ตอนที่ 28 — กลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง
กลิ่นกำยานฉุนกึกลอยฟุ้งออกมาจากหีบไม้โอ๊คสลักลายทองของราชสำนัก มันเป็นกลิ่นที่ผิดที่ผิดทางอย่างรุนแรงท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของโอ๊คเมียร์ กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นเครื่องหอมเพื่อความรื่นรมย์ แต่มันเป็นกลิ่นของสารเคมีเข้มข้นที่ผสมปนเปกับสมุนไพรแปลกประหลาด—กลิ่นที่สื่อถึงการปรุงแต่งและการบังคับควบคุมมากกว่าการเฉลิมฉลอง
อัลดริกยืนอยู่เบื้องหลังแนวกั้นของทหารหลวง ดวงตาของเขาหรี่ลงขณะเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของเซอร์กัลเลน ชายผู้มาพร้อมกับอำนาจที่ดูเหมือนจะล้นทะลักออกมาจากเกราะเหล็กขัดเงา ทหารจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อลาดตระเวน แต่พวกเขากำลังแบกหามอุปกรณ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต—ถังโลหะที่มีท่อเชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน และขวดแก้วบรรจุของเหลวสีม่วงคล้ำที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้เองภายใน
“พวกเขากำลังจะทำอะไร?” เสียงกระซิบของเอลิดี้ดังขึ้นข้างกาย เธอไม่ได้ดูเหมือนหลวงสาวผู้สงบเยือกเย็นอีกต่อไป มือของเธอกำด้ามมีดสั้นไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “นั่นไม่ใช่เครื่องมือของช่างซ่อมบำรุง อัลดริก นั่นมันเครื่องมือของนักเล่นแร่แปรธาตุหรือพวกวิศวกรสงคราม”
อัลดริกไม่ตอบ แต่หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความวิตก เขามองเห็นทหารกลุ่มหนึ่งเริ่มเทของเหลวสีม่วงนั้นลงไปในรอยแยกที่ขุดลงไปสู่ชั้นใต้ดิน ของเหลวพุ่งทะยานลงสู่ความมืดมิดราวกับมีชีวิต มันไม่ได้ไหลไปตามแรงโน้มถ่วง แต่มันพุ่งตรงไปยังทิศทางที่เขารู้ดีว่าคือแกนกลางของกลไกโบราณ
ทันทีที่ของเหลวสัมผัสกับพื้นหินที่ลึกลงไป เสียงปฏิกิริยาทางเคมีก็ดังขึ้น ซู่... ซู่... ตามมาด้วยแสงสีม่วงที่สว่างวาบขึ้นจากก้นบึ้ง มันไม่ใช่แสงสีฟ้าที่นุ่มนวลและมั่นคงเหมือนตอนที่เขาประสานกุญแจโลหะ แต่มันเป็นแสงที่กระพริบถี่และบิดเบี้ยว ราวกับความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยวิธีการที่หยาบช้า
“หยุด! ท่านกำลังทำอะไร!” อัลดริกตะโกนก้อง พยายามฝ่าแนวกั้นทหารเข้าไป แต่เซอร์กัลเลนเพียงแค่ปรายตามองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก “อย่ายุ่งเรื่องของราชสำนัก ลอร์ดอัลดริก การทำความสะอาดและสกัดเอา ‘สารสกัด’ ออกจากรากฐานที่ผิดปกติเป็นหน้าที่ของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าความมั่งคั่งของอาณาจักรจะไม่ถูกขัดขวางโดยสิ่งแปลกปลอมใต้ดิน”
“สารสกัดงั้นหรือ?” อัลดริกคำราม “พวกท่านไม่ได้มาเพื่อตรวจสอบ แต่พวกท่านกำลังมาเพื่อสูบเอาพลังงานจากสิ่งที่ท่านไม่เข้าใจ! หากกลไกนี้เสียสมดุล เมืองทั้งเมืองจะพังทลาย!”
เซอร์กัลเลนไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ ทหารสองคนก้าวเข้ามาขวางทางอัลดริกไว้ “ความสมดุลที่ท่านว่า คือความสมดุลที่ทำให้โอ๊คเมียร์เป็นเพียงเมืองชายแดนที่เงียบสงบ แต่ความสมดุลที่เราต้องการ คือความสมดุลที่ทำให้ราชสำนักมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง หากสิ่งนี้คือแหล่งพลังงาน มันก็ควรเป็นของราชสำนัก ไม่ใช่ของเมืองเล็กๆ ที่ลืมเลือนแห่งนี้”
อัลดริกมองไปที่รอยแยกนั้นอีกครั้ง เขาเห็นควันสีม่วงเริ่มลอยล่องขึ้นมา มันมีกลิ่นเหม็นไหม้และให้ความรู้สึกเหมือนแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าเดิม ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่จังหวะชีพจรที่สม่ำเสมอ แต่มันคือการสั่นที่ขัดแย้งกันเอง ราวกับเครื่องจักรสองตัวกำลังพยายามจะหมุนไปในทิศทางตรงกันข้าม
“ดูนั่น!” คาเอลตะโกนมาจากด้านข้าง
แสงสีม่วงจากใต้ดินเริ่มทำปฏิกิริยากับแสงสีฟ้าที่หลงเหลืออยู่ มันเกิดการปะทะกันของพลังงานที่มองไม่เห็นจนอากาศรอบๆ บิดเบี้ยว อัลดริกเห็นรอยแตกบนพื้นดินขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่จากการเคลื่อนตัวของแผ่นดิน แต่เป็นการระเบิดจากภายใน แรงดันมหาศาลพยายามจะดันสิ่งที่ถูก ‘สกัด’ ออกมาสู่พื้นผิว
“เอลิดี้! พาคาเอลหนีไป!” อัลดริกสั่งเสียงหลง ขณะที่เขามองเห็นทหารหลวงเริ่มเสียหลักจากการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อุปกรณ์โลหะที่พวกเขานำมาเริ่มส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง ราวกับมันกำลังถูกกระชากด้วยแรงที่มันไม่ได้ออกแบบมาให้รับมือ
เซอร์กัลเลนยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้ใบหน้าจะเริ่มฉายแววตระหนกเมื่อเห็นว่าของเหลวสีม่วงที่เขาส่งลงไปกำลังจะถูกดีดกลับขึ้นมาด้วยความเร็วสูง อัลดริกรู้ดีว่าสิ่งที่ราชสำนักพยายามจะทำ—การพยายามดึงพลังงานจากกลไกโบราณโดยตรง—คือการกระทำที่ไร้ซึ่งความเคารพต่อสมดุล และผลลัพธ์ของมันกำลังจะกลายเป็นหายนะ
เขามองเห็นเงาสีขาวที่เขาพบในใต้ดินวูบผ่านเข้ามาในมโนสำนึก ชายชุดขาวผู้นั้นเตือนเขาแล้วว่าการปลุกกลไกคือจุดเริ่มต้นของการทดสอบ แต่สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่นี้ไม่ใช่การทดสอบความเที่ยงตรงของมนุษย์ แต่มันคือการทดสอบความอยู่รอดของโลก เมื่อความโลภของมนุษย์พยายามจะยัดเยียดกฎเกณฑ์ของตนลงไปในกลไกของพระเจ้า
ครืนนนนน! เสียงกัมปนาทดังสนั่นมาจากใต้ดิน แสงสีม่วงและสีฟ้าผสมปนเปกันจนกลายเป็นสีที่น่าสยดสยอง อัลดริกเห็นเศษหินและดินพุ่งกระเด็นขึ้นมาจากการระเบิดใต้ดิน เขารู้ตัวทันทีว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การพังทลายของอาคาร แต่มันคือการล่มสลายของความลับที่เขาพยายามปกป้องมาตลอด
เขามองไปที่เซอร์กัลเลนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความมืดและแสงสว่างที่บิดเบี้ยวจะกลืนกินทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตา
--- อัลดริกพบว่ากองทหารหลวงใช้สารเคมีและอุปกรณ์ลึกลับเพื่อพยายามสกัดพลังงานจากกลไกโบราณใต้ดิน ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงและทำให้เกิดการระเบิดของพลังงานที่อาจทำลายล้างโอ๊คเมียร์