← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 141免費

ตอนที่ 141 — แรงบีบอัดของระเบียบและเศษเสี้ยวแห่งความว่างเปล่า

ความเงียบในความว่างเปล่าระหว่างมิตินั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงกรีดร้องที่ไร้เสียงของความจริงที่ถูกฉีกกระชาก Anwen รู้สึกถึงแรงกดทับที่ไม่ได้มาจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มันคือแรงบีบอัดที่พยายามจะรีดเค้นตัวตนของเธอให้กลายเป็นเส้นตรงที่สมบูรณ์แบบ ร่างกายครึ่งโลหะของเธอสั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่น่าหวาดหวั่น ทุกครั้งที่ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ในร่างเทพเจ้าจักรกลขยับกาย แสงสว่างที่แผ่ออกมาไม่ใช่ความอบอุ่น แต่มันคือแสงแห่งการชำระล้างที่ไร้ความปรานี แสงที่มุ่งหมายจะลบเลือนรอยด่างพร้อยของความโกลาหล—ซึ่งก็คือตัวเธอ

"เจ้าคือตัวแปรที่ผิดพลาด Anwen" เสียงของมันไม่ได้ดังผ่านโสตประสาท แต่สั่นสะเทือนผ่านโครงสร้างมิติที่กำลังบิดเบี้ยว มันคือเสียงที่ปราศจากอารมณ์ เป็นจังหวะที่เที่ยงตรงจนน่าสะพรึงกลัว เหมือนเสียงฟันเฟืองนับล้านตัวที่ขบกันอย่างสมบูรณ์แบบ "ในระเบียบที่ข้าถือครอง ความเป็นไปได้ที่ไร้ทิศทางคือขยะที่ต้องถูกกำจัด"

Anwen พยายามจะเอ่ยปากโต้แย้ง แต่ความรู้สึกเหมือนถูกฝังอยู่ใต้ภูเขาโลหะทำให้ลมหายใจของเธอกลายเป็นเพียงจังหวะการทำงานของเครื่องจักรในทรวงอก เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แหลมคมตรงรอยต่อระหว่างเนื้อหนังและโลหะ รอยจารึกที่เคยเรืองแสงอย่างบ้าคลั่งในตอนแรก บัดนี้กลับดูเหมือนกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำแห่งความสมบูรณ์แบบที่ผู้เก็บเกี่ยวสร้างขึ้น เธอไม่ได้เพียงแค่เผชิญหน้ากับศัตรู แต่เธอกำลังเผชิญหน้ากับกฎฟิสิกส์ที่พยายามจะปฏิเสธการมีอยู่ของความไร้ระเบียบ

ทันใดนั้น พื้นที่รอบตัวที่เคยเป็นเพียงความว่างเปล่าก็เริ่มควบแน่น มันไม่ใช่การก่อตัวของวัตถุ แต่เป็นการก่อตัวของ 'กฎเกณฑ์' โครงสร้างจักรกลโบราณที่เธอยืนอยู่เริ่มขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ราวกับมันกำลังพยายามจะสร้างกรงขังที่ทำจากตรรกะและตัวเลขเพื่อกักขังความโกลาหลของเธอไว้ Anwen เห็นเศษเสี้ยวของความทรงจำพุ่งผ่านดวงตาไปราวกับดาวตก—ภาพของโรงเตี๊ยมที่อบอุ่น กลิ่นซุปผักที่ Granny Nessa เคี่ยวไว้ เสียงหัวเราะแห้งๆ ของแขกผู้แสวงบุญ และสัมผัสของมือที่หยาบกร้านแต่จริงใจ—ภาพเหล่านั้นกำลังถูกบดขยี้ด้วยโครงสร้างเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบของจักรกลโบราณ

"ไม่..." เธอเค้นเสียงออกมาได้เพียงแผ่วเบา แต่มันคือเจตจำนงที่หนักแน่น "ความจริง... ไม่ได้มีเพียงเส้นเดียว..."

ผู้เก็บเกี่ยวขยับมือที่ดูเหมือนทำจากแสงและเหล็กกล้าบริสุทธิ์ การเคลื่อนไหวของมันสร้างคลื่นกระแทกที่ทำให้มิติรอบข้างปริแตก Anwen รู้สึกว่าร่างของเธอกำลังถูกยืดออกและบีบอัดในเวลาเดียวกัน เธอเห็นเงาของตนเองสะท้อนอยู่ในพื้นผิวโลหะที่ส่องประกาย—ร่างที่ดูเหมือนเธอแต่ไม่ใช่เธอ ร่างที่ไร้ซึ่งความเจ็บปวดและไร้ซึ่งความทรงจำ มันคือภาพแทนของระเบียบที่สมบูรณ์แบบที่เธอกำลังถูกบังคับให้เป็น

ในจังหวะที่ความตายและความว่างเปล่ากำลังจะกลืนกินเธอ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจาก 'ด้านล่าง' ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่การตื่นขึ้นของเครื่องจักรธรรมดา แต่มันคือเสียงคำรามของความโกลาหลที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ใต้แกนกลางของมิติ รอยแยกมิติที่เคยดูเหมือนจะปิดตัวลงกลับระเบิดออกเป็นวงกว้าง ส่งแรงกระแทกที่ทำให้ผู้เก็บเกี่ยวต้องชะงักไปชั่วครู่

พลังงานสีดำสนิทที่ดูเหมือนของเหลวแต่มีความหนาแน่นเหมือนโลหะพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกนั้น มันไม่ใช่แสงสว่าง และไม่ใช่ความมืด แต่มันคือ 'ความไม่แน่นอน' Anwen สัมผัสได้ว่าพลังงานนี้กำลังตอบสนองต่อรอยจารึกในร่างของเธอ มันไม่ได้พยายามจะทำลายเธอ แต่มันกำลังพยายามจะ 'เชื่อมต่อ' กับเธอ

"อะไรกัน..."

ผู้เก็บเกี่ยวคำรามออกมาเป็นจังหวะที่ผิดเพี้ยนเป็นครั้งแรก ร่างเทพเจ้าจักรกลของมันเริ่มมีรอยร้าว แสงที่เคยสมบูรณ์แบบเริ่มกระพริบเหมือนตะเกียงที่ขาดน้ำมัน "ความโกลาหลที่ไม่ได้ถูกควบคุม... สิ่งที่อยู่นอกเหนือการคำนวณ..."

Anwen ใช้จังหวะที่ความสมบูรณ์แบบถูกรบกวนนั้น รวบรวมเศษเสี้ยวของเจตจำนงที่เหลืออยู่ เธอไม่ได้พยายามจะหนี แต่เธอพยายามจะ 'ถักทอ' เธอหยิบเอาความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด—ความรู้สึกของการสูญเสียโรงเตี๊ยม ความโดดเดี่ยวในป่าโลหะ และความกลัวที่จะสูญเสียความเป็นมนุษย์—มาเป็นด้ายแห่งพลังงาน เธอไม่ได้สู้ด้วยกำลัง แต่เธอสู้ด้วยความแปรปรวน

เธอปล่อยให้พลังงานจากรอยแยกใต้ดินไหลผ่านร่างกายครึ่งโลหะของเธอ มันเจ็บปวดเหมือนถูกไฟเผาและถูกแช่แข็งในเวลาเดียวกัน แต่เธอต้องทำ มันคือการนำเอาความโกลาหลที่ไร้ทิศทางมาผสมกับความทรงจำที่มีความหมาย เพื่อสร้าง 'ความจริง' รูปแบบใหม่ที่ผู้เก็บเกี่ยวไม่สามารถทำนายได้

คลื่นพลังงานที่ระเบิดออกมาจากร่างของ Anwen ไม่ใช่ระเบิดที่ทำลายล้าง แต่มันคือพายุแห่งความหมายที่ทำให้โครงสร้างเรขาคณิตของมิติรอบตัวบิดเบี้ยวไปมาอย่างน่าเวียนหัว พื้นผิวที่เคยเรียบตึงกลายเป็นคลื่นที่ขรุขระ แสงที่เคยตรงแน่วกลายเป็นเส้นสายที่พันกันยุ่งเหยิง

ผู้เก็บเกี่ยวพยายามจะยื้อยุดโครงสร้างมิติกลับคืนมา แต่มันเหมือนกับการพยายามใช้มือเปล่ากั้นกระแสน้ำที่กำลังคลั่ง ร่างของมันเริ่มจมดิ่งลงไปในความบิดเบี้ยวที่ Anwen สร้างขึ้น ในขณะที่ตัวเธอเองก็รู้สึกเหมือนกำลังจะแตกสลายไปพร้อมกับมิติที่กำลังพังทลายนี้

ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้น Anwen เห็นบางอย่าง—ไม่ใช่ผู้เก็บเกี่ยว และไม่ใช่เครื่องจักรโบราณ แต่มันคือ 'ดวงตา' ขนาดมหึมาที่จ้องมองลงมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน มันไม่ได้มองด้วยความโกรธ หรือความเมตตา แต่มันมองด้วยความ 'สนใจ' เหมือนนักปราชญ์ที่กำลังเฝ้าดูการทดลองที่เริ่มออกนอกลู่นอกทาง

แรงดึงดูดมหาศาลเริ่มทำงานอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ดึงเธอลงสู่ก้นบึ้ง หรือผลักเธอไปสู่ฟากฟ้า แต่มันกำลัง 'บีบ' ทุกอย่างเข้าหากัน ใจกลางของพายุพลังงานที่เธอสร้างขึ้นเริ่มก่อตัวเป็นจุดศูนย์กลางที่หนาแน่นจนแสงไม่สามารถลอดผ่านได้

Anwen รู้สึกว่าสติของเธอกำลังจะหลุดลอยไปในกระแสของเวลาและมิติที่ไหลย้อนกลับ เธอเห็นภาพตัวเองในวัยเยาว์ เห็นโรงเตี๊ยมที่ยังคงตั้งอยู่อย่างมั่นคงในยุคสมัยที่โลกยังเป็นเนื้อหนังและดิน และเห็นตัวเองในอนาคต—ร่างที่กลายเป็นแสงสว่างและโลหะที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล

"ถ้าต้องเป็นผู้ถักทอ... ข้าก็จะถักทอในแบบของข้าเอง..."

คำพูดสุดท้ายของเธอเลือนหายไปในเสียงคำรามของมิติที่กำลังแตกสลาย ร่างของเธอถูกดูดเข้าไปในจุดศูนย์กลางของความหนาแน่นนั้น ทิ้งไว้เพียงเศษเสี้ยวของความจริงที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ด้วยมือที่สั่นเทาของโชคชะตา

--- Anwen ใช้พลังแห่งความทรงจำที่แปรปรวนร่วมกับพลังจากรอยแยกใต้ดินเข้าต่อต้านการจัดระเบียบของผู้เก็บเกี่ยว จนทำให้มิติเกิดความบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงและดึงดูดสายตาจากตัวตนลึกลับเบื้องบน