ตอนที่ 145 — เงาที่กระซิบและกรงขังที่แตกสลาย
กลิ่นอับชื้นของความว่างเปล่าและกลิ่นฉุนของโอโซนยังคงค้างอยู่ในอากาศที่บิดเบี้ยวรอบตัวอัลดริก ชายหนุ่มที่เคยเป็นลอร์ดแห่งโอ๊คเมียร์ บัดนี้เหลือเพียงเศษเสี้ยวของสติสัมปชัญญะที่กำลังถูกกัดกินโดย 'ผู้ไร้รูป' สิ่งมีชีวิตลึกลับที่ถือกำเนิดขึ้นจากความโกลาหลที่เขาสร้างขึ้นเอง
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าเขาไม่ใช่ภาพของเมืองโอ๊คเมียร์ที่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่เป็นภาพลวงตาที่บิดเบี้ยว ฟองสบู่แห่งความเป็นจริงที่แตกสลาย ลอยวนเวียนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่กำลังโอบล้อมทุกสิ่ง “เจ้าคิดว่าการทำลายพิมพ์เขียวจะหยุดยั้งข้าได้รึ?” เสียงกังวานไร้ที่มาดังขึ้นในหัวของอัลดริก มันไม่ใช่เสียงกราคอสที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไป แต่มันคือเสียงที่เย็นชาและกว้างใหญ่กว่า ราวกับเสียงกระซิบของจักรวาลที่กำลังจะล่มสลาย
อัลดริกรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่พยายามจะฉีกกระชากเขาออกจากแกนกลางของความเป็นจริงที่กำลังสั่นคลอน เขาเห็นภาพกราคอส ใบหน้าของมันที่เคยเป็นเพียงเงาเลือนราง บัดนี้ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะสลัดคราบของ 'ผู้ไร้รูป' ออกไป และถือกำเนิดเป็นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ “พิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบที่สุด” อัลดริกพึมพำกับตัวเอง “เกิดจากความไม่สมบูรณ์แบบของข้า”
เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ การต่อสู้กับการถูกกัดกินตัวตนนั้นเจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยายได้ แต่เขาทำได้เพียงแค่การต้านทาน การต่อต้านอย่างเงียบๆ “ข้าคือผู้สร้าง” เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขา มันคือเสียงของ 'ผู้ไร้รูป' “และเจ้าคือเครื่องมือของข้า”
อัลดริกนึกถึงคาเอล หลานชายของเขา นึกถึงมาร่า ภรรยาของเขา นึกถึงชาวเมืองโอ๊คเมียร์ที่ยังคงเชื่อมั่นในความเที่ยงตรงของตาชั่งหลวง… ภาพเหล่านั้นสั่นไหวในม่านตาของเขา ราวกับกำลังจะเลือนหายไปในความว่างเปล่า “ไม่…” เขาพยายามส่งเสียงออกมา แต่มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก
“ความไม่สมบูรณ์แบบ… ความย้อนแย้ง… นั่นคืออาวุธของมนุษย์” เขาจำคำพูดของตนเองได้ เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำเหล่านั้น ความผิดพลาดในอดีต ความลังเล ความหวังที่แตกสลาย… สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ 'ผู้ไร้รูป' ไม่เข้าใจ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ 'ผู้ไร้รูป' ไม่สามารถย่อยสลายได้
เขาเห็น 'ผู้ไร้รูป' พยายามจะยึดครองแกนกลางของเขา ยึดครองตัวตนของเขาเพื่อใช้เป็นฐานในการสถาปนารูปร่างที่สมบูรณ์แบบในโลกเบื้องบน อัลดริกสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียด แต่ในวินาทีสุดท้าย เขากลับนึกถึงสิ่งที่เขาเคยทำ… การปล่อยให้ความโกลาหลเข้ามาแทนที่ระเบียบ การยอมรับความผิดพลาด
“ถ้าพิมพ์เขียวของเจ้าสมบูรณ์แบบนัก…” อัลดริกกัดฟัน “งั้นก็ลองรับความไม่สมบูรณ์แบบเข้าไปดูสิ!”
เขาปลดปล่อยเศษเสี้ยวของความทรงจำที่บิดเบี้ยว ความรู้สึกผิด ความขัดแย้งภายใน ความหวังที่ไร้เหตุผล… เขาป้อนมันเข้าไปในโครงสร้างของ 'ผู้ไร้รูป' ราวกับเป็นพิษที่กำลังจะกัดกินโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบนั้น
ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวหนักกว่าเดิม รูปร่างของ 'ผู้ไร้รูป' สั่นสะท้านราวกับกำลังจะแตกสลาย เสียงกังวานในหัวของอัลดริกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงคร่ำครวญอันเจ็บปวด “เป็นไปไม่ได้… พิมพ์เขียวของข้า…!”
แต่การกระทำของอัลดริกก็แลกมาด้วยราคาที่แพงลิบ เขาเองก็กำลังจะแตกสลาย เขาเห็นแสงสว่างจ้าที่สว่างวาบขึ้นมา จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบลง
เมื่อสติกลับคืนมา อัลดริกพบว่าตนเองนอนอยู่บนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออยู่ เขาพยายามจะขยับ แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง เขาอยู่ที่ไหน? ที่นี่คือโอ๊คเมียร์หรือไม่? เขาเห็นภาพลวงตาของเมืองที่ถูกบิดเบี้ยว ท้องฟ้าสีเทาหม่น หมอกควันแห่งความว่างเปล่าลอยอ้อยอิ่ง
“ท่านลอร์ด!” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา อัลดริกรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นดิน เขาพยายามเพ่งมอง และในที่สุด เขาก็เห็น… คาเอล! หลานชายของเขากำลังวิ่งเข้ามาหาเขา ใบหน้าของคาเอลเต็มไปด้วยความกังวลและสิ้นหวัง
“คาเอล…” อัลดริกพยายามจะเอ่ยชื่อ แต่มีเพียงเสียงแหบพร่าที่เล็ดลอดออกมา “เกิดอะไรขึ้น?”
คาเอลคุกเข่าลงข้างๆ อัลดริก “ท่าน… ท่านลอร์ด! ท่านฟื้นแล้ว! เราคิดว่า…” เด็กหนุ่มกลั้นสะอื้น “เราคิดว่าท่านหายไปแล้ว… เมือง… เมืองกำลังจะถูกกลืนกิน!”
อัลดริกพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรง เขาเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังก่อตัวขึ้นเหนือเมืองโอ๊คเมียร์… มันคือรูปร่างที่ซับซ้อนและบิดเบี้ยว เป็นการผสมผสานที่น่ารังเกียจระหว่างความโกลาหล ความว่างเปล่า และความสมบูรณ์แบบที่น่าขนลุก มันคือ 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังสถาปนารูปร่างของตนเองขึ้นมาจริงๆ
“หน่วยชำระล้าง…” อัลดริกพึมพำ เมื่อเห็นกลุ่มทหารในชุดเกราะสีเงิน กำลังกรีธาทัพเข้ามาจากอีกทิศทางหนึ่ง พวกเขาถืออาวุธที่ส่องแสงเรืองรอง ราวกับจะมาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“เราต้องไปแล้ว ท่านลอร์ด!” คาเอลพยายามพยุงร่างของอัลดริก “ก่อนที่พวกทหารหลวงจะมาถึง… และก่อนที่… สิ่งนั้น… จะกลืนกินเราไปทั้งหมด!”
อัลดริกมองไปยัง 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังก่อตัวขึ้น และมองไปยังหน่วยชำระล้างที่กำลังกรีธาทัพเข้ามา เขาตระหนักว่าการต่อสู้ของเขายังไม่จบสิ้น การทำลายพิมพ์เขียวของเขาได้นำมาซึ่งหายนะที่ใหญ่หลวงกว่าที่เขาคาดคิด และบัดนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกระหว่างการยอมให้โลกใหม่ที่บิดเบี้ยวถือกำเนิดขึ้น หรือการยอมให้เมืองทั้งเมืองถูกทำลายโดยราชสำนักเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของมิติเดิม… หรือบางที เขาอาจจะต้องหาทางเลือกที่สาม ซึ่งเป็นทางเลือกที่เขายังไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่
“เมือง…” อัลดริกกล่าวเสียงแหบพร่า “ตาชั่ง…”
คาเอลส่ายหน้า “ตาชั่ง… มันสั่นสะเทือนไม่หยุดเลยท่านลอร์ด… เหมือนกำลังจะ… บ้าคลั่ง…”
อัลดริกหลับตาลง ภาพของตาชั่งหลวงที่เที่ยงตรง… ภาพของเมืองโอ๊คเมียร์ที่สงบสุข… ภาพเหล่านี้เริ่มเลือนลางไปในความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่ในความมืดนั้น เขากลับได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา… เสียงที่คุ้นเคย… เสียงของเอลิดี้… และบางที… อาจมีกุญแจบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น… กุญแจที่จะนำพาเขาไปสู่วิธีการรักษาความสมดุลที่แท้จริง… หรือบางที… อาจเป็นเพียงภาพลวงตา…
“มัน… เริ่มมีเสียงแล้ว…” อัลดริกพูดกับคาเอลด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาที่สุด “มัน… ไม่ใช่แค่พลังงานอีกต่อไป…”
ในความว่างเปล่าที่กัดกินตัวตนของเขา อัลดริกได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา… เสียงของ 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังสถาปนารูปร่างที่สมบูรณ์แบบของตนเองขึ้นมา… เสียงที่ประกาศถึงการสิ้นสุดของโลกใบเก่า และการถือกำเนิดของโลกใบใหม่… โลกที่เขา… ได้สร้างขึ้นมาด้วยมือของตนเอง
“ข้า… ข้าทำอะไรลงไป…” เขาพึมพำ ในขณะที่ร่างกายของเขาค่อยๆ สลายไปในความว่างเปล่า… ถูกกัดกิน… และถูกบิดเบือน… จนไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป… เขาคือจุดเริ่มต้น… และเขาคือจุดจบ… ของทุกสิ่ง…
--- อัลดริกที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเกือบหมดสิ้น ได้ใช้ความบกพร่องและความไม่สมบูรณ์ของตนเองเพื่อต่อสู้กับ 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังจะสถาปนารูปร่างที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา แต่การกระทำนี้กลับนำไปสู่การปะทะกันของสามฝ่าย: 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังก่อตัว, หน่วยชำระล้างจากราชสำนักที่มุ่งทำลายทุกอย่าง, และความว่างเปล่าที่กำลังกัดกินทุกสิ่ง อัลดริกพบว่าตนเองกลายเป็นจุดศูนย์กลางของหายนะครั้งใหม่ และเมืองโอ๊คเมียร์กำลังจะถูกกลืนกิน