← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 64免費

ตอนที่ 64 — เศษซากแห่งอำนาจและเสียงเพรียกของโลหะ

กลิ่นไหม้ของเนื้อไม้และไอเย็นของโลหะที่หลอมละลายอบอวลอยู่ในอากาศที่หนักอึ้ง เสียงคำรามของเครื่องจักรใต้ดินไม่ได้เป็นเพียงเสียงสั่นสะเทือนอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่ง ซึ่งสอดประสานไปกับเสียงโลหะกระทบกันดังเคร้งคร้างจากการปะทะกันระหว่างกองกำลังขุนนางและเถาวัลย์จักรกลที่พุ่งพรวดขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน

Anwen ยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของสิ่งที่เคยเป็น 'The Pilgrims' Rest' ร่างกายครึ่งหนึ่งของเธอ—หรืออาจจะมากกว่านั้น—หนักอึ้งและเย็นเยียบ แขนซ้ายที่เปลี่ยนเป็นโลหะขัดเงาสีเงินหม่นสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะมันกำลังตอบสนองต่อคลื่นความถี่ที่มองไม่เห็นซึ่งแผ่ออกมาจากรอยแยกเบื้องล่าง ทุกครั้งที่เถาวัลย์โลหะพุ่งเข้าฉีกกระชากชุดเกราะของทหารราชสำนัก รอยจารึกบนผิวหนังของเธอจะเรืองแสงสีฟ้าซีด แผดเผาความรู้สึกราวกับถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทง

“ถอยไป! เจ้าพวกปีศาจเหล็ก!” เสียงตะโกนของนายทหารคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะถูกกลืนหายไปด้วยเสียงโลหะบดขยี้กระดูก ร่างของเขาถูกเถาวัลย์เส้นหนาพันธนาการและลากหายลงไปในรอยแตกของพื้นดินอย่างรวดเร็วราวกับพายุหมุน

“พวกเราต้องหาที่กำบัง!” Fin ตะโกนผ่านเสียงอื้ออึง เด็กหนุ่มพยายามดึงแขนของ Anwen ให้ถอยห่างจากขอบรอยแยกที่กำลังขยายตัว ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าและเลือด แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววความสับสนและหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า

Anwen ไม่ได้ยินเสียงของ Fin อย่างชัดเจนนัก ในหัวของเธอเต็มไปด้วยเสียงเฟืองที่หมุนวนและเสียงกระซิบของโลหะที่เรียกร้องการจัดระเบียบใหม่ เธอเห็นภาพความทรงจำที่ไม่ได้เป็นของตนเอง—ภาพของเมืองที่สร้างจากเหล็กกล้าและแสงสีฟ้าที่สว่างไสวเกินกว่าดวงตามนุษย์จะรับไหว—มันไหลบ่าเข้ามาในจิตสำนึกราวกับเขื่อนที่พังทลาย

“มันไม่ได้ต้องการทำลาย...” Anwen พึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและมีโทนเสียงกังวานคล้ายโลหะกระทบกัน “มันแค่กำลัง... ปรับปรุง”

“ปรับปรุงอะไรกัน! มันกำลังฆ่าพวกเรา!” Granny Nessa ตะโกนสวนกลับมาจากหลังซากเคาน์เตอร์ไม้ที่แตกหัก เธอพยายามประคองถังน้ำไม้ที่เหลืออยู่เพียงใบเดียวไว้ในอ้อมอก ราวกับว่ามันจะเป็นเกราะป้องกันเดียวที่เหลืออยู่จากหายนะนี้

เบื้องหน้าของพวกเขา สนามรบขนาดเล็กกลางซากปรักหักพังได้กลายเป็นจุดตัดของความโกลาหล ทหารราชสำนักในชุดเกราะเต็มยศพยายามตั้งแถวป้องกัน แต่ดาบและหอกของพวกเขาไม่อาจระคายผิวของเถาวัลย์โลหะที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นราวกับกล้ามเนื้อ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่ใช่เพียงเครื่องจักรที่ไร้ชีวิต แต่มันเคลื่อนไหวด้วยเจตจำนงที่ดุร้ายและเป็นระบบ

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็ส่งผ่านพื้นดินจนทุกคนล้มคว่ำ เถาวัลย์โลหะขนาดมหึมาเส้นหนึ่งพุ่งทะลุขึ้นมาจากใต้ซากโรงเตี๊ยม มันไม่ได้พุ่งเข้าหาทหาร แต่มันกลับม้วนตัวขึ้นไปในอากาศ ราวกับกำลังพยายามจะไขว่คว้าหาบางสิ่งที่อยู่เหนือขึ้นไป บนชั้นบรรยากาศที่เคยเงียบสงบ บัดนี้มีเงาทมิฬขนาดมหึมาเคลื่อนผ่าน เมฆหมอกถูกแหวกออกด้วยแรงดันมหาศาล เผยให้เห็นบางสิ่งที่กำลัง 'ร่วงหล่น' ลงมาอย่างช้าๆ แต่มั่นคง

“นั่นมันอะไรกัน...” Rhys กระซิบขณะพยายามพยุงตัวขึ้นจากพื้นดิน ดวงตาของเขามองขึ้นไปยังท้องฟ้าด้วยความสยดสยอง

มันไม่ใช่ฝน และไม่ใช่ดาวตก แต่มันคือโครงสร้างโลหะขนาดมหึมาที่ดูเหมือนปีกของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ทำจากแก้วและเหล็กกล้า มันเคลื่อนที่ลงมาหาจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย—คือจุดที่ Anwen ยืนอยู่—ราวกับว่ามันกำลังมุ่งหน้ามาเพื่อพบกับกุญแจที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

Anwen รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่มหาศาล รอยจารึกในตัวเธอไม่ได้เพียงแค่เรืองแสง แต่มันเริ่ม 'ดึง' พลังงานจากอากาศรอบตัวเข้าสู่ร่างของเธอ ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเริ่มร้อนจัดจนควันสีขาวลอยกรุ่นออกมา ความเจ็บปวดทวีคูณจนเธอต้องทรุดเข่าลงกับพื้น ท่ามกลางเสียงดาบปะทะโลหะและเสียงกรีดร้องของมนุษย์

“Anwen! ตั้งสติไว้!” Fin วิ่งเข้ามาหาเธอ พยายามจะใช้มือเปล่าแตะไหล่ที่เป็นโลหะของเธอ แต่เขาก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมา

“ถอยไป... Fin...” Anwen เค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก “มันกำลังมา... ทั้งจากข้างล่าง และจากข้างบน... พวกมันไม่ได้สู้กัน... พวกมันกำลังมาบรรจบกัน”

ในวินาทีนั้นเอง ทหารนายหนึ่งที่รอดชีวิตจากการโจมตีของเถาวัลย์โลหะได้พุ่งเข้ามาหา Anwen เขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่เขามาพร้อมกับดาบที่ชี้ตรงมาที่หน้าอกของเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และหวาดกลัว “แก! เจ้าหญิงแห่งความพินาศ! แกคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้!”

ก่อนที่ดาบจะถึงตัว Anwen เถาวัลย์โลหะเส้นหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาขวางไว้ระหว่างพวกเขาทั้งสอง มันไม่ได้โจมตีทหาร แต่มันกลับโอบล้อม Anwen ไว้ราวกับเป็นรังไหมที่แข็งแกร่งและปกป้อง เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นเมื่อมันสร้างเกราะกำบังรอบตัวเธอ ทิ้งให้ทหารผู้นั้นกระเด็นออกไปท่ามกลางฝุ่นควัน

ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าครอบงำชั่วขณะ เมื่อสิ่งลึกลับจากฟากฟ้าเข้าใกล้พื้นโลกมากขึ้นเรื่อยๆ แสงสีฟ้าจากรอยแยกใต้ดินและแสงสีขาวนวลจากฟากฟ้าเริ่มทำปฏิกิริยากันในอากาศ ก่อเกิดเป็นพายุประจุไฟฟ้าที่หมุนวนอยู่เหนือซากโรงเตี๊ยม

Anwen มองเห็นภาพสุดท้ายก่อนที่สติของเธอจะถูกกระชากออกไป—เธอมองเห็นเถาวัลย์โลหะที่กำลังเปลี่ยนสภาพจากอาวุธ กลายเป็น 'สะพาน' ที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นดินและท้องฟ้า และเธอก็รู้ในวินาทีนั้นเองว่า ร่างกายของเธอไม่ใช่เพียงกุญแจ... แต่เธอคือประตูที่กำลังจะถูกเปิดออกเพื่อรับการมาถึงของยุคสมัยใหม่ที่มนุษย์ไม่มีที่ยืนอีกต่อไป

--- ท่ามกลางสงครามระหว่างกองทหารขุนนางและเถาวัลย์โลหะที่พุ่งขึ้นจากรอยแยก Anwen พบว่าตนเองถูกปกป้องโดยจักรกลโบราณในขณะที่สิ่งลึกลับจากฟากฟ้ากำลังร่วงหล่นลงมาเพื่อบรรจบกับพลังงานใต้ดิน