← 章節目錄

Echoes of the Spirit Valley

章節 15免費

ตอนที่ 15 — เสียงร่ำไห้จากสายลม

ความเงียบหลังการปลดปล่อย ‘แก่นแท้’ ของต้นไม้บรรพกาลนั้นหนักอึ้งจนแทบจะจับต้องได้ ไพลินยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นดินที่สั่นสะเทือนน้อยๆ แสงสีเขียวมรกตเรืองรองจากต้นไม้ที่บัดนี้ไร้ซึ่งเถาวัลย์สีดำพันธนาการ สาดส่องไปยังใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามกรอบหน้า และดวงตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความกังวล แม้จะสามารถปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตโบราณตนนั้นได้สำเร็จ แต่พลังอำนาจที่สัมผัสได้เมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท เสียงกู่ร้องแห่งความเจ็บปวดและความโกรธแค้นนั้นไม่อาจลบเลือนไปง่ายๆ

“มัน… มันไปแล้วจริงๆ หรือ?” ซีเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังลำต้นมหึมาของต้นไม้บรรพกาลที่บัดนี้ดูสงบนิ่งกว่าเดิม ราวกับเพิ่งผ่านพ้นพายุร้าย “ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเช่นนั้นอยู่จริง”

ไพลินพยักหน้าช้าๆ “มันถูกจองจำมานานเกินไป ซี ความเจ็บปวดและความโกรธแค้นสะสมจนกลายเป็นพลังทำลายล้าง เวลาที่มันถูกพันธนาการไว้คือสิ่งที่กัดกินจิตวิญญาณของมัน” เธอหลับตาลง สัมผัสถึงกระแสลมที่พัดผ่านเข้ามา ราวกับจะพัดพาเอาความโกรธแค้นนั้นออกไป “แต่ตอนนี้… มันเป็นอิสระแล้ว”

ทันใดนั้น ลมที่พัดผ่านก็เริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นกระโชกแรงขึ้นเรื่อยๆ ก้อนเมฆสีดำทะมึนที่เคยปกคลุมท้องฟ้าเหนือศีรษะ บัดนี้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะประกาศสงครามกับผืนป่าอันเงียบสงบแห่งนี้

“นั่นอะไรน่ะ?” ซีชี้ไปยังกลุ่มเมฆสีดำที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างประหลาด “มันไม่ใช่แค่พายุธรรมดาแน่ๆ”

ไพลินเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย แต่ทว่า… แตกต่างออกไป พลังอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากกลุ่มเมฆนั้น ไม่ใช่เพียงพลังแห่งธรรมชาติ แต่เป็นพลังที่บิดเบือน เป็นความมืดที่แผ่ปกคลุมราวกับมีชีวิต “มันคือ… ‘เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า’ อีกครั้ง…” เสียงของเธอสั่นเครือ “แต่คราวนี้… มันแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก”

เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลบ่าเข้ามาจากเบื้องบน พลังที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ความรู้สึกของการถูกคุกคามที่เคยเผชิญหน้าในโถงใต้ดินย้อนกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดูราวกับจะหยั่งรากลึกยิ่งกว่าเดิม

“มันมาเพื่อ… กลืนกิน ‘แก่นแท้’ ของต้นไม้ที่เจ้าเพิ่งปลดปล่อยไปงั้นหรือ?” ซีถามด้วยความตกใจ

“ไม่… ไม่ใช่แค่ ‘แก่นแท้’ ของต้นไม้” ไพลินส่ายหน้า “มันกำลังจะกลืนกิน ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ ที่ข้าเพิ่งค้นพบ…” น้ำเสียงของเธอแฝงความเจ็บปวด “เส้นทางที่เปิดออก… ไม่ใช่แค่เส้นทางสู่บทเพลง แต่เป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงกับ ‘เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า’ ด้วย”

เธอจับขลุ่ยวิญญาณโบราณที่ห้อยอยู่ข้างเอว ความเย็นเยียบของเนื้อไม้สัมผัสกับฝ่ามือ แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด พลังของมันกำลังปลุกเร้า เสนอหนทางในการต่อต้าน แต่ไพลินรู้ดีว่า ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ ที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การขับไล่ความมืด มันคือการเยียวยาจากภายใน และเมื่อต้นไม้บรรพกาลได้รับการเยียวยา มันก็เปิดเผยเส้นทางใหม่… เส้นทางที่จะนำพาเธอไปสู่สิ่งที่จะช่วยรักษาหุบผาวิญญาณให้พ้นจากโรคระบาดนี้

“ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง!” ซีตะโกน พยายามรวบรวมสมาธิ “ข้าจะลองใช้พลังของป่า…”

“ไม่ ซี” ไพลินขัดขึ้น “พลังของป่า… หรือพลังของ ‘แก่นแท้’ ที่เพิ่งเป็นอิสระ… มันอาจจะยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งนี้” เธอมองไปยังกลุ่มเมฆสีดำที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายกรงเล็บยักษ์ที่พร้อมจะตะครุบทุกสิ่ง “ข้า… ข้าต้องใช้ ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ แต่ไม่ใช่ในรูปแบบเดิม…”

เธอพยายามนึกถึงคำพูดของผู้พิทักษ์แห่งพงไพรโบราณ ‘เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่าคือเงาของความกลัวในใจ และไพลินต้องเยียวยาตนเองก่อนจึงจะสามารถก้าวต่อไปได้’

“ถ้า ‘เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า’ คือเงาของความกลัว…” ไพลินพึมพำกับตัวเอง “แล้ว ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ ล่ะ… มันคืออะไร?”

คำตอบผุดขึ้นในใจของเธอราวกับสายฟ้าแลบ “มันคือ… แสงสว่าง… แสงสว่างที่ขับไล่ความมืด… แสงสว่างแห่งความหวัง… แสงสว่างแห่งการยอมรับ…”

เธอยกขลุ่ยวิญญาณโบราณขึ้นจรดริมฝีปาก สูดลมหายใจลึก “ซี… ข้าต้องลอง… ข้าต้องลองสร้างบทเพลงขึ้นมาใหม่…”

แทนที่จะบรรเลง ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ ที่ได้ยินจากขลุ่ยโบราณ ไพลินกลับหลับตาลง นึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก ความอบอุ่นของมารดา รอยยิ้มของบิดา เสียงหัวเราะของผู้คนในหมู่บ้าน ความหวังที่เคยมีก่อนที่โรคระบาดจะคุกคาม… เธอรวบรวมทุกความรู้สึกเหล่านั้นไว้ในใจ แล้วเริ่มบรรเลง… เสียงขลุ่ยที่ออกมาจึงไม่ใช่ทำนองอันศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้นเคย แต่เป็นท่วงทำนองที่อ่อนหวาน เศร้าสร้อย แต่ก็เจือไปด้วยความเข้มแข็ง… มันคือเสียงเพลงที่ออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณของเธอเอง

ขณะที่เสียงขลุ่ยของไพลินดังขึ้น กลุ่มเมฆสีดำเบื้องบนก็เริ่มปั่นป่วนรุนแรงขึ้น มันแผ่รัศมีแห่งความหนาวเย็นและความสิ้นหวังออกมาอย่างชัดเจน แต่แทนที่จะถอยร่น เสียงเพลงของไพลินกลับก้องกังวาน ราวกับจะท้าทายอำนาจแห่งความมืดนั้น

“มัน… มันกำลังตอบสนอง!” ซีอุทาน “บทเพลงของเจ้า… มันกำลัง… ปลดปล่อยบางอย่าง!”

สิ่งที่ไพลินกำลังบรรเลงไม่ใช่ ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ ที่จะรักษาโรค แต่เป็น ‘เพลงแห่งการยอมรับ’ ที่จะเยียวยาจิตใจของตนเอง บทเพลงที่ยอมรับในความกลัว ยอมรับในความสูญเสีย ยอมรับในความอ่อนแอ แต่ในขณะเดียวกัน ก็โอบรับความหวัง ความรัก และความเข้มแข็งที่อยู่ภายใน

แสงสีเขียวมรกตจากต้นไม้บรรพกาลที่ได้รับการปลดปล่อย ส่องประกายสว่างจ้าขึ้น ผสมผสานกับเสียงเพลงของไพลิน สร้างม่านแสงอันอบอุ่นที่แผ่กระจายออกไป ราวกับจะโอบอุ้มผืนป่าทั้งผืนไว้

‘เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า’ ที่ปรากฏในรูปของกลุ่มเมฆสีดำ เริ่มสั่นคลอนราวกับถูกผลักดันด้วยพลังที่ไม่รู้จัก มันกรีดร้องด้วยเสียงที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ราวกับว่าการยอมรับในความกลัวของไพลินคือสิ่งที่จะทำลายมันได้อย่างแท้จริง

ทันใดนั้น กลุ่มเมฆสีดำก็สลายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลืนหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงท้องฟ้าสีครามสดใสที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ลมพัดโชยมาอย่างแผ่วเบา พาเอาความสดชื่นและความหวังกลับคืนมา

ไพลินทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ขลุ่ยวิญญาณโบราณในมือเย็นชืด แต่หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งโล่งใจ ปิติ และ… ความเข้าใจ

“เราทำสำเร็จแล้ว… ไพลิน!” ซีวิ่งเข้ามาประคองเธอ “เจ้าทำได้!”

ไพลินยิ้มบางๆ “ข้า… ข้าแค่… ยอมรับ” เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สดใส “‘เพลงแห่งการเยียวยา’ ที่แท้จริง… มันไม่ใช่แค่การรักษาโรค… แต่มันคือการเยียวยาตนเอง… การยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็น…”

ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยคำพูดต่อไป แผ่นหินสลักโบราณที่ติดตัวเธอมาตลอดก็เริ่มสั่นไหวอีกครั้ง แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นภาพใหม่… ภาพของหุบเขาที่กำลังถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ และเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากในหมอกนั้น… เสียงที่กำลังเรียกหา ‘เพลงแห่งการเยียวยา’… แต่ครั้งนี้… เสียงนั้นฟังดู… เศร้าสร้อยยิ่งกว่าเดิม

--- ไพลินสามารถปลดปล่อย 'แก่นแท้' ของต้นไม้บรรพกาลได้สำเร็จ และเผชิญหน้ากับ 'เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า' อีกครั้ง แต่คราวนี้เธอใช้ 'เพลงแห่งการยอมรับ' ที่สร้างขึ้นจากจิตวิญญาณของตนเองเพื่อขับไล่ความมืด แทนที่จะใช้ 'เพลงแห่งการเยียวยา' ดั้งเดิม ผลลัพธ์คือการค้นพบว่าการเยียวยาตนเองคือหัวใจสำคัญของการเยียวยาผู้อื่น และได้เบาะแสใหม่ที่นำไปสู่หุบเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกอันเศร้าสร้อย