← 章節目錄

The Scales of Oakmere

章節 30免費

ตอนที่ 30 — รอยแยกแห่งความวินาศ

เสียงครืนครั่นที่ดังมาจากใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่เสียงของแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่มันคือเสียงคำรามของฟันเฟืองยักษ์ที่กำลังขัดแย้งกับมิติของมันเอง อัลดริกทิ้งตัวลงกับพื้นหินที่เย็นเยียบและเปียกชื้น มือทั้งสองข้างพยายามยึดเกาะกับขอบรอยแยกที่ขยายตัวออกอย่างไม่หยุดยั้ง แสงสีฟ้าซีดที่แผ่ออกมาจากใจกลางกลไกโบราณสั่นระริก ราวกับลมหายใจสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เขาเห็นเงาร่างของเซอร์กัลเลนและทหารหลวงที่กำลังถอยร่นด้วยความตื่นตระหนก ชุดเกราะเหล็กกล้าที่เคยดูน่าเกรงขามบัดนี้กลับดูไร้ค่าเมื่อเผชิญกับแรงดึงดูดที่บิดเบี้ยวซึ่งพยายามจะกระชากทุกสิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง

“ถอยไป! ทุกคนถอยออกไปจากตรงนี้!” อัลดริกตะโกนสุดเสียง เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในเสียงโลหะเสียดสีกันอย่างรุนแรง ราวกับยักษ์กำลังบดขยี้เครื่องปรุงรสในครกยักษ์ เขาเห็นทหารคนหนึ่งเสียหลักล้มลง ร่างของเขาลอยคว้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถูกแรงดึงดูดประหลาดฉุดกระชากหายลับเข้าไปในเงาของรอยแยก ความเงียบงันชั่วขณะที่ตามมาหลังจากเสียงกรีดร้องนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามเสียอีก มันคือความเงียบที่บอกว่าความตายกำลังรอคอยอยู่ข้างล่างนั่น

เซอร์กัลเลนพยายามรักษาท่าทีที่เคร่งขรึม แม้ใบหน้าของเขาจะซีดเผือดและเหงื่อไหลอาบแก้ม มือที่กุมด้ามดาบสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าทำอะไรลงไป อัลดริก! เจ้าปลุกปีศาจขึ้นมา!” เสียงของเซอร์กัลเลนแหบพร่าและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่แฝงความหวาดกลัว เขาไม่ได้มองอัลดริกในฐานะลอร์ดผู้ดูแลเมืองอีกต่อไป แต่มองเหมือนมองอาชญากรที่เพิ่งเปิดประตูสู่นรก

“ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!” อัลดริกสวนกลับพลางหอบหายใจถี่ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยฝุ่นและรอยถลอกจากการพยายามยื้อยุดกับกลไก “พวกท่านต่างหากที่เข้ามาแทรกแซง! ท่านพยายามจะครอบครองสิ่งที่ท่านไม่เข้าใจ ความโลภของท่านกำลังทำให้สมดุลของมันพังทลาย!”

รอยแยกขยายกว้างขึ้นอีก เสียงหินแตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนสภาพจากความแข็งแกร่งเป็นความว่างเปล่า อัลดริกมองเห็นช่องว่างขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด แสงสีฟ้าจากกลไกโบราณพุ่งทะยานขึ้นมาเป็นลำแสงที่บิดเบี้ยว มันไม่ได้ส่องสว่างเพื่อนำทาง แต่มันกำลังแผดเผาสิ่งที่ขวางหน้า ความร้อนแรงที่ปนมากับไอเย็นยะเยือกทำให้ผิวหนังของเขารู้สึกแสบร้อน

ในเสี้ยววินาทีแห่งความตาย อัลดริกนึกถึงใบหน้าของคาเอล นึกถึงรอยยิ้มของมาร่า และนึกถึงความเงียบสงบของโอ๊คเมียร์ในยามเช้าที่เขาสัญญาว่าจะรักษาไว้ เขาไม่ได้ต้องการอำนาจ ไม่ได้ต้องการความยิ่งใหญ่ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการทำให้ตาชั่งกลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง เขาต้องหาทางหยุดวงจรที่บ้าคลั่งนี้ก่อนที่เมืองทั้งเมืองจะถูกดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่า

“กัลเลน! ถ้าท่านอยากรอด จงช่วยผม!” อัลดริกตะโกนเรียกทหารผู้หยิ่งยโส “กลไกนี้ไม่ได้ต้องการการควบคุมด้วยกำลัง แต่มันต้องการความเที่ยงตรง! มันกำลังพยายามหาจุดสมดุลใหม่ และตอนนี้มันหาไม่เจอเพราะความวุ่นวายที่พวกท่านนำเข้ามา!”

เซอร์กัลเลนชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาฉายแววลังเลระหว่างเกียรติยศของทหารหลวงกับการเอาชีวิตรอด แต่แล้วเสียงคำรามของกลไกก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนแท่นหินขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงไปในเหวเบื้องล่าง ทหารหลายนายเริ่มแตกฮือวิ่งหนีออกไปทางทางเข้าที่ยังเหลืออยู่ ทิ้งให้ลอร์ดแห่งโอ๊คเมียร์และอัศวินผู้สูงศักดิ์ยืนอยู่บนขอบเหวแห่งหายนะ

อัลดริกพยายามรวบรวมสมาธิ ท่ามกลางแรงดึงดูดที่พยายามจะกระชากหัวใจของเขาออกไป เขาหลับตาลงชั่วครู่เพื่อฟัง ‘จังหวะ’ ของมัน เขาไม่ได้ฟังด้วยหู แต่ฟังด้วยความรู้สึกที่เขาใช้ดูแลตาชั่งข้าวมาตลอดชีวิต จังหวะที่เคยสม่ำเสมอ บัดนี้มันกลายเป็นจังหวะที่กระตุกและรุนแรงเหมือนคนเป็นไข้ป่า เขาต้องหา 'ชิ้นส่วน' ที่หายไป หรือไม่ก็ต้องทำให้แรงดึงดูดนี้กลับมาเป็นแรงกดทับที่คงที่

ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นบางอย่าง... วัตถุโลหะที่เขาเพิ่งประสานไปเมื่อครู่ บัดนี้มันกำลังสั่นอย่างรุนแรงและส่งเสียงวี๊ดแหลมที่บาดแก้วหู มันคือจุดศูนย์กลางของความผิดเพี้ยนนี้เอง หากเขาสามารถนำมันกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง หรือทำลายการเชื่อมต่อที่ผิดพลาดนี้ได้ เขาอาจจะมีโอกาส

“ผมต้องลงไป...” อัลดริกพึมพำกับตัวเอง

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!” เซอร์กัลเลนขัดขึ้น “นั่นคือทางไปสู่ความตาย!”

“ถ้าผมไม่ลงไป ก็ไม่มีใครเหลือให้กลับบ้าน!” อัลดริกตอบโดยไม่หันไปมอง เขาเริ่มคลานไปตามขอบรอยแยกที่กำลังพังทลาย ความกลัวเกาะกินหัวใจ แต่ความรับผิดชอบต่อเมืองและชีวิตของผู้คนกลับผลักดันให้เขาก้าวไปข้างหน้า รอยแยกนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่หลุมลึก แต่มันคือปากของสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย และเขากำลังจะกระโดดลงไปในคอของมัน

ขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามช่องว่างเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างแท่นหิน แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากร่างของเขาอย่างแรง แผ่นดินใต้เท้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆ อัลดริกเสียหลัก ร่างของเขาลอยเคว้งอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งก่อนที่จะตกลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แสงสีฟ้าสุดท้ายที่เขาเห็นคือใบหน้าอันตื่นตระหนกของเซอร์กัลเลน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำสนิทและเสียงกัมปนาทของเครื่องจักรที่กำลังพังทลาย

--- อัลดริกเผชิญกับความโกลาหลเมื่อกลไกโบราณสูญเสียการควบคุมจนเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ที่กำลังดูดกลืนทุกสิ่ง เขาตัดสินใจเสี่ยงชีวิตกระโดดลงไปในรอยแยกเพื่อพยายามกู้คืนสมดุลของกลไกก่อนที่เมืองโอ๊คเมียร์จะพินาศ