ตอนที่ 1 — ค่ำคืนแห่งรอยต่อและสายฝนแรก
เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ อยู่ไกลออกไปในขอบฟ้าสีตะกั่ว กลิ่นดินที่ถูกความร้อนจากการเดินทางแผดเผามาตลอดทั้งวันถูกชโลมด้วยละอองฝนแรกที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา Mistress Anwen ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กขัดมัน มือของเธอขยับเช็ดแก้วเบียร์ที่สะอาดอยู่แล้วด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ สายตาของเธอมองผ่านหน้าต่างบานเล็กไปยังทางหลวงสายหลักที่ทอดตัวยาวผ่านอาณาจักร Castellane แสงตะเกียงน้ำมันในโรงเตี๊ยมสะท้อนกับหยดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจก ดูเหมือนม่านน้ำตาที่กั้นกลางระหว่างความอบอุ่นภายในกับความเวิ้งว้างของโลกภายนอก
“ฟิน เตรียมน้ำร้อนเพิ่มอีกสองถัง” เธอสั่งโดยไม่หันไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงช้อนส้อมอยู่มุมห้อง
“ครับ มิสเทรส” Fin ตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงเรียบเฉยตามนิสัยของเขา เขาขยับตัวอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางไอความร้อนจากเตาผิงที่ Granny Nessa กำลังคุมไฟอยู่ทางด้านหลัง
“น้ำร้อนน่ะเตรียมได้ แต่คนจะมากันกี่คนล่ะ?” Granny Nessa ตะโกนสวนขึ้นมาขณะที่กำลังสับหัวหอม เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดังฉับๆ เป็นจังหวะหนักแน่น “ฝนตกหนักแบบนี้ พวกนักเดินทางคงไม่กล้าบุกมาถึงที่นี่ถ้าไม่จนตรอกจริงๆ”
Anwen ไม่ตอบ เธอเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ประสาทสัมผัสของเธอเริ่มทำงานมากกว่าปกติ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักและเชื่องช้าของม้าที่เดินลุยโคลนใกล้เข้ามา เสียงเหล็กกระทบหิน และเสียงตะโกนด่าทอพายุที่แว่วมาตามลม
ประตูโรงเตี๊ยมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับกระแสลมเย็นจัดและละอองฝนที่สาดเข้ามาภายใน กลุ่มคนกลุ่มแรกก้าวเข้ามาด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ พ่อค้าวัวสามคนในชุดผ้าเนื้อหยาบที่เปียกโชกจนแนบไปกับร่างกาย ผิวหนังของพวกเขาแดงก่ำจากความหนาวและความเหนื่อยล้า กลิ่นสาบของสัตว์และกลิ่นโคลนฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
“ขอที่พัก... และอาหารร้อนๆ ด้วยเถอะแม่นาง” หัวหน้ากลุ่มพ่อค้าเอ่ยพลางพยายามปัดน้ำออกจากใบหน้า เขาดูเป็นชายวัยกลางคนที่มีแววตาเหนื่อยอ่อนจากการคุมฝูงสัตว์มาทั้งวัน
“ห้องว่างยังมี แต่ต้องจ่ายล่วงหน้า และม้าของพวกท่านต้องไปที่คอกกับ Rhys ทันที” Anwen ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจ เธอไม่แสดงความสงสารที่เห็นสภาพพวกเขา แต่เธอก็ไม่ได้แสดงความรังเกียจ “Fin เตรียมซุปข้าวโอ๊ตกับขนมปังดำไว้ให้พวกเขาด้วย”
ขณะที่พ่อค้ากำลังจัดแจงที่นั่ง เสียงฝีเท้าที่มั่นคงและจังหวะที่ต่างออกไปก็ดังขึ้นที่หน้าประตูอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงลากเท้าที่เหนื่อยล้า แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังชั้นดีที่กระทบพื้นไม้ดัง ‘ตึก ตึก’ อย่างมีระเบียบ ชายสองคนในชุดผ้าคลุมสีเข้มที่ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็นนักเดินทางธรรมดาเดินเข้ามา พวกเขาไม่ได้เปียกโชกเท่ากลุ่มแรก แต่รอยเปียกชื้นที่ชายเสื้อบ่งบอกว่าพวกเขาเพิ่งหนีจากพายุมาได้ไม่นาน
Anwen หรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ตราประทับเล็กๆ บนเข็มขัดของชายคนหนึ่ง มันไม่ใช่ตราประจำตระกูลขุนนางใหญ่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่จัดเก็บภาษีท้องถิ่นที่มักจะมาพร้อมกับความตึงเครียดเสมอ ชายคนนั้นมีท่าทางระแวดระวังและกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบสงบของโรงเตี๊ยม
“สองที่พัก ห้องส่วนตัว และไวน์แดงที่ดีที่สุดเท่าที่ท่านมี” ชายผู้นั้นสั่ง น้ำเสียงของเขามีอำนาจสั่งการที่แฝงความหยิ่งยโส
“ไวน์แดงของเราต้องใช้เวลาเปิดขวดสักครู่ โปรดรอที่โต๊ะริมเตาผิงนะคะ” Anwen ตอบกลับด้วยรอยยิ้มทางธุรกิจที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เธอรู้ดีว่าคนประเภทนี้มักจะนำพาความวุ่นวายมาให้เสมอ
ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดระหว่างความเรียบง่ายของพ่อค้ากับความโอ่อ่าของเจ้าหน้าที่กำลังก่อตัวขึ้น ประตูก็เปิดออกอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย คราวนี้ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีเสียงฝีเท้าหนักๆ มีเพียงร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับวิญญาณ เธอสวมชุดคลุมสีเทาหม่นที่เปียกชื้นจนดูเหมือนสีของหมอกควัน เธอไม่มีสัมภาระ ไม่มีถุงย่าม ไม่มีแม้แต่ไม้เท้า สิ่งเดียวที่เธอมีคือดวงตาที่สงบนิ่งจนน่าประหลาดใจท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ
หญิงสาวผู้นั้นยืนนิ่งอยู่ตรงธรณีประตู สายตาของเธอไม่ได้มองหาอาหารหรือที่พัก แต่มองตรงมาที่ Anwen ราวกับกำลังมองหาคำตอบบางอย่างที่ไม่มีใครในห้องนี้ล่วงรู้
“มีที่ว่างสำหรับผู้ที่ไม่มีสิ่งใดติดตัวมาเลยไหมคะ?” หญิงสาวเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่กลับชัดเจนท่ามกลางเสียงฝนที่กระทบหลังคา
Anwen นิ่งไปชั่วครู่ เธอประเมินหญิงสาวตรงหน้า—ไม่มีร่องรอยของโจรป่า ไม่มีท่าทีของขุนนางที่หลงทาง แต่มีความว่างเปล่าที่น่าขนลุกอยู่ในแววตานั้น “ที่พักของเรามีสำหรับทุกคน มิสเทรส... แต่ราคาของมันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ท่านจะมอบให้เราทดแทน”
บรรยากาศในโรงเตี๊ยมเปลี่ยนไปทันที พ่อค้าเริ่มกระซิบกระซาบ เจ้าหน้าที่ปลอมตัวคนนั้นขยับมือเข้าใกล้ด้ามมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม ขณะที่ Granny Nessa หยุดสับหัวหอมแล้วมองมาที่หญิงสาวปริศนาด้วยความสงสัย
Anwen รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอากาศ มันไม่ใช่แค่พายุฝน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ใหญ่กว่าชีวิตในโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งนี้ เธอจัดแจงวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์ เสียงแก้วกระทบไม้ดัง ‘กึก’ เป็นสัญญาณว่าการต้อนรับที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว และคืนนี้... ความเงียบสงบของ The Pilgrims' Rest อาจจะเป็นเพียงภาพลวงตาก่อนที่พายุแห่งความเปลี่ยนแปลงจะพัดผ่านเข้ามา
--- ท่ามกลางพายุฝนแรกของฤดูมรสุม นักเดินทางสามกลุ่มที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง—พ่อค้าวัวผู้เหนื่อยล้า, เจ้าหน้าที่รัฐที่แฝงตัวมา, และหญิงสาวปริศนาที่ไร้สัมภาระ—ได้มาถึงโรงเตี๊ยมพร้อมกัน ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศแห่งความตึงเครียดที่ Anwen ต้องเผชิญ