← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 50免費

ตอนที่ 50 — ความว่างเปล่าที่หลงเหลือ

ความเจ็บปวดไม่ได้มาในรูปแบบของความเจ็บแสบ แต่มันมาในรูปแบบของความว่างเปล่า

อัลดริกพยายามคว้าเอาเศษเสี้ยวของตัวเองที่กำลังหลุดลอยไป แต่มือของเขากลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ ราวกับว่าความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นข้าวสาลีที่เพิ่งเก็บเกี่ยว กลิ่นฝุ่นดินหลังฝนตก หรือแม้แต่รสชาติขมปร่าของเบียร์ในโรงเตี๊ยมที่เขาเคยดื่ม กำลังถูกสูบออกไปจากจิตวิญญาณผ่านรอยร้าวที่เขาเพิ่งจะใช้ 'ความเป็นจริง' ของตนเองไปอุดมันไว้ การเสียสละนั้นไม่ใช่การสละชีวิต แต่มันคือการสละ 'เนื้อแท้' ของการเป็นมนุษย์

เขายืนอยู่ท่ามกลางแกนกลางที่สั่นสะเทือน แสงสว่างที่เคยเป็นสีทองอบอุ่นบัดนี้กลายเป็นสีขาวโพลนที่ไร้ความรู้สึก เจตจำนงอันยิ่งใหญ่ที่เขารับรู้ได้—สิ่งที่ไม่ใช่เทพเจ้าและไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นเพียงกฎเกณฑ์ที่ไร้หัวใจของจักรวาล—กำลังจ้องมองเขาผ่านมิติที่บิดเบี้ยว มันไม่ได้มองเขาด้วยความโกรธแค้น แต่มองเขาด้วยความฉงนสงสัย เหมือนนักคณิตศาสตร์ที่พบว่ามีตัวเลขประหลาดตัวหนึ่งพยายามจะแทรกตัวเข้าไปในสมการที่สมบูรณ์แบบ

'เจ้าคือความผิดพลาด...' เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากหู แต่มันก้องกังวานอยู่ในช่องว่างระหว่างความคิดของเขา 'ความพยายามที่จะสร้างสมดุลด้วยความรู้สึก คือการนำความโกลาหลมาใส่ในระเบียบ'

อัลดริกพยายามจะโต้แย้ง เขาอยากจะตะโกนบอกว่าความเที่ยงตรงที่ไม่มีความเมตตาก็คือความตายที่เยือกเย็น แต่เสียงของเขากลับหายไปในความเงียบที่หนักอึ้ง เขาพบว่าตัวเองไม่สามารถนึกถึงใบหน้าของมาร่า เมียของเขาได้ชัดเจนเหมือนเก่า ภาพของเธอเริ่มพร่าเลือน กลายเป็นเพียงเงาร่างที่ไร้รายละเอียด ความทรงจำเกี่ยวกับเสียงหัวเราะของคาเอล หลานชายของเขา เริ่มกลายเป็นเพียงคลื่นเสียงที่ไม่มีความหมาย ทุกครั้งที่เขาพยายามดึงความทรงจำเหล่านั้นกลับมา รอยร้าวในแกนกลางจะสั่นไหวและดูดกลืนเศษเสี้ยวเหล่านั้นไปเป็นเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพของโลก

เขาเริ่มตระหนักถึงราคาที่ต้องจ่าย การเป็น 'ผู้ประคองสมดุล' (Balancer) ไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้ว แต่มันหมายถึงการกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกนั้นเอง กลไกที่ไม่มีความรู้สึก ไม่มีอดีต และไม่มีอนาคต มีเพียงปัจจุบันที่ต้องทำหน้าที่ตามหน้าที่อย่างเที่ยงตรง

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่เคยรุนแรงกลับสงบลงอย่างฉับพลัน ทิ้งไว้เพียงเสียงหึ่งๆ ของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว รอยร้าวที่เคยฉีกกระชากความจริงดูเหมือนจะปิดสนิทลงแล้ว แต่มันไม่ใช่การปิดสนิทด้วยเนื้อหนังหรือหินผา แต่มันถูกปิดทับด้วย 'ความว่างเปล่า' ที่อัลดริกทิ้งไว้ ความว่างเปล่าที่ทำหน้าที่เป็นกาวเชื่อมต่อมิติที่แตกสลายเข้าด้วยกัน

เขามองลงไปที่มือของตนเอง ผิวหนังของเขาดูซีดเซียวและกึ่งโปร่งแสงในแสงสว่างที่ผิดเพี้ยนนี้ เขาไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เคยแบกรับมาตลอดหลายสิบปี ไม่รู้สึกถึงความหิว หรือความหนาวเย็นจากฤดูสโนว์เรนที่ควรจะกัดกินกระดูก สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงความรู้สึกถึงหน้าที่ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

'ถ้าข้าต้องเป็นเครื่องมือ...' อัลดริกคิดในใจ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวสุดท้ายของเจตจำนง 'ข้าจะเป็นเครื่องมือที่เที่ยงตรงที่สุด'

แต่ในขณะที่เขากำลังจะยอมรับชะตากรรมนั้นเอง ท่ามกลางความสงบที่น่าประหลาดใจ สิ่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ขอบสายตา มันไม่ใช่เงามืดที่ดุร้าย และไม่ใช่แสงสว่างที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่มันคือรอยแยกเล็กๆ ที่ไม่ได้เกิดจากกลไก แต่มันเกิดจาก 'บางสิ่ง' ที่กำลังพยายามจะแทรกซึมเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งของความว่างเปล่าที่เขาเพิ่งสร้างขึ้น

มันเป็นรอยแยกที่ไม่ได้สั่นสะเทือนด้วยพลังงาน แต่มันสั่นสะเทือนด้วย 'เจตจำนง' รอยแยกนั้นเริ่มแผ่ขยายออกเป็นรูปทรงที่ดูเหมือนอักขระโบราณที่เขากำลังมองเห็นมันเคลื่อนไหวได้ และจากรอยแยกนั้น สิ่งที่ดูเหมือนดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาทกำลังจ้องมองตรงมาที่เขา

อัลดริกตระหนักได้ในทันทีว่า การที่เขาอุดรอยรั่วด้วยความว่างเปล่าของตนเองนั้น ไม่ได้เป็นการหยุดยั้งการรุกราน แต่มันกลับเป็นการสร้าง 'ทางผ่าน' ที่สมบูรณ์แบบให้กับสิ่งที่อยู่อีกฟากหนึ่ง สิ่งที่ไม่ได้ต้องการสมดุล แต่ต้องการการทำลายล้างเพื่อสร้างสิ่งใหม่

เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านสันหลัง—ความรู้สึกสุดท้ายที่ยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่—ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะขยายใหญ่ขึ้นและพุ่งตรงเข้าหาแกนกลางที่เขากำลังยืนอยู่

--- อัลดริกต้องสูญเสียตัวตนและความทรงจำเพื่ออุดรอยร้าวของโลก แต่ความว่างเปล่าที่เขาสร้างขึ้นกลับกลายเป็นช่องทางให้สิ่งลึกลับที่มีเจตจำนงร้ายกาจพุ่งผ่านเข้ามา