← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 74免費

ตอนที่ 74 — เงาในห้องโถงและคำประกาศของผู้อยู่เหนือ

ความเงียบในห้องโถงกลางของเครื่องจักรโบราณไม่ได้เป็นความเงียบแบบที่มนุษย์คุ้นเคย มันไม่ใช่ความสงบของทุ่งหญ้ายามค่ำคืนหรือความนิ่งสนิทของป่าสน แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนต่ำๆ ที่สั่นลึกเข้าไปในกระดูก เป็นเสียงครางเบาๆ ของฟันเฟืองขนาดมหึมาที่หมุนวนอยู่ใต้พื้นผิวโลหะกึ่งชีวภาพ แสงสว่างในห้องนี้ไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์หรือตะเกียง แต่มันเรืองรองออกมาจากรอยแยกของผนังและเส้นเลือดโลหะที่เต้นเป็นจังหวะเหมือนชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่

Anwen ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายครึ่งโลหะของเธอรู้สึกหนักอึ้งกว่าปกติ รอยจารึกบนผิวหนังเรืองแสงสีฟ้าหม่นตอบรับกับบรรยากาศรอบข้าง ราวกับมันกำลังพยายามจะบอกว่าเธอได้มาถึงจุดที่ควรจะมาถึงแล้ว สายตาของเธอจับจ้องไปยังตัวตนลึกลับที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางแสงสลัวที่สาดส่องผ่านโครงสร้างฟันเฟืองและสายเคเบิลที่เลื้อยพันกันเหมือนเถาวัลย์เหล็ก

"เจ้ามาถึงแล้ว... ผู้แบกรับรอยจารึกแห่งความโกลาหล"

น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากปากของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันดังก้องมาจากทุกทิศทางในห้องโถง ราวกับอากาศรอบตัวกลายเป็นเครื่องขยายเสียง ตัวตนนั้นไม่ได้มีรูปร่างที่ชัดเจนนัก แต่มันดูเหมือนเงาที่ถักทอขึ้นจากแสงและควันโลหะ ร่างนั้นสูงตระหง่านจนเกือบจะกลมกลืนไปกับเพดานของห้องโถงเครื่องจักร

Anwen กระชับมือที่เหลือเพียงเนื้อหนังของเธอเข้าหากัน ความเย็นเยียบของอากาศในห้องโถงทำให้เธอสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังพยายามจะฉีกกระชากตัวตนของเธอออกเป็นเสี่ยงๆ "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรับคำทำนายของใคร"

เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่นคง แม้ว่าในใจจะเต็มไปด้วยคำถามที่ถาโถมเข้ามา ผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ด้านหลัง—Fin, Granny Nessa และคนอื่นๆ—ต่างพากันหมอบราบอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว พวกเขาดูเล็กจ้อยและเปราะบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของเครื่องจักรที่กำลังตื่นขึ้นนี้

เงาลึกลับนั้นขยับกายเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับทำให้กลไกขนาดใหญ่รอบๆ ห้องโถงส่งเสียงคำราม "เจ้าคิดว่าการหนีออกจากซากปรักหักพังของโรงเตี๊ยมคือการรอดพ้นงั้นหรือ? เจ้าไม่ได้หนีจากสงคราม Anwen... เจ้ากำลังเดินเข้าสู่ใจกลางของมัน"

เงาเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น เป็นร่างที่สวมชุดคลุมที่ดูเหมือนทำจากแผ่นโลหะบางๆ ที่พริ้วไหวได้เหมือนผ้า ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีเงินเรียบสนิทที่ไม่มีแม้แต่ช่องว่างสำหรับดวงตา แต่ Anwen กลับรู้สึกได้ว่ามันกำลังจ้องมองลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเธอ

"โลกใบนี้กำลังจะถูกจัดระเบียบใหม่"

ร่างในหน้ากากก้าวเดินเข้ามาหาเธอ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นโลหะดังกังวานและหนักแน่น "พวกขุนนางต้องการระเบียบที่ควบคุมได้ด้วยกฎหมายและกำลังทหาร พวกเถาวัลย์โลหะต้องการระเบียบที่ตายตัวและไร้ชีวิต แต่สิ่งที่เจ้าถือครองอยู่... สิ่งที่รอยจารึกในตัวเจ้ากำลังตะโกนออกมา... มันคือระเบียบที่แท้จริง ระเบียบที่เกิดจากการหลอมรวมระหว่างเจตจำนงและกลไก"

Anwen รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากรอยจารึกบนแขนโลหะของเธอ มันเริ่มเต้นระรัวตามจังหวะการพูดของร่างลึกลับนั้น "ระเบียบที่เจ้าว่า... มันคือการทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึกใช่ไหม? การเปลี่ยนชีวิตให้กลายเป็นเพียงฟันเฟืองในระบบที่สมบูรณ์แบบ?"

"ความรู้สึกคือความบกพร่อง" ร่างนั้นตอบอย่างเย็นชา "ความเจ็บปวด ความหิว และความโกรธแค้น คือสิ่งที่ทำให้ Castellane พังทลายลงในยุคสมัยที่ผ่านมา หากเจ้าเลือกที่จะเป็นกุญแจ เจ้าจะสามารถหยุดยั้งความเจ็บปวดทั้งหมดนี้ได้ โลกจะไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีสงครามระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร เพราะทุกอย่างจะเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้การควบคุมที่สมบูรณ์"

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนความทรงจำของเธอ Anwen นึกถึงใบหน้าของแขกที่เคยมาพักในโรงเตี๊ยม นึกถึงเสียงหัวเราะที่ขัดแย้งกับความทุกข์ยาก นึกถึงความวุ่นวายที่ดูเหมือนจะไร้สาระแต่กลับเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

"ถ้าโลกไม่มีความวุ่นวาย... มันก็ไม่มีชีวิต"

Anwen พูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวขึ้น "ความวุ่นวายคือสิ่งที่ทำให้เราเลือกที่จะเมตตาต่อกัน คือสิ่งที่ทำให้เราต้องดิ้นรนเพื่อสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรม หากทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้วด้วยฟันเฟืองที่หมุนวน... แล้วความเป็นมนุษย์จะเหลืออะไรให้รักษาไว้?"

เงาลึกลับหยุดนิ่งลง บรรยากาศในห้องโถงพลันเย็นเยียบลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง "เจ้าช่างดื้อรั้นเหมือนกับบรรพบุรุษของเจ้า ความโกลาหลที่เจ้าเทิดทูนคือยาพิษที่จะทำลายทุกอย่างในที่สุด"

ทันใดนั้น พื้นห้องโถงก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่จากเครื่องจักร แต่เป็นแรงกดดันที่ส่งมาจากร่างลึกลับนั้น แสงสีฟ้าจากรอยจารึกของ Anwen เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มข้น มันไม่ได้เป็นเพียงการตอบสนอง แต่เป็นการประท้วง ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเริ่มส่งเสียงเสียดสีของเหล็กที่กำลังบิดเบี้ยว

"เจ้าอาจจะเลือกทางเดินของเจ้าได้ Anwen"

ร่างในหน้ากากเงินกล่าวต่อ ขณะที่เงาของมันเริ่มแผ่ขยายออกไปคลุมห้องโถงทั้งหมด "แต่จงจำไว้ว่า พลังที่เจ้ามีไม่ใช่ของเจ้าคนเดียว มันเป็นของโลกใบนี้ และโลกกำลังเลือกข้างแล้ว"

ก่อนที่ Anwen จะทันได้โต้ตอบ เสียงระเบิดกัมปนาทก็ดังขึ้นจากทิศทางที่พวกเขาเพิ่งจากมา มันไม่ใช่เสียงจากทหารขุนนาง แต่เป็นเสียงการแตกสลายของมิติที่กำลังถูกรบกวนโดยบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า รอยแยกมิติที่พวกเขาใช้ข้ามมาเริ่มบิดเบี้ยวและส่งเสียงกรีดร้องเหมือนโลหะที่ถูกฉีกขาด

"พวกมันตามมาทันแล้ว"

Anwen หันไปมองทางด้านหลัง ผู้รอดชีวิตกำลังพยายามลุกขึ้นด้วยความตระหนก แต่สิ่งที่กำลังก้าวผ่านรอยแยกมิติเข้ามาไม่ใช่กองทหาร แต่เป็นกลุ่มเงาสีดำที่ดูคล้ายกับเครื่องจักรที่ไร้รูปร่าง พวกมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ และดูเหมือนจะมุ่งเป้ามาที่ตัวเธอโดยเฉพาะ

ร่างลึกลับในหน้ากากเงินไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก แต่มันกลับถอยหลังกลับเข้าสู่เงามืดของเครื่องจักร "เมื่อความโกลาหลมาถึงประตูบ้าน เจ้าจะรู้เองว่าความสงบที่เย็นชานั้นมีค่าเพียงใด"

Anwen ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้วอำนาจ—ตัวตนลึกลับที่เสนอระเบียบที่ไร้ชีวิต และกลุ่มเงาประหลาดที่กำลังบุกรุกเข้ามาจากรอยแยกมิติ โดยมีชีวิตของผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เป็นเดิมพัน เธอสัมผัสได้ว่ารอยจารึกในร่างของเธอกำลังเรียกร้องให้เธอตัดสินใจ ไม่ใช่แค่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพื่อกำหนดว่าโลกใบนี้จะยังคงมี 'หัวใจ' ที่เต้นผิดจังหวะต่อไป หรือจะกลายเป็นเครื่องจักรที่หมุนวนอย่างสมบูรณ์แบบในความเงียบงันตลอดกาล

--- Anwen เผชิญหน้ากับตัวตนลึกลับในห้องโถงเครื่องจักรโบราณที่เสนอให้เธอใช้พลังเพื่อสร้างโลกแห่งระเบียบที่ไร้ความรู้สึก แต่ในขณะที่เธอกำลังปฏิเสธ กลุ่มเงาลึกลับจากรอยแยกมิติก็บุกเข้ามาโจมตี