← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 129免費

ตอนที่ 129 — เงาที่รุกคืบและรอยแยกแห่งตัวตน

ความเย็นเยียบของเดือนสโนว์เรนไม่ได้มาในรูปแบบของเกล็ดหิมะที่โปรยปรายอย่างอ่อนโยน หากแต่มาในรูปแบบของมวลอากาศหนักอึ้งที่กรีดแทงผ่านรอยต่อของผิวหนังและโลหะ Anwen ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของโลกที่เธอไม่รู้จักอีกต่อไป กลิ่นของโอโซนที่ไหม้เกรียมผสมปนเปกับกลิ่นสนิมและกลิ่นอายของเนื้อเยื่อชีวภาพที่กำลังเน่าเปื่อยส่งกลิ่นฉุนกะทิอยู่ในจมูก ร่างกายครึ่งโลหะของเธอสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะแรงสั่นสะเทือนที่ยังคงตกค้างจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ในมิติอนุสาวรีย์

เธอกระชับวัตถุปริศนาที่เพิ่งได้รับมาไว้แนบอก สัมผัสของมันเย็นจัดจนทำให้รอยจารึกบนแขนโลหะของเธอแผ่ซ่านความเจ็บปวดออกมาเป็นจังหวะ แสงสลัวจากท้องฟ้าที่บิดเบี้ยวเผยให้เห็นเงาร่างของภาคีระเบียบเหล็กที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านป่าโลหะชีวภาพ พวกเขาไม่ได้เดินเหมือนมนุษย์ แต่เคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่แม่นยำและไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าที่ผิดเพี้ยน ทุกย่างก้าวของพวกเขาส่งผลให้พืชพรรณโลหะรอบข้างขยับตัวตามอย่างเป็นระเบียบ ราวกับว่าความโกลาหลที่ Anwen พยายามถักทอไว้กำลังถูกรีดเค้นให้กลายเป็นเส้นตรงที่แข็งทื่อ

"พวกมันมาแล้ว..." Anwen พึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าและมีเสียงโลหะเสียดสีกันแทรกอยู่ข้างใน

เธอพยายามพยุงร่างที่หนักอึ้งข้ามซากท่อนโลหะที่บิดเบี้ยวคล้ายรากไม้ ทุกครั้งที่เท้าโลหะสัมผัสพื้น เธอจะรู้สึกถึงการตอบสนองจากแกนกลางโลกที่พยายามจะดึงดูดเธอลงไป หรือไม่ก็ผลักไสเธอออกไปจากความจริงที่กำลังก่อตัวขึ้น ความทรงจำเกี่ยวกับโรงเตี๊ยมที่เคยอบอุ่น—เสียงหัวเราะของ Fin, กลิ่นซุปอุ่นๆ ของ Granny Nessa, และเสียงไม้ลั่นในคืนฝนตก—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับเศษกระจกที่คมกริบ มันทั้งปลอบประโลมและกรีดแทงเธอในเวลาเดียวกัน เธอรู้ดีว่า Anwen คนเดิมได้ตายไปแล้วในมิติแห่งความทรงจำนั้น เหลือเพียง 'ผู้ถักทอ' ที่ต้องแบกรับน้ำหนักของโลกที่พังทลาย

ทันใดนั้น เสียงหวีดหวิวของอากาศที่ถูกฉีกขาดก็ดังขึ้นจากเบื้องบน Anwen เงยหน้าขึ้นมอง เงายักษ์บนฟากฟ้าไม่ได้เพียงแค่เคลื่อนที่ผ่านไป แต่มันกำลัง 'จดจ้อง' ลงมา สายตาที่มองไม่เห็นนั้นกดทับบรรยากาศจนเธอรู้สึกเหมือนกระดูกโลหะกำลังจะร้าว และในวินาทีนั้นเอง เธอสัมผัสได้ถึงสายตาอีกคู่หนึ่ง... สายตาที่ไม่ได้มาจากฟากฟ้า และไม่ได้มาจากใต้ดิน แต่มันมาจาก 'ข้างนอก' ขอบเขตของความเป็นจริงที่เธอกำลังยืนอยู่ มันเป็นสายตาที่นิ่งสนิท เย็นชา และเต็มไปด้วยความคาดหวังที่น่าสะพรึงกลัว

"เจ้าจะหนีไปได้นานแค่ไหน ผู้ถักทอ?" เสียงนั้นไม่ได้ดังผ่านหู แต่มันดังก้องอยู่ในรอยจารึกบนร่างกายของเธอ

Anwen ไม่รอช้า เธอตัดสินใจทิ้งความลังเลไว้เบื้องหลัง ร่างกายของเธอเริ่มเรืองแสงจางๆ เป็นสีม่วงอมเทา—สีแห่งความโกลาหล—เธอเริ่มเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ไม่ได้ถูกกำหนดโดยภูมิศาสตร์ แต่ถูกกำหนดโดยจังหวะของความทรงจำ เธอไม่ได้วิ่งหนีความตาย แต่เธอกำลังวิ่งเข้าหาจุดที่ความจริงจะเชื่อมต่อกันได้อีกครั้ง เธอต้องหา 'จุดรวมจิต' (The Nexus of Memory) ให้พบ ก่อนที่ภาคีระเบียบเหล็กจะล้อมกรอบเธอ หรือก่อนที่ตัวตนลึกลับนั้นจะตัดสินใจ 'เก็บเกี่ยว' เธอเสียตั้งแต่ตอนนี้

ระหว่างการหลบหนี เธอพบกับซากสิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลที่ดูเหมือนจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ความตายในโลกนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการเปลี่ยนรูปทรง เศษเสี้ยวของฟันเฟืองที่ยังคงหมุนวนอย่างช้าๆ ในเลือดสีน้ำเงินเข้มของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ย้ำเตือนเธอว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือการจัดระเบียบใหม่ที่โหดร้าย Anwen รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลจากวัตถุในมือ มันเริ่มสั่นสะเทือนแรงขึ้นเมื่อเธอเข้าใกล้เขตแดนของซากปรักหักพังขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นอดีตเมืองหลวงของ Castellane

เธอกระโดดข้ามรอยแยกของพื้นดินที่ขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต เสียงคำรามจากใต้ดินดังขึ้นเป็นระยะ คล้ายกับหัวใจของยักษ์ที่กำลังเต้นผิดจังหวะ Anwen ต้องใช้พลังจากรอยจารึกเพื่อสร้าง 'ความไม่เสถียร' รอบตัวเธอ เพื่อหลอกล่อให้หน่วยล่าสังหารมองไม่เห็นร่องรอยการเคลื่อนที่ของเธอ ทุกครั้งที่เธอใช้พลัง ร่างกายครึ่งโลหะจะเกิดความร้อนสูงจนควันพวยพุ่งออกมา แต่นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อรักษาตัวตนไม่ให้ถูกลบเลือนไปในกระแสของระเบียบเหล็ก

เมื่อเธอมาถึงขอบของซากเมืองหลวงโลหะ เธอหยุดชะงัก ภาพที่เห็นตรงหน้าคือหอคอยที่บิดเบี้ยวราวกับถูกมือยักษ์บิดจนเสียรูป มันไม่ใช่แค่ซากปรักหักพัง แต่มันคือ 'อนุสาวรีย์ของความผิดพลาด' ที่สวยงามและน่าสยดสยองในเวลาเดียวกัน ที่นั่น แสงสว่างประหลาดที่เธอเคยเห็นในซากปรักหักพังก่อนหน้านี้กำลังกะพริบถี่ๆ อยู่ที่ใจกลางของโครงสร้างเหล็กเหล่านั้น มันดูเหมือนคำเชื้อเชิญ และดูเหมือนกับดักที่ถูกวางไว้โดยพระเจ้าที่กำลังเบื่อหน่าย

Anwen สูดลมหายใจที่เต็มไปด้วยฝุ่นโลหะเข้าปอด เธอรู้ว่าการก้าวต่อไปหมายถึงการเผชิญหน้ากับสิ่งที่รอคอยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้เก็บเกี่ยว ภัยคุกคามจากฟากฟ้า หรือตัวตนลึกลับที่เฝ้ามองเธออยู่ แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น ในฐานะผู้ถักทอความโกลาหล เธอต้องเดินหน้าไปตามเส้นด้ายที่เธอเป็นคนเริ่มถักทอขึ้นมาเอง

เงาของภาคีระเบียบเหล็กเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาตามลมเย็น Anwen กระชับวัตถุปริศนาแน่นขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของมิติ เธอเริ่มก้าวเดินเข้าสู่ใจกลางของซากเมืองหลวง ทิ้งรอยเท้าโลหะไว้บนพื้นดินที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

--- Anwen ต้องหลบหนีการไล่ล่าของภาคีระเบียบเหล็กท่ามกลางโลกที่บิดเบี้ยว โดยเธอเริ่มสัมผัสได้ถึงสายตาจากนอกขอบเขตความจริงและมุ่งหน้าสู่ซากเมืองหลวงเพื่อค้นหาจุดรวมจิต