ตอนที่ 47 — จังหวะแห่งการขัดขืนและบทเพลงที่ไร้เสียง
ความเงียบในนครเสียงสะท้อนไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือมวลสารที่หนักอึ้งและเย็นเยียบจนบาดผิว กานต์รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่กระทำต่อร่างกายลูกผสมแก้วทรายของเขา ทุกครั้งที่เขาพยายามจะหายใจ เสียงลมหายใจนั้นกลับถูกดูดกลืนหายไปในอากาศที่แข็งตัวเป็นคลื่นเสียงรอบตัว ราวกับว่ามิตินี้ปฏิเสธการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่มีความวุ่นวาย
"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้จังหวะของนายถูกลบออกไป" เสียงของเซนอสกระซิบแผ่วเบา แต่มันกลับดังสะท้อนในโสตประสาทของกานต์อย่างน่าประหลาด
เบื้องหน้าของพวกเขา ผู้พิทักษ์จังหวะ (The Rhythm Wardens) กำลังเคลื่อนที่ผ่านโถงทางเดินที่สร้างจากคลื่นเสียงที่แข็งตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตอันวิจิตร พวกมันไม่มีใบหน้า มีเพียงรูปร่างโปร่งแสงที่สั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงจนขอบร่างดูพร่าเลือน ทุกย่างก้าวของพวกมันไร้เสียงกระทบพื้น แต่กลับส่งคลื่นกระแทกที่ทำให้ประสาทสัมผัสของกานต์สั่นไหว รอยร้าวบนผิวหนังแก้วทรายของเขาเริ่มส่งเสียงลั่นเบาๆ ราวกับแก้วที่กำลังจะแตกสลายภายใต้ความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน
กานต์พยายามคุมสติ ร่างกายของเขาหนักอึ้ง ความทรงจำที่เขาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการต่อสู้เมื่อครู่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความล้าที่กัดกินถึงจิตวิญญาณ เขาเห็นภาพเศษเสี้ยวของอารยันนครที่กำลังล่มสลาย ภาพรอยสลักที่จางหาย และความเจ็บปวดจากการสูญเสียตัวตน สิ่งเหล่านี้คือ 'สัญญาณรบกวน' ที่ผู้พิทักษ์เหล่านี้ต้องการกำจัด
"มันกำลังมา" เซนอสเอ่ย พร้อมกับคว้าข้อมือของกานต์ไว้แน่น มือของเซนอสอุ่นและสั่นเทา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกับความเย็นเยียบของนครแห่งนี้อย่างรุนแรง
หนึ่งในผู้พิทักษ์จังหวะหยุดชะงัก ร่างโปร่งแสงของมันหันมาทางทิศที่พวกเขากระซิบอยู่ คลื่นความถี่สีขาวนวลแผ่ออกมาจากร่างของมัน มันไม่ใช่แสง แต่มันคือเสียงที่ความถี่สูงเกินกว่าหูมนุษย์จะรับได้ แต่มันส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างโมเลกุลของแก้วทรายในตัวกานต์
ครืน...
เสียงร้าวลึกดังขึ้นในอกของกานต์ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปตามเส้นประสาทที่เริ่มกลายเป็นแก้ว เขาไม่ได้เจ็บแบบมนุษย์ แต่มันคือความรู้สึกเหมือนถูกสว่านความถี่สูงเจาะทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณ
"กานต์! ใช้มัน! ใช้จังหวะที่แตกสลายของนายสิ!" เซนอสตะโกน พลางดึงกานต์ให้ลุกขึ้น
กานต์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขายังมีตัวตนอยู่ เขาหลับตาลง—แม้ว่าตาข้างหนึ่งจะมืดบอดไปแล้ว แต่อีกข้างกลับเห็นภาพซ้อนของคลื่นเสียงที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ เขาเริ่มรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่บิดเบี้ยว—ความทรงจำเกี่ยวกับความผิดพลาด การสูญเสีย และความโกรธแค้นที่ไม่อาจแก้ไขได้—แล้วบีบอัดมันให้กลายเป็นจังหวะที่ผิดเพี้ยน (Dissonance)
เขาสลักจังหวะนั้นลงในอากาศด้วยการขยับปลายนิ้วที่สั่นเทา
ตึก... ตึก-ตึก... แคร่ก!
จังหวะที่ขัดแย้งกับความสมบูรณ์แบบของนครเสียงสะท้อนถูกปลดปล่อยออกมา มันไม่ใช่บทเพลงที่ไพเราะ แต่มันคือเสียงกรีดร้องของเศษแก้วที่ถูกบดขยี้ คลื่นเสียงสีหม่นที่เต็มไปด้วยรอยร้าวพุ่งเข้าปะทะกับผู้พิทักษ์จังหวะที่กำลังรุกคืบเข้ามา
ร่างโปร่งแสงของพวกมันสั่นไหวอย่างรุนแรง ความสมบูรณ์แบบที่พวกมันพยายามรักษาไว้ถูกรบกวนด้วยความโกลาหลที่กานต์สร้างขึ้น พื้นผิวของคลื่นเสียงที่แข็งตัวรอบๆ ตัวเริ่มปริแตก เกิดเป็นรอยแยกที่ดูเหมือนแผลเป็นบนท้องฟ้า
"ทำได้ดีมาก! แต่เราต้องไปต่อ!" เซนอสไม่ได้รอช้า เขาฉุดกานต์ให้วิ่งผ่านช่องว่างที่เกิดจากการปะทะกันของคลื่นเสียง
พวกเขาวิ่งไปตามทางเดินที่สั่นคลอน ทุกย่างก้าวเหมือนการเดินอยู่บนผิวน้ำที่กำลังเดือดพล่าน กานต์รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเริ่มสูญเสียการควบคุม ความทรงจำบางส่วนเริ่มไหลย้อนกลับมาในรูปแบบของภาพหลอนที่รุนแรงขึ้น เขาเห็นใบหน้าของคนที่เขาเคยรักในอารยันนคร เห็นรอยสลักบนแผ่นแก้วที่เขาสร้างขึ้นด้วยความภูมิใจ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นคมมีดที่กรีดลงบนผิวหนังของเขาเอง
"หยุด... ฉัน... ฉันจำไม่ได้..." กานต์พึมพำ ลมหายใจของเขาเริ่มกลายเป็นละอองแก้วทรายเล็กๆ
"อย่าปล่อยให้มันลบแก! กานต์! จำความเจ็บปวดนั่นไว้! ความเจ็บปวดคือสิ่งที่ยืนยันว่านายไม่ใช่แค่คลื่นเสียงที่ว่างเปล่า!" เซนอสตะคอกใส่หน้าเขา ขณะที่พวกเขากำลังปีนขึ้นไปบนบันไดเสียงที่กำลังจะพังทลาย
เบื้องหน้าของพวกเขาคือใจกลางของนครเสียงสะท้อน—ที่ซึ่งแกนเสียงดนตรีแห่งทราย (The Sand-Melody Core) ตั้งอยู่ มันไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือพายุหมุนของแสงและเสียงที่หมุนวนอย่างเป็นระเบียบจนน่าขนลุก มันคือจุดรวมของทุกจังหวะในโลกนี้ เป็นจุดที่ความจริงถูกจัดระเบียบให้สะอาดสะอ้านและไร้ซึ่งร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่แปดเปื้อน
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าใกล้แกนนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ทำให้พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาหายไป
ผู้พิทักษ์จังหวะไม่ได้มีเพียงไม่กี่ตน แต่มันกำลังรวมตัวกัน กลายเป็นคลื่นยักษ์ที่ตั้งใจจะกลืนกินทุกความผิดเพี้ยนให้หายไปในความเงียบชั่วนิรันดร์
กานต์มองเห็นเซนอสที่กำลังพยายามยึดเกาะกับขอบทางเดินที่กำลังสลายตัว แสงสว่างจากแกนเสียงดนตรีสะท้อนในดวงตาข้างที่ยังใช้งานได้ของเขา มันสวยงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน ความจริงที่เขาตามหาอยู่ตรงนั้น แต่มันอาจจะเป็นความจริงที่ทำลายล้างทุกสิ่งที่เขาเป็น
เขามองดูมือของตัวเองที่ตอนนี้กลายเป็นแก้วทรายที่โปร่งแสงเกือบจะสมบูรณ์แบบ รอยร้าวที่เคยมีเริ่มเลือนหายไป... และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะถ้าความเจ็บปวดหายไป ตัวตนของเขาก็จะหายไปด้วย
"เซนอส..." กานต์เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ถ้าฉัน... ถ้าฉันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเพลงนี้... นายจะยังจำฉันได้ไหม?"
เซนอสไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ดวงตาของเขาที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความโหยหาและคำสัญญาที่พูดไม่ได้ ทันใดนั้น คลื่นเสียงยักษ์จากเหล่าผู้พิทักษ์ก็โถมเข้าใส่พวกเขา ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น
โลกทั้งใบของกานต์ดับวูบลง เหลือเพียงเสียงดนตรีหนึ่งเดียวที่ดังขึ้นในความมืด—มันไม่ใช่เสียงที่ไพเราะ แต่มันคือจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของเขาเอง
--- กานต์และเซนอสต้องหนีจากการไล่ล่าของผู้พิทักษ์จังหวะในนครเสียงสะท้อน โดยกานต์ต้องใช้ความเจ็บปวดและความทรงจำที่บิดเบี้ยวสร้างจังหวะแห่งการขัดขืนเพื่อรักษาตัวตนก่อนจะถูกกลืนกินเข้าสู่ใจกลางของแกนเสียงดนตรี