตากังวล มือของเขาที่เคยคล่องแคล่วกลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะชี้ไปที่โครงสร้างกระดูกงูของเรือ ‘มรสุม’

รินที่กำลังขัดเชือกป่านอยู่ตรงหัวเรือหันมามอง เธอขยับหมวกสานให้เข้าที่พลางพ่นลมหายใจแรง “พวกกลุ่มทุนของนายหัวเดชาคุมตลาดไม้หมดแล้ว คามิน ฉันไปถามพวกคนหาไม้ที่ท่าเรือมา พวกเขาบอกว่าตอนนี้ไม้เนื้อแข็งทุกต้นถูกกักไว้ที่คลังของบริษัทเพื่อรอสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ไม่ใช่เพื่อต่อเรือให้คนในชุมชนแบบเรา”

“มันไม่ใช่แค่การกักตุน แต่มันคือการบีบให้เราตาย” คามินขยับแว่นสายตา พลางไล่นิ้วไปตามเส้นลายเส้นในสมุดบันทึกของปู่ที่วางอยู่ข้างตัว “ถ้าเราไม่สามารถสร้างเรือที่แข็งแกร่งพอจะวิ่งตัดกระแสน้ำรุนแรงได้ พิกัดลับที่รินเจอมาก็ไร้ความหมาย เราจะเข้าถึงเส้นทางนั้นได้ยังไงถ้าเรือเราแตกเป็นเสี่ยงๆ ตั้งแต่ยังไม่พ้นปากแม่น้ำ”

เสียงน้ำซัดเข้าหาตลิ่งดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คามินหยิบเศษไม้ชิ้นเล็กขึ้นมาพิจารณา มันเป็นไม้เนื้ออ่อนที่หาได้ง่ายตามริมตลิ่ง แต่สำหรับเรือมรสุมที่ต้องเผชิญกับลมมรสุมและแรงดันน้ำมหาศาล ไม้พวกนี้ไม่มีทางรอด

“ลองดูนี่สิ” รินเดินเข้ามาใกล้พลางชี้ไปที่กองซากเรือเก่าที่จมน้ำอยู่ครึ่งหนึ่งบริเวณท้ายโรงเรือน “เรือสำเภาเก่าของตระกูลเราที่จมลงเมื่อสิบปีก่อน ฉันไปงมเอาแผ่นไม้บางส่วนขึ้นมาได้เมื่อเช้า มันเป็นไม้ประดู่เก่าที่แช่น้ำมานาน แต่มันยังไม่ผุจนถึงแกนกลางนะ”

คามินเดินไปที่กองซากเรือนั้น เขาคุกเข่าลงบนพื้นไม้ที่เปียกชื้น ใช้มีดพกกรีดลงบนผิวไม้เพื่อดูเนื้อใน “ไม้เก่าที่แช่น้ำนานๆ มันจะมีความเหนียวเป็นพิเศษ แต่ความท้าทายคือเราจะต่อมันเข้ากับโครงสร้างใหม่ยังไงโดยไม่ใช้ตะปูเหล็กที่อาจจะผุพังได้ง่ายเมื่อเจอความเค็มของน้ำมรสุม”

“นายจะทำอะไร? จะใช้ไม้เน่าๆ นี่สร้างเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำเนี่ยนะ?” รินเลิกคิ้วถาม เสียงของเธอมีความไม่แน่ใจปนอยู่ แต่ดวงตาเธอกลับเป็นประกายด้วยความหวัง

“ไม่ใช่ไม้เน่า ริน... แต่มันคือไม้ที่ผ่านการทดสอบจากกระแสน้ำมาแล้ว” คามินตอบพลางหยิบสมุดบันทึกของเถาว์ขึ้นมาเปิดดู หน้ากระดาษที่เหลืองกรอบมีข้อความลายมือที่ดูอ่อนโยนแต่หนักแน่นเขียนไว้ว่า ‘โครงสร้างที่มั่นคงที่สุด ไม่ได้มาจากความแข็งกระด้าง แต่มาจากรอยต่อที่สอดประสานกันอย่างนุ่มนวลราวกับเกลียวคลื่น’

“เถาว์เคยเขียนเรื่องเทคนิคการเข้าไม้แบบลิ่มสอดประสาน (Interlocking Dovetail) ที่ใช้แรงกดจากตัวเรือเองในการยึดไม้เข้าด้วยกัน” คามินพึมพำ เขาเริ่มวางแผนในหัวอย่างรวดเร็ว “ถ้าเราใช้ไม้ประดู่เก่าพวกนี้มาทำเป็นแผ่นปิดผิว และใช้ไม้เนื้อแข็งที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดทำเป็นโครงสร้างหลัก โดยใช้วิธีการเข้าลิ่มไม้แบบโบราณที่สอดประสานกันเป็นชั้นๆ เหมือนเกล็ดปลา เราจะไม่ต้องพึ่งพาสลักเหล็กเลย”

“มันจะใช้เวลานานกว่าปกติหลายเท่าเลยนะคามิน” รินท้วง “นายหัวเดชาไม่ได้รอเรา เราต้องรีบสร้างเรือลำนี้ก่อนที่เขื่อนจะเริ่มปิดทางน้ำ”

“ถ้าเราทำแบบเดิม เราก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม” คามินเงยหน้าขึ้นสบตาริน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความเด็ดเดี่ยว “เราจะสร้าง ‘มรสุม’ จากสิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็นขยะ”

การทำงานเริ่มต้นขึ้นอย่างหนักหน่วง คามินใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนอยู่กับเครื่องมือช่าง เสียงสิ่วกระทบไม้ดัง กึก กึก ต่อเนื่องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินช่วยเขาวัดระยะและเตรียมน้ำมันยางเพื่อเคลือบผิวไม้ เธอใช้ความรู้เรื่องทิศทางน้ำมาช่วยคำนวณสมดุลของตัวเรือเพื่อให้เรือเอียงรับกระแสลมได้อย่างเหมาะสม

ความพยายามครั้งแรกล้มเหลว คามินพยายามเข้าลิ่มไม้ชิ้นหนึ่งแต่ไม้เก่ากลับแตกออกเพราะความแห้งกร้านที่ซ่อนอยู่ใต้ความชื้น “บ้าจริง!” เขาอุทานพลางทิ้งสิ่วลงพื้น

“ใจเย็นๆ คามิน” รินเดินเข้ามาส่งแก้วน้ำให้ “ไม้เก่ามันมีชีวิตของมัน นายต้องคุยกับมันเหมือนที่นายคุยกับกระแสน้ำ”

คามินหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ เขานึกถึงคำสอนในบันทึกของเถาว์อีกครั้ง เขาไม่ได้มองไม้เป็นเพียงวัตถุ แต่เขามองเห็นความต่อเนื่องของสายน้ำที่ไหลผ่านมันมานับสิบปี เขาเริ่มใหม่ คราวนี้เขาไม่ได้ใช้แรงกดเพียงอย่างเดียว แต่เขาใช้ความร้อนจากไฟอ่อนๆ มาช่วยให้ไม้ขยายตัวก่อนจะเข้าลิ่ม

วันแล้ววันเล่าผ่านไป กลิ่นไม้และกลิ่นเหงื่ออบอวลไปทั่วโรงเรือน โครงสร้างไม้ที่เคยดูเหมือนกองขยะค่อยๆ เปลี่ยนรูปทรง กลายเป็นโครงกระดูกเรือที่โค้งมนและดูแข็งแกร่งอย่างประหลาด แผ่นไม้ประดู่เก่าที่ถูกขัดจนเนียนละเอียดถูกนำมาเรียงต่อกันด้วยเทคนิคที่คามินคิดค้นขึ้นจากการผสมผสานเทคนิคโบราณกับหลักกลไกที่เขาถนัด

“ดูนั่นสิริน” คามินชี้ไปที่ส่วนโค้งของลำเรือที่กำลังประกอบขึ้น “มันไม่ได้แค่แข็งแรง แต่มันกำลัง ‘หายใจ’ ไปกับน้ำ”

รินเดินวนรอบโครงเรือที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านช่องหลังคาลงมาตกกระทบผิวไม้เก่า ทำให้เห็นลวดลายที่สวยงามและดูทรงพลัง ราวกับว่าเรือลำนี้มีวิญญาณของทะเลซ่อนอยู่ภายใน

“มันดู... ไม่เหมือนเรือที่ฉันเคยเห็นเลย” รินยอมรับด้วยเสียงแผ่วเบา “มันดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้ทุกเมื่อ”

ในขณะที่พวกเขากำลังชื่นชมผลงาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าโรงเรือน คามินหันไปมองด้วยความระแวง รินรีบขยับไปยืนบังพิมพ์เขียวไว้

ที่ประตูโรงเรือน ชายในชุดเครื่องแบบทางการของกลุ่มทุนเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องสองคน “ได้ข่าวว่ากำลังต่อเรือลำใหม่กันอยู่เหรอ? จะสร้างขึ้นมาทำไมในเมื่อเส้นทางน้ำกำลังจะถูกปิดตายในไม่ช้า?”

คามินกำสิ่วในมือแน่น แต่เขายังคงรักษาความสงบไว้ “เรากำลังเตรียมตัวสำหรับอนาคตครับ”

“อนาคตที่ไม่มีน้ำน่ะเหรอ?” ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ “จำไว้เถอะ ต่อให้เรือนายจะสวยแค่ไหน ถ้าไม่มีทางน้ำให้เดิน มันก็เป็นแค่เศษไม้รอวันผุพัง”

เมื่อพวกกลุ่มทุนจากไป ความเงียบสงัดก็กลับเข้าปกคลุมอีกครั้ง คามินหันกลับไปมองเรือ ‘มรสุม’ ที่กำลังก่อตัวขึ้น โครงสร้างไม้ที่สอดประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์นั้นดูเหมือนจะเย้ยหยันคำพูดของชายคนนั้น

“เราจะทำได้จริงๆ ใช่ไหมคามิน?” รินถามเบาๆ

คามินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่เขาหยิบชิ้นไม้ชิ้นสุดท้ายขึ้นมา เตรียมที่จะเข้าลิ่มเพื่อปิดส่วนกระดูกงูลำเรือให้สมบูรณ์

ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางทิศเหนือ! เสียงนั้นไม่ได้มาจากฟ้า แต่มาจากทิศที่เขื่อนของนายหัวเดจากำลังก่อสร้าง แผ่นดินสั่นสะเทือนจนโรงเรือนไม้โยกคลอน คามินและรินมองหน้ากันด้วยความตระหนก ท่ามกลางฝุ่นควันและเสียงไซเรนที่ดังแว่วมาไกลๆ

คามินมองไปที่เรือ ‘มรสุม’ ที่เพิ่งจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โครงสร้างไม้ที่เขาเพิ่งประกอบไปเริ่มส่งเสียงลั่น เอี๊ยด...เอี๊ยด ตามแรงสั่นสะเทือน แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ มันไม่มีรอยร้าวเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

--- คามินตัดสินใจใช้ไม้เก่าจากซากเรือประดู่มาสร้างเรือมรสุมด้วยเทคนิคการเข้าลิ่มไม้โบราณเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนไม้เนื้อแข็ง จนเรือเริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่างมั่นคง ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะเสร็จสิ้น กลับเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่เขื่อนของกลุ่มทุน