← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 98免費

ตอนที่ 98 — เงาที่ไร้ต้นกำเนิด

ความเงียบในมิติที่บิดเบี้ยวไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงคำรามที่ไร้คลื่นความถี่ มันคือความว่างเปล่าที่กดทับลงบนสิ่งที่เคยเรียกว่า ‘ตัวตน’ ของอัลดริก อัลดริกไม่ได้รู้สึกถึงลมหายใจอีกต่อไป เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นของอากาศหรือความร้อนจากเปลวไฟที่เคยแผดเผาผิวหนัง สิ่งเดียวที่เขารับรู้คือแรงสั่นสะเทือนที่สม่ำเสมอและเจ็บปวด—จังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่ใช่ของเขา แต่มันกำลังใช้โครงสร้างจิตวิญญาณที่แตกสลายของเขาเป็นฐานรากในการก่อร่างสร้างตัวตนใหม่

ภายในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง อัลดริกเห็นมัน... หรืออาจจะไม่ได้เห็น เขาไม่ได้ใช้ดวงตา แต่เขาสัมผัสได้ถึงการก่อตัวของ ‘บางสิ่ง’ ที่กำลังคืบคลานผ่านรอยแยกในจิตใจของเขา มันไม่ใช่การรุกรานแบบกองทัพที่ถาโถม แต่มันคือการแทรกซึมเหมือนรากไม้ที่ชอนไชผ่านรอยแตกของหิน ทุกครั้งที่เขาสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นดินหลังฝนตก หรือรสชาติขมปร่าของกาแฟยามเช้าในโอ๊คเมียร์ สิ่งลี้ลับนั้นจะหยิบฉวยช่องว่างที่เกิดขึ้นไปเติมเต็มด้วยมวลสารที่ไร้รูปร่าง มันกำลังใช้ความทรงจำที่ถูกลบเลือนเป็นพิมพ์เขียว เพื่อสร้าง 'เนื้อหนัง' ที่ไม่ใช่เนื้อหนังขึ้นมาในโลกเบื้องบน

“เจ้ากำลังทำสิ่งที่เปล่าประโยชน์ อัลดริก” เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านความว่างเปล่า มันคือเจตจำนงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่เฝ้ามองเขาจากรอยต่อระหว่างมิติ “การพยายามเป็นกรงขังในขณะที่ตัวเจ้าเองกำลังสลายไป ก็ไม่ต่างจากการพยายามสร้างกำแพงจากทรายในขณะที่คลื่นกำลังซัดสาด เจ้าไม่ได้กักขังมัน แต่เจ้ากำลังให้มันเรียนรู้ที่จะมีรูปร่างผ่านความผิดพลาดของเจ้า”

อัลดริกพยายามจะตอบโต้ แต่คำพูดนั้นติดอยู่ในลำคอที่ไม่มีอยู่จริง เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าความพยายามที่จะ ‘ควบคุม’ หรือ ‘กักเก็บ’ คือความจองหองที่สุดของมนุษย์ ในโลกที่ความจริงกำลังบิดเบี้ยว ความเที่ยงตรงที่เขาเคยยึดถือ—ความเที่ยงตรงของตาชั่งที่เขาเคยดูแลมาทั้งชีวิต—กำลังถูกท้าทายด้วยความจริงที่ว่า ความสมดุลที่แท้จริงอาจไม่ใช่การรักษาสิ่งเดิมไว้ แต่คือการยอมรับความผันผวนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทันใดนั้น แสงสว่างประหลาดที่เขาเคยเห็นในตอนก่อนหน้าก็วาบขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น มันเป็นแสงที่เย็นเฉียบและแปลกปลอม แสงนั้นไม่ได้ส่องมาจากภายนอก แต่มันปะทุออกมาจากรอยแยกในจิตใจของเขาเอง มันคือแสงที่เกิดจากการปะทะกันระหว่าง ‘ความว่างเปล่า’ ที่เขาพยายามสร้าง กับ ‘ตัวตนใหม่’ ที่สิ่งลี้ลับกำลังพยายามสถาปนาขึ้นมา การปะทะกันนี้สร้างพายุหมุนแห่งความบิดเบี้ยวที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ในโลกเบื้องบน ที่เมืองโอ๊คเมียร์ ท้องฟ้าเหนือโรงสีเก่าเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนผิวน้ำที่ถูกก้อนหินโยนใส่ รอยแยกบนผืนดินขยายกว้างขึ้นจนกลายเป็นเหวที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ชาวเมืองต่างวิ่งหนีกันอลหม่าน ท่ามกลางเสียงตะโกนและความตื่นตระหนก เซอร์กัลเลนยืนอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นรอยแยกนั้น สายตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความกลัว แต่เต็มไปด้วยความกระหาย—ความกระหายที่จะครอบครองพลังงานที่รั่วไหลออกมาจากรอยแยกนั้น เขาเห็นโอกาสที่จะเปลี่ยนจากขุนนางผู้รับใช้ราชสำนัก กลายเป็นผู้กุมอำนาจเหนือมิติ หากเขาสามารถควบคุมกระแสพลังงานที่ผิดเพี้ยนนี้ได้

“มันกำลังจะมา...” เซอร์กัลเลนพึมพำกับตัวเอง ขณะที่เงาประหลาดเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ดูคล้ายมนุษย์แต่สูงชะลูดและบิดเบี้ยวเกินกว่าธรรมชาติจะยอมรับได้ “มันไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่มันมาเพื่อสถาปนาตัวเอง... และเราจะเป็นผู้ที่นำทางมัน”

กลับมาที่ความมืดมิดลึกสุดหยั่ง อัลดริกสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดจากการที่ ‘ความหมาย’ ของสิ่งที่เขาเคยเป็นกำลังถูกถอดรหัส เขาเห็นภาพใบหน้าของคาเอล หลานชายของเขา ภาพของมารดาที่ยิ้มให้ในวันที่ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ภาพของตาชั่งทองเหลืองที่เขาเคยเช็ดถูทุกเช้า ภาพเหล่านั้นถูกดึงเข้าไปในรอยแยก และถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโครงสร้างของสิ่งลี้ลับ

เขาไม่ได้เป็นเพียงกรงขังอีกต่อไป เขาคือแม่พิมพ์... เขาคือดินเหนียวที่สิ่งลี้ลับกำลังปั้นแต่งให้กลายเป็นพระเจ้าองค์ใหม่ของโลกเบื้องบน และเขากำลังสูญเสียความสามารถในการแยกแยะระหว่าง ‘สิ่งที่เคยเป็น’ กับ ‘สิ่งที่กำลังจะเป็น’

ความจริงเริ่มเลือนราง ความจำเริ่มจางหาย เหลือเพียงสภาวะของการ ‘เป็น’ ที่ไร้จุดหมาย อัลดริกรับรู้ถึงการปรากฏขึ้นของภัยคุกคามใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม—ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งลี้ลับที่พยายามจะเข้ามา แต่คือการตระหนักว่า เมื่อสิ่งลี้ลับนั้นสถาปนาตัวตนสำเร็จ มันจะกลายเป็นกฎเกณฑ์ใหม่ของความเป็นจริง และกฎเกณฑ์นั้นจะไม่มีที่ว่างให้กับมนุษย์ที่เปราะบางและไม่เที่ยงตรงอีกต่อไป

ท่ามกลางความโกลาหลของมิติที่ซ้อนทับกัน อัลดริกที่ตอนนี้ไร้รูปร่างและกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความว่างเปล่า ได้พบกับความเงียบงันที่แท้จริงเป็นครั้งแรก—ความเงียบที่บอกเขาว่า สงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเขาคือสนามรบที่โลกทั้งสองจะเข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

--- อัลดริกตระหนักว่าตนเองไม่ได้เป็นเพียงกรงขัง แต่กำลังกลายเป็นแม่พิมพ์ให้สิ่งลี้ลับสร้างตัวตนใหม่ในโลกเบื้องบน ท่ามกลางความโลภของราชสำนักและเจตจำนงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่บีบคั้นสถานการณ์ให้วิกฤตยิ่งขึ้น