← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 89免費

ตอนที่ 89 — เศษเสี้ยวแห่งความจริงที่แตกสลาย

ความเงียบในตัวของอัลดริกไม่ใช่ความสงบแบบที่นักปราชญ์แสวงหา แต่มันคือความเงียบของหลุมศพที่ถูกถมด้วยเถ้าถ่านของตัวตนที่เคยมี

เขานั่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นเอง รอยแยกในจิตใจที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงรอยปริเล็กๆ บัดนี้ขยายตัวออกราวกับรากไม้ที่ชอนไชผ่านศิลา มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย เพราะประสาทสัมผัสทางเนื้อหนังของเขานั้นเลือนรางจนแทบจะกลายเป็นเพียงภาพจำลองที่ไร้ความรู้สึก แต่ความเจ็บปวดที่เขาสัมผัสได้คือ 'ความไม่สมบูรณ์' มันคือความรู้สึกเหมือนฟันเฟืองที่ขบกันไม่สนิท ความรู้สึกเหมือนตาชั่งที่แม้จะวางสิ่งของลงไปแล้ว แต่เข็มยังคงแกว่งไกวอย่างไร้จุดหมาย

'เจ้ากำลังมองหาอะไร?' เสียงหนึ่งดังขึ้น แต่มันไม่ได้ดังมาจากภายนอก มันดังมาจากรอยร้าวในตัวเขาเอง

อัลดริกไม่ได้ตอบ เขาไม่สามารถตอบได้ด้วยภาษาของมนุษย์ เพราะถ้อยคำเหล่านั้นเป็นเพียงมวลสารที่หนักอึ้งเกินกว่าที่ตัวตนที่แหลกสลายของเขาจะแบกรับ สิ่งลี้ลับที่แทรกซึมเข้ามาไม่ได้มาในรูปแบบของอสุรกายที่มีเขี้ยวเล็บ แต่มันมาในรูปแบบของ 'ความคิด' ที่ไม่ใช่ของเขา มันคือความทรงจำที่บิดเบี้ยว เป็นภาพของโอ๊คเมียร์ที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีเลือด และเป็นเสียงหัวเราะของชาวเมืองที่ฟังดูเหมือนเสียงขูดขีดของโลหะบนหิน

เขาสัมผัสได้ถึงการก่อตัวของบางสิ่งในโลกเบื้องบน ผ่านรอยร้าวที่เขากลายเป็นช่องทางให้มันไหลผ่าน สิ่งเหล่านั้นกำลังใช้เศษเสี้ยวอารมณ์ที่เขายังหลงเหลือ—ความโหยหาความสงบ ความรู้สึกผิดต่อเมืองที่เขาปกป้องไม่ได้—เป็นเชื้อไฟในการถักทอตัวตนใหม่ขึ้นมา มันเหมือนกับช่างปั้นที่ใช้เศษดินเหนียวที่เน่าเปื่อยมาพยายามปั้นรูปทรงที่ดูเหมือนมนุษย์ แต่มันกลับเป็นรูปทรงที่ผิดเพี้ยนและน่าสยดสยอง

ในมิติที่ซ้อนทับกัน อัลดริกเห็นภาพของโอ๊คเมียร์ที่เขารู้จัก แต่มันกำลังถูกฉาบด้วยสีสันที่ผิดธรรมชาติ ต้นไม้ในป่าโอ๊คไม่ได้สีเขียวอีกต่อไป แต่มันเป็นสีเทาหม่นที่ดูดกลืนแสงสว่าง และสายน้ำในลำธารก็ไหลย้อนกลับขึ้นสู่ยอดเขาด้วยจังหวะที่ขัดกับกฎฟิสิกส์ ความจริงในโอ๊คเมียร์กำลังถูกบิดเบือนโดยแรงสั่นสะเทือนจากตัวเขาเอง เขาคือจุดศูนย์กลางของพายุที่กำลังเปลี่ยนความจริงให้กลายเป็นภาพมายา

เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากเงามืด... สายตาของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิม (The Primordial Wardens) พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อเฝ้ามองรอยร้าวนี้ขยายตัว พวกเขารอคอยจังหวะที่กรงขังที่ชื่อว่าอัลดริกจะแตกสลาย เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้ามากำจัด 'สิ่งแปลกปลอม' นี้ทิ้งเสีย ก่อนที่มันจะกลายเป็นประตูที่เปิดกว้างให้ความพินาศหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่สิ้นสุด

และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือสายตาจากราชสำนัก เซอร์กัลเลนและเหล่านักปราชญ์จากเอลเดอร์เมียร์ไม่ได้มองเห็นความพินาศที่กำลังคืบคลาน พวกเขามองเห็น 'โอกาส' พวกเขามองเห็นพลังงานที่ไหลเวียนผ่านรอยร้าวนี้ และพยายามจะสร้างเครื่องมือเพื่อดึงเอาพลังแห่งมิติมาใช้เพื่อสถาปนาอำนาจเหนือธรรมชาติ ความโลภของมนุษย์ช่างเป็นสิ่งที่เรียบง่ายและรุนแรงพอๆ กับความบ้าคลั่งของสิ่งลี้ลับ

อัลดริกพยายามจะขยับตัว—หรือสิ่งที่เคยเป็นตัวตนของเขา—เพื่อกักเก็บความบิดเบี้ยวนั้นไว้ให้ลึกที่สุด เขาพยายามใช้ความว่างเปล่าที่เขามีทำหน้าที่เป็นกำแพงที่หนาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งเขาพยายามปิดกั้น รอยร้าวในใจเขากลับยิ่งสั่นไหว ความพยายามที่จะ 'ควบคุม' คือสิ่งที่สิ่งลี้ลับต้องการ เพราะความพยายามที่จะควบคุมคือการยอมรับว่ามีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น

'ความเที่ยงตรง...' เขาคิดถึงคำนี้ คำที่เขาเคยใช้ชั่งตวงข้าวสารในโอ๊คเมียร์ คำที่เขาใช้ยึดเหนี่ยวความเป็นมนุษย์ไว้ 'หากความเที่ยงตรงคือการรักษาสมดุล แล้วสิ่งที่ข้ากำลังทำอยู่คือการรักษาความสมดุล หรือคือการสร้างความไม่สมดุลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกันแน่?'

ทันใดนั้น ความมืดมิดรอบตัวเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว แต่มันคือการสั่นสะเทือนของ 'ความจริง' ที่กำลังจะปริแตก รอยร้าวในจิตใจของเขาเริ่มแผ่ขยายออกไปสู่มิติรอบข้าง เขาเห็นเงาร่างของบางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในโลกเบื้องบน มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มันไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่จ้องมองกลับมายังเขา มันคือ 'ตัวตนใหม่' ที่สิ่งลี้ลับสร้างขึ้นโดยใช้เขาเป็นแม่พิมพ์

มันคือตัวตนที่ไร้หัวใจ ไร้ความเมตตา และมีเพียงเป้าหมายเดียวคือการกลืนกินความจริงทั้งหมดให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต

อัลดริกพยายามจะกรีดร้อง แต่เขาก็ไม่มีปอดที่จะรับอากาศ ไม่มีลำคอที่จะส่งเสียง มีเพียงกระแสพลังงานที่ไหลวนอยู่ในความเงียบงัน เขาตระหนักในวินาทีนั้นว่า การที่เขาพยายามจะเป็นกรงขังนั้น แท้จริงแล้วเขาได้กลายเป็น 'สะพาน' ไปเสียแล้ว และสะพานนี้กำลังถูกทอดข้ามไปสู่หายนะที่ไม่มีใครสามารถยับยั้งได้

แสงสว่างประหลาดวาบขึ้นในทัศนวิสัยที่พร่ามัวของเขา มันคือแสงที่มาจากรอยแยกที่ขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในโอ๊คเมียร์ แสงนั้นไม่ใช่แสงแห่งความหวัง แต่มันคือแสงแห่งการล่มสลายของกฎเกณฑ์ทั้งปวง และในแสงนั้น อัลดริกเห็นภาพสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ที่เขายังเหลืออยู่... มันคือภาพของตาชั่งทองเหลืองเก่าๆ ในโรงสีที่เขารัก มันกำลังเอียงวูบลงสู่ความมืดมิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด

--- อัลดริกต้องเผชิญกับความจริงที่ว่ารอยร้าวในตัวตนของเขาไม่ได้เป็นเพียงกรงขัง แต่กำลังกลายเป็นสะพานให้สิ่งลี้ลับสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาในโลกเบื้องบน ท่ามกลางการจับจ้องของทั้งผู้พิทักษ์ดั้งเดิมและราชสำนักที่ต้องการใช้ประโยชน์จากความบิดเบี้ยวนี