← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 13免費

ตอนที่ 13 — เงาที่ทอดผ่านซากปรักหักพัง

กลิ่นไหม้ของไม้โอ๊กและเขม่าควันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศที่หนักอึ้งด้วยความชื้น Anwen ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของห้องโถงหลักที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวใจของ The Pilgrims' Rest บัดนี้มันไม่ต่างจากซากศพของอาคารที่ถูกชำแหละด้วยแสงสีฟ้าประหลาด เสียงหยดน้ำที่รั่วจากหลังคาที่แตกกระจายดังกระทบพื้นไม้ที่บิดเบี้ยวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่ความหายนะที่มากกว่าเดิม

เธอกำลังพยายามประคองสติ มือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เธอเอื้อมไปหยิบตะเกียงน้ำมันที่ยังพอใช้งานได้ขึ้นมา จุดไฟท่ามกลางความมืดสลัวที่เข้าปกคลุม แสงไฟริบหรี่เผยให้เห็นความพินาศตรงหน้า—โต๊ะไม้ที่ถูกฉีกขาด เก้าอี้ที่กระเด็นไปคนละทิศละทาง และรอยไหม้สีครามที่ยังคงเรืองแสงจางๆ อยู่บนพื้นดินที่ถูกเปิดออกจากการระเบิดของเครื่องจักรโบราณ

“Mistress... Anwen...” เสียงแหบพร่าดังมาจากมุมหนึ่งของห้อง

Anwen รีบหันไปตามเสียง เธอเห็น Fin เด็กหนุ่มคนครัวนั่งพิงผนังที่แตกร้าว ใบหน้าของเขาเปื้อนเขม่าและเลือดซึมที่หางคิ้ว เขายังมีชีวิตอยู่ แต่แววตาที่เคยเงียบขรึมกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง Fin?” Anwen เดินเข้าไปหาเขา ทิ้งความตื่นตระหนกของตัวเองไว้เบื้องหลังเพื่อทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ต้องดูแลคนของตน “Granny Nessa ล่ะ?”

“ท่านป้า... อยู่ในครัว... ถูกเศษไม้ทับขาไว้” Fin ตอบพลางไอออกมาเป็นเสมหะ “แต่ Mistress... หญิงสาวคนนั้น... เธอหายไปแล้วจริงๆ แสงนั่น... มันไม่ใช่เวทมนตร์ธรรมดา มันเหมือนกับ... เหมือนโลกกำลังถูกฉีกออก”

Anwen ไม่ตอบ เธอไม่ได้สนใจคำอธิบายเรื่องแสงสีฟ้าในวินาทีนี้ สิ่งที่อยู่ในหัวของเธอคือความว่างเปล่าที่น่ากลัวกว่า—ความว่างเปล่าที่หญิงสาวปริศนาทิ้งไว้ หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นศูนย์กลางของพายุลูกนี้ ทั้งที่เธอไม่มีแม้แต่สัมภาระติดตัว

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงโลหะกระทบกันก็ดังมาจากด้านนอกโรงเตี๊ยม มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของแขกที่หลงทาง แต่เป็นเสียงที่เป็นระเบียบและทรงอำนาจ เสียงของรองเท้าบูททหารที่ย่ำลงบนโคลนและเศษหิน Anwen รู้สึกได้ถึงความกดอากาศที่เปลี่ยนไป ความเงียบสงัดที่น่าอึดอัดกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาเธอจากทิศทางของถนนหลวง

“พวกมันมาแล้ว...” เธอพึมพำกับตัวเอง

แสงไฟจากคบเพลิงนับสิบดวงปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าไกลๆ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มเทลงมาอีกครั้ง แสงสีฟ้าประหลาดที่เธอเห็นบนถนนหลวงก่อนหน้านี้ไม่ได้หายไป แต่มันกำลังถูกล้อมรอบด้วยกองกำลังทหารราชสำนักที่ดูเหมือนจะไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่มาเพื่อ 'จัดระเบียบ' สิ่งที่หลุดรอดจากการควบคุม

Anwen มองไปที่ช่องลับใต้พื้นดินที่ยังคงเปิดอ้าอยู่ มันดูเหมือนปากของอสูรกายที่กำลังรอคอยเหยื่อรายต่อไป เครื่องจักรโบราณใต้ดินหยุดทำงานไปแล้ว แต่มันทิ้งความลับที่หนักอึ้งไว้ในใจของเธอ—ความลับที่ว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายการค้าธรรมดา แต่มันตั้งอยู่บนรอยแยกของประวัติศาสตร์ที่โลกพยายามจะลืม

“Fin ฟังฉันนะ” Anwen คุกเข่าลงข้างเด็กหนุ่ม สบตาเขาด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แฝงด้วยความเศร้า “เจ้าต้องพา Granny Nessa ออกไปทางประตูหลัง ผ่านทางลัดหลังคอกม้าของ Rhys อย่าหันหลังกลับมา ไม่ว่าเจ้าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม”

“แล้ว Mistress ล่ะครับ?”

“ฉันมีเรื่องต้องจัดการกับ 'แขก' ที่ยังหลงเหลืออยู่” เธอพูดพลางหยิบมีดทำครัวเล่มยาวที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา ความรู้สึกของเจ้าของโรงเตี๊ยมผู้ใจดีได้ตายไปพร้อมกับหลังคาที่พังทลายแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายบ้านของเธอไปมากกว่านี้

ขณะที่เธอกำลังจะพยุง Fin ขึ้น ประตูหลักที่พังทลายอยู่แล้วก็ถูกกระแทกเปิดออกอีกครั้ง แสงจากคบเพลิงภายนอกสาดส่องเข้ามาในห้องโถง เผยให้เห็นเงาร่างของทหารในชุดเกราะเต็มยศ นำโดยขุนนางผู้หนึ่งที่มีใบหน้าเย็นชาและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภ

“Mistress Anwen” เสียงของขุนนางผู้นั้นกังวานและเยือกเย็น “เจ้าได้ครอบครองสิ่งที่มิใช่ของเจ้า และบัดนี้ ราชอาณาจักรต้องการเรียกคืนสิ่งที่สูญหายไป”

Anwen ยืนขึ้นเต็มความสูง แสงจากตะเกียงในมือสั่นไหวตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว เธอไม่ได้เห็นเพียงแค่ทหาร แต่เธอเห็นถึงความโสมมของอำนาจที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่เธอสร้างมา “ที่นี่คือ The Pilgrims' Rest ขุนนางผู้ทรงเกียรติ... และในโรงเตี๊ยมของฉัน กฎเดียวที่ใช้คือความยุติธรรม ไม่ใช่คำสั่งจากราชสำนักที่ไร้หัวใจ”

ทหารคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า ดาบถูกชักออกจากฝัก เสียงเหล็กเสียดสีกันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท บรรยากาศในห้องโถงที่พังทลายตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ Anwen รู้ดีว่าการเจรจาจบลงแล้ว และสงครามที่แท้จริง—สงครามระหว่างคนตัวเล็กๆ กับอำนาจมืดที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน—เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

แต่ก่อนที่การปะทะจะเริ่มขึ้น เสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ก็ดังขึ้นจากใต้พื้นดินที่แตกออกอีกครั้ง มันไม่ใช่เสียงเครื่องจักร แต่มันคือเสียงของบางสิ่งที่ 'ตื่นขึ้น' จากความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าเดิม

--- ท่ามกลางซากปรักหักพังของโรงเตี๊ยม Anwen ต้องเผชิญหน้ากับกองทหารราชสำนักที่บุกเข้ามาเพื่อทวงคืนความลับใต้ดิน ในขณะที่เสียงคำรามปริศนาจากใต้พื้นดินเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง บ่งบอกว่าสิ่งที่อยู่ข้างใต้ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องจักร