ตอนที่ 68 — เงาที่คืบคลานผ่านรอยปริ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทหารหลวงที่มุ่งหน้ามายังโอ๊คเมียร์ไม่ได้ดังมาจากถนนดินเพียงอย่างเดียว แต่มันดังก้องอยู่ในโสตประสาทของอัลดริก ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยนของโลกใบนี้ เขาไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นดินที่มั่นคงอีกต่อไป แต่เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวของความจริงที่กำลังหลุดลุ่ย
กลิ่นดินชื้นแฉะที่ผสมกับกลิ่นโอโซนจางๆ จากรอยแยกที่แผ่ขยายออกไปทั่วทุ่งนาด้านนอกเมืองโอ๊คเมียร์ มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้คลื่นไส้—กลิ่นของสิ่งที่ 'ไม่ควรมีอยู่' อัลดริกพยายามข่มความสั่นเทาในอก เขายืนอยู่ตรงจุดที่รอยแยกบนพื้นดินขยายตัวออกเป็นวงกว้าง พื้นหญ้าที่เคยเขียวขจีบัดนี้กลายเป็นสีเทาซีดและเปราะบางราวกับเถ้าถ่าน ทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน รอยแยกเหล่านั้นจะส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงกระซิบของคนนับพันที่กำลังโอดครวญ
เขารู้สึกได้ถึง 'พวกมัน' สิ่งลี้ลับที่เคยเป็นเพียงเงาจางๆ ในนิมิต บัดนี้พวกมันกำลังเรียนรู้ เขาเห็นมันผ่านช่องว่างในตัวตนของเขา—ความว่างเปล่าที่เขาจงใจเปิดทิ้งไว้เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงมิติ บัดนี้มันกลายเป็นเหมือนประตูที่ไม่ได้ล็อก และพวกมันกำลังใช้ 'ความว่าง' นั้นเป็นเครื่องมือในการขัดเกลาตนเองเพื่อแทรกซึมเข้ามา อัลดริกสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกปลอมที่พยายามจะไหลผ่านเส้นประสาทของเขา มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือความรู้สึกของการถูก 'มอง' จากภายใน
'ท่านลอร์ด... ดูนั่นสิ' เสียงของคาเอลดังขึ้นข้างกาย น้ำเสียงของหลานชายสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว
อัลดริกหันไปมองตามนิ้วที่สั่นเทาของคาเอล ที่ขอบรอยแยกซึ่งกำลังขยายตัวออกไปสู่ไร่ข้าวของชาวเมือง แสงสีม่วงหม่นที่ดูไม่เป็นธรรมชาติพุ่งออกมาจากรอยแตกของมิติ มันไม่ได้เพียงแค่ทำลายพื้นดิน แต่มันกำลัง 'ลบ' ความเป็นจริงทิ้งไป พื้นที่ที่แสงนั้นสัมผัสจะกลายเป็นความว่างเปล่าที่ไร้รูปทรง ไม่ใช่หลุมลึก แต่เป็นความไม่มีอยู่จริง
'ถอยออกมา คาเอล อย่าเข้าใกล้รอยแยก!' อัลดริกสั่งเสียงเข้ม แม้ในใจเขาจะรู้ดีว่าคำสั่งนั้นอาจสายเกินไป
ในขณะเดียวกัน ความกดดันจากเบื้องบนก็เริ่มบีบคั้นเข้ามา อัลดริกสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากการดึงพลังงานของราชสำนัก มันเป็นแรงกระชากที่หยาบโลนและไร้ความละเอียดอ่อน เหมือนกับคนพยายามจะขุดทองจากภูเขาด้วยการใช้ค้อนปอนด์ทุบทำลายทุกอย่างให้แหลกละเอียด การแทรกแซงของเซอร์กัลเลนและกองทหารหลวงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การรักษาเสถียรภาพ แต่มันคือการ 'สูบ' เอาแก่นแท้ของพลังงานโลกไปใช้เพื่ออำนาจของตนเอง และการกระทำนั้นเองที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้รอยแยกขยายตัวเร็วขึ้น
เขารู้สึกเหมือนถูกดึงรั้งจากสองทิศทาง ทิศทางหนึ่งคือความต้องการที่จะรักษาความสมดุลด้วยการไหลตามกระแสพลังงาน แต่อีกทิศทางคือความโลภของมนุษย์ที่พยายามจะสร้างเขื่อนกั้นและตักตวงน้ำจากกระแสที่บ้าคลั่งนั้น
'เอลิดี้...' อัลดริกพึมพำชื่อของเธอออกมาอย่างลืมตัว
เขานึกถึงนิมิตเรื่องกุญแจที่เธอเคยแสดงให้เห็น มันไม่ใช่กุญแจสำหรับไขแม่กุญแจเหล็ก แต่มันคือการเข้าใจในจังหวะของการเชื่อมโยง หากเขาจะหยุดยั้งสิ่งลี้ลับที่กำลังใช้เขาเป็นสะพาน เขาต้องหาทางปิดช่องว่างนั้นโดยไม่ทำให้แกนกลางโลกพังทลาย แต่การปิดช่องว่างในตัวเขาก็หมายถึงการปิดกั้นเส้นทางที่จะช่วยประคองสมดุลมิติไปพร้อมกัน
ทันใดนั้น เสียงแตรศึกของกองทหารหลวงก็ดังขึ้นจากระยะไกล มันเป็นเสียงที่แหบแห้งและทรงพลัง บ่งบอกถึงการมาถึงของอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า อัลดริกมองเห็นฝุ่นตลบอบอวลที่ขอบฟ้า มุ่งตรงมายังโอ๊คเมียร์
เขารู้ดีว่าเมื่อกองทหารมาถึง ความลับของเขาจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไป เซอร์กัลเลนจะไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่จะมาเพื่อยึดครอง และในวินาทีที่มนุษย์พยายามจะควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ รอยแยกจะยิ่งฉีกขาดออก
ความว่างเปล่าในตัวอัลดริกเริ่มตอบสนองต่อการมาถึงของทหารหลวง มันสั่นไหวเหมือนผิวน้ำที่ถูกโยนหินลงไป สิ่งลี้ลับที่ซ่อนอยู่ในเงาของมิติเริ่มเคลื่อนไหว พวกมันสัมผัสได้ถึง 'แรงสั่นสะเทือนแห่งอำนาจ' ที่กำลังใกล้เข้ามา และพวกมันดูเหมือนจะกำลังรอคอยจังหวะที่ความโลภของมนุษย์จะเปิดประตูให้กว้างที่สุด
อัลดริกทรุดเข่าลงกับพื้นดินที่สั่นไหว ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานปีดูเหมือนจะถาโถมเข้าใส่เขาในคราวเดียว เขาไม่ใช่ลอร์ดผู้ดูแลตาชั่งข้าวหลวงที่ต้องการเพียงความสงบสุขอีกต่อไป แต่เขาคือผู้ประคองสมดุลที่กำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายที่กำลังจะขาดผึง
เขามองไปที่มือของตนเอง มันดูซีดเซียวและกึ่งโปร่งแสงในบางจังหวะ ความเป็นมนุษย์ของเขากำลังถูกกัดกินไปทีละน้อยจากการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างโลกและมิติ และในขณะที่เขากำลังจะสูญเสียการควบคุม ดวงตาปริศนาที่จ้องมองมาจากก้นบึ้งของรอยแยกก็เบิกกว้างขึ้น ราวกับจะบอกว่า... การตัดสินกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
--- อัลดริกเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อรอยแยกในโอ๊คเมียร์ขยายตัวจากการแทรกแซงของราชสำนัก ขณะที่สิ่งลี้ลับเริ่มใช้ความว่างเปล่าในตัวเขาเป็นทางผ่าน และกองทหารหลวงกำลังมุ่งหน้ามาเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์